ผลบอล พรีเมียร์ลีก : หงส์สยายปีก!!ยำเสือ6-1ผี2-0ไก่5-0

กีฬา >> ข่าวฟุตบอล > ผลบอล พรีเมียร์ลีก : หงส์สยายปีก!!ยำเสือ6-1ผี2-0ไก่5-0

ผลบอล พรีเมียร์ลีก
ลิเวอร์พูล 6 – ฮัลล์ ซิตี้ 1

ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ ?หงส์แดง? ไม่มีปัญหาลูกทีมบาดเจ็บหรือติดโทษแบนเพิ่มเติมมาจากเกมคาร์ลิ่ง คัพ รอบ 3 ที่บุกชนะ ลีดส์ 1-0 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จากประตูชัยของ ดาวิด เอ็นก็อก ด้าน ฟิล บราวน์ กุนซือ เดอะ ไทเกอร์ส จะเรียกนักเตะตัวหลักกลับมาเป็นตัวจริงทั้งหมด หลังส่งสำรองหลายคนลงสนามในเกมคาร์ลิ่ง คัพ ที่แพ้ เอฟเวอร์ตัน คาบ้าน 0-4 เมื่อวันพุธ

ลิเวอร์พูล - ฮัลล์ ซิตี้ / Liverpool - Hull City

เริ่มต้นเกมทีมเยือนฮัลล์ ซิตี้ได้เขี่ยลูกเริ่มเล่นก่อน โดยเกมผ่านมา10นาทีทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ แต่เป็นทางเจ้าบ้านที่ครองบอลบุกได้มากกว่า จนกระทั่งนาทีที่ 12 ตอร์เรส รับบอลจากเพื่อนใช้เท้าขวาแตะนิดเดียว แล้วซัดด้วยซ้ายอย่างเหนือชั้นให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ ฮัลล์ อย่างรวดเร็ว 1-0

นาทีที่ 15 พอล แม็คเชน โยนจากกาบขวาเข้าไปหน้าประตู มาร์ติน สเคอร์เทลโหม่งสกัดเข้าทาง โจวานนี่ ซัดด้วยขวาส่งบอลเข้าไปนอนในก้นตาข่าย ฮัลล์ ตีเสมอทันควัน 1-1

นาทีที่ 20 อินซัว ลองซัดด้วยซ้ายบอลแฉลบกองหลังฮัลล์ออกไป นาทีที่ 23 อินซัว ขึ้นมาอีกครั้งพาบอลมาถึงสุดเส้น ส่งตัดกลับไปให้ลูคัส เลว่า แปด้วยขวาแต่เบาเกินไปเข้าซอง มายฮิลล์ จากนั้นแค่นาทีเดียว ตอร์เรส ใช้ความสามารถเฉพาะตัวกระชากหนีกองหลังฮัลล์ไป ง่ายๆ แต่จังหวะสุดท้ายโดนหวดทิ้งไปก่อน

แต่พอมาถึงนาทีที่ 28 เบนายูนจ่ายบอลทะลุกองหลังให้ ตอร์เรส ล็อกหลบ ซงโก้ หนึ่งที ก่อนที่จะหลบผู้รักษาประตูแล้วยิงเข้าไปง่ายๆ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 นาทีที่ 40 ตอร์เรส โหม่งต่อให้ เดิร์ก เค้าท์ ล้มตัวจิ้มไม่เต็มเท้า โบอาซ มายฮิลล์รับสบาย ก่อนจะจบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำ ฮัลล์ ซิตี้ 2-1

liverpool_hull400

มาต่อครึ่งหลัง เจ้าบ้านโหมบุกเข้าใส่ต่อเนื่อง และนาทีที่ 47 ตอร์เรส โชว์ความเหนือชั้นล็อกหลบ ซองโก้ ซัดด้วยซ้ายเข้าประตูอย่างรวดเร็ว ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 3-1 กลายเป็นแฮตทริกของตัวเขาเองด้วย

?หงส์แดง? ยังไม่เพลาเกมรุก จนมาถึงนาทีที่ 61 เจอร์ราร์ด ได้วางจากกราบซ้าย ส่งบอลโค้งเสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม ลิเวอร์พูล นำห่างหายห่วง 4-1

นาทีที่ 67 ลิเวอร์พูล จัดการเก็บตัว ตอร์เรส ไว้สู้ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ส่ง ไรอัน บาเบล ลงมาแทน จากนั้น นาทีที่ 75 จอห์นสัน เติมเกมขึ้นมา และได้โอกาสซัดด้วยซ้ายบอลโค้งออกหลังไป

ท้ายเกม นาทีที่ 79 โวโรนิน ที่เปลี่ยนตัวลงมาแทน เจอร์ราร์ด ได้ซัดด้วยขวาบอลเหินข้ามคานออกไป แต่พอมาถึงนาทีที่ 88 ลิเวอร์พูล ก็ทิ้งโด่งไปเป็น 5-1 จากไรอัน บาเบล ตัวสำรอง

ซึ่งเกมน่าจะจบด้วยสกอร์นี้แล้ว แต่มาถึงช่วงนาทีที่ 90 อัลเบิร์ต ริเอร่า ก็มาทำประตูปิดฝาโลง ส่งศพ ?ไอ้เสือ? กลับบ้าน หมดสภาพ 6-1 ก่อนจะชนะไปด้วยสกอร์นี้

รายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล : โฆเซ่ เรน่า, เกล็น จอห์นสัน, เจมี่ คาร์ราเกอร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, เอมิเลียโน่ อินชัว, ลูคัส เลว่า, อัลเบิร์ต ริเอร่า, เดิร์ค เค้าท์, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ยอสซี่ เบนายูน, เฟอร์นานโด ตอร์เรส

ฮัลล์ ซิตี้ : โบอาซ มายฮิลล์, พอล แม็คเชน, เลียม คูเปอร์, อิบราฮิมา ซงโก้, แอนดี้ ดอว์สัน, จอร์จ บัวเต็ง, เควิน คิลบาน, สตีเฟ่น ฮันท์, โจวานนี่, คาเมล กิลาส, แยน เวนเนกูร์ ออฟ เฮสเซลิงค์

สโต๊ค ซิตี้ 0 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2

สโต๊ค ซิตี้ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าบ้านวาง เดฟ คิตสัน ยืนเป็นหน้าเป้า ขณะที่ทีมเยือน แข้งตัวหลักอย่าง เวย์น รูนี่ย์, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ, นานี่, วาเลนเซีย พร้อมลงสนามทั้งหมด

สโต๊ค ซิตี้ - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด / Stoke City - Manchester United

สโต๊ค ซิตี้ - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด / Stoke City - Manchester United

เริ่มเกม แมนยู ได้ลุ้นจังหวะแรกในนาทีที่ 3 บอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย นานี่ เปิดเข้ามาในเขตโทษ รูนี่ย์ กลับตัวตวัดยิงกึ่งฮาล์ฟวอลเลย์ บอลเหินข้ามคานไปอย่างได้ลุ้น นาทีที่ 5 แมนยู บุกขึ้นมาอีกครั้ง พอล สโคลส์ ได้ลุ้นตั้งป้อมยิง บอลติดบล็อกแนวรับ สโต๊ค

นาทีที่ 7 แมนยู ใกล้เคียงกับการได้ประตูขึ้นนำ บอลจากกลางแทงขึ้นหน้า วาเลนเซีย แตะหลบ แนวรับเจ้าถิ่นพาบอลเข้าไปใขตโทษ ชิพข้ามตัว โซเรนเซ่น ที่ออกมาตัดบอล ทว่าทิศทางไม่ได้ สุดท้ายออกหลัง นาทีที่ 18 จากจังหวะสวนกลับเร็ว เวย์น รูนี่ย์ แทงออกขวาให้ นานี่ พาบอลจี้เข้าไปในเขตโทษก่อนซัดด้วยซ้าย ทว่ากดไม่ลงบอลข้ามคาน จากนั้น เกมเริ่มเนือยลงไป โดยทั้งสองทีมทำพลาดกันในจังหวะสุดท้าย

นาทีที่ 37 แมนยู ได้ลูกเตะมุมทางซ้าย นานี่ บอลเปิดเข้ามากลางประตู กองหลังเจ้าถิ่นโหม่งสกัดออกมาได้ นาทีที่ 41 แมนยู ได้ลูกเตะมุม นานี่ จ่ายสันให้ เวย์น รูนี่ย์ โชว์สเต็ป คล้องบอลแตะหนีแนวรับเจ้าถิ่น กึ่งยิงกึ่งผ่านอัดที่เสาแรก บอลเลยผ่านหน้าประตูออกข้าง ท้ายเกม แมนยู ลุ้นได้ประตูอีกครั้ง บอลจากกลางแทงออกขวาบริเวณมุมเขตโทษ นานี่ รับบอลก่อนเข้าขวา ปั่นไปที่เสาไกล โซเรนเซ่น ต้องลอยตัวพุ่งปัด จบครึ่งแรก สกอร์ยังอยู่ที่ 0-0

มาต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 51 สโต๊ค ได้ลุ้นก่อน เลียม ลอว์เรนส์ ได้โอกาสชิพกะให้บอลเสียบใต้คาน เบน ฟอสเตอร์ ไม่พลาดเทคตัวคว้าไว้ได้ นาทีที่ 54 แมนยู ทำเกมสวนกลับ รูนี่ย์ พาบอลขึ้นหน้ามาก่อนแทงออกซ้ายไปที่น่านี่ ปีกเลือดโปรตุกีส เหลือบเห็นเพื่อนร่วมทีมวิ่งเติมขึ้นมาที่เสาไกล ครอสผ่านเข้าไปให้ ทว่าลึกเข้ามือ โซเรนเซ่น ถัดมา 2 นาที แมนยู เปลี่ยนตัวผู้เล่นเป็นคนแรก ไรอัน กิ๊กส์ ถูกส่งลงมาแทน หลุยส์ นานี่

stoke_manu350

จนมาถึงนาทีที่ 62 แมนยู ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 เฟล็ทเชอร์ แทงบอลออกซ้ายให้ ไรอัน กิ๊กส์ จ่ายผ่านมากลางประตู เบอร์บาตอฟ แปเน้นๆ ด้วยขวา ส่งบอลผ่านมือ โซเรนเซ่น เข้าไป

นาทีที่ 72 สโต๊ค เปลี่ยนตัวผู้เล่นบ้าง ตุนกาย ซานลี่ ลงมาแทน เดฟ คิตสัน ที่มีอาการบาดเจ็บในช่วงครึ่งแรก อีกคนเป็น เจมส์ บีทตี้ ที่ลงมาแทน ไวท์เฮด และอีก 5 นาทีต่อมา แมนยู ได้ลูกฟรีคิกทางขวา ไรอัน กิ๊กส์ เปิดเข้ามาเป็น จอห์น โอเชีย เทคตัวขึ้นโขกสะบัดไปที่เสาไกล บอลกองก้นตาข่าย แมนยู นำห่างเป็น 2-0

ท้ายเกม แมนยู ทำเกมขึ้นมาอย่างได้ลุ้นอีกครั้ง บอลจากหน้าเขตโทษทางขวา ตักข้ามแนวรับเจ้าถิ่นมาที่เสาไกล ไรอัน กิ๊กส์ เกี่ยวบอลลงอย่างงาม ก่อนดีดด้วยซ้ายโล่งๆ โดยที่ไม่มีตัวประกบ บอลเหินข้ามคาน ออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 81 แมนยู เปลี่ยนตัวผู้เล่นทีเดียว 2 คน ไมเคิล โอเว่น ถูกส่งลงมาแทน เวย์น รูนี่ย์ อีกคนเป็น คาร์ริค ที่ลงมาเดินเกมกลางสนามแทน พอล สโคลส์ นาทีที่ 86 สโต๊ค ใช้โควต้าเปลี่ยนตัวที่เหลืออยู่ ส่ง แดนนี่ พิวจ์ ลงมาแทน เลียม ลอว์เรนส์ ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีการทำประตูเพิ่ม จบเกม แมนยู บุกชนะ สโต๊ค ซิตี้ 2-0 พร้อมทะยานขึ้นจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีมที่ลงสนาม

สโต๊ค ซิตี้ : โธมัส โซเรนเซ่น, ไรอัน ชอว์ครอสส์, โรเบิร์ต ฮูธ, แดนนี่ คอลลินส์, อับดุลลาเย่ ฟาย, รอรี่ ดีแล็ป, ดีน ไวท์เฮด (เจมส์ บีทตี้ น.73), เกล็น วีแลน, แมทธิว เอเธอริงตัน, เลียม ลอว์เรนส์ (แดนนี่ พิวจ์ น.86), เดฟ คิตสัน (ตุนกาย ซานลี่ น.72)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : เบน ฟอสเตอร์, จอห์น โอเชีย, เฟอร์ดินานด์, เนมานย่า วิดิช, ปาทริช เอวร่า, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, พอล สโคลส์ (ไมเคิ่ล คาร์ริค น.81), นานี่ (ไรอัน กิ๊กส์ น.54), เวย์น รูนี่ย์ (ไมเคิ่ล โอเว่น น.81), ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ

ผลบอล พรีเมียร์ลีก คู่วันเสาร์

ปอร์ทสมัธ แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (0-1 หลุยส์ ซาฮา น.42)

ปอร์ทสมัธ - เอฟเวอร์ตัน / Portsmouth - Everton

ปอร์ทสมัธ - เอฟเวอร์ตัน / Portsmouth - Everton


เบอร์มิงแฮม แพ้ โบลตัน วันเดอเรอร์ส 1-2
(0-1 ทาเมียร์ โคเฮน น.10, 1-1 เควิน ฟิลลิปส์ น.84, 1-2 ลี ชุง ยอง น.86)

เบอร์มิงแฮม ซิตี้ - โบลตัน วันเดอเรอร์ส / Birmingham City - Bolton Wanderers

เบอร์มิงแฮม ซิตี้ - โบลตัน วันเดอเรอร์ส / Birmingham City - Bolton Wanderers

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1 (0-1 กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์ น.3, 1-1 คริสโตเฟอร์ แซมบ้า น.24, 2-1 เดวิด ดันน์ น.89)

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส - แอสตัน วิลล่า / Blackburn Rovers - Aston Villa


ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์ ชนะ เบิร์นลี่ย์ 5-0
(1-0 ร็อบบี้ คีน น.18 จุดโทษ, 2-0 เจอร์เมน จีนาส น.33, 3-0 ร็อบบี้ คีน น.74, 4-0 ร็อบบี้ คีน น.77, 5-0 ร็อบบี้ คีน น.87)

ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์ - เบิร์นลีย์ / Tottenham Hotspur - Burnley
sport mthai

แสดงความคิดเห็น