ผลบอลพรีเมียร์ ลีก : แมนฯ ซิตี้ 3–2 ควีนส์ปาร์ค

กีฬา >> ข่าวฟุตบอล > ผลบอลพรีเมียร์ ลีก : แมนฯ ซิตี้ 3–2 ควีนส์ปาร์ค

แมนฯ ซิตี้

ผลบอลอังกฤษ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3–2 ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส
ผู้ทำประตู : 1-0 ปาโบล ซาบาเลต้า น39, 1-1 ฌิบริล ซิสเซ่ น.48, 1-2 เจมี่ แม็คกี้ น.66, 2-2 เอดิน เซโก้ น.92, เซร์คิโอ อเกวโร่ น.94
สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน
เวลาเตะ : 21.00 น.
ถ่ายทอดสด : ทรูสปอร์ต 1 (101)

 คลิปไฮไลท์แมนฯ ซิตี้ – ควีนส์ปาร์ค ล่าสุด

เริ่มเกมเป็นทางด้านเจ้าบ้านแมนฯ ซิตี้ ที่ครองบอลและขึ้นเกมอยู่ฝ่ายเดียวเรียกได้ว่าพับสนามอยู่ตลอด 5 นาทีแรก ส่วนผู้เล่นที่โดดเด่นในช่วงแรก คือ ยาย่า ตูเร่ แต่จังหวะสุดท้ายยังยิงไม่เฉียบคมพอ

10 นาที่ผ่าน ยังเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่เดินเกมบุกอย่างหนัก ทั้ง เตเบซ, กุน ต่างฉีกออกไปเล่นทางริมเส้น แต่แผงหลังของ ควีนส์ปาร์ค ยังเหนียวแน่น เจาะยังไม่เข้าเหมือนเดิม

นาทีที่ 15 เป็นทางแมนฯ ซิตี้ เจ้าบ้านเกือบได้ประตูขึ้นนำ จาก ซิลบา ทำชิ่งหนึ่งสองกับเตเบซ หลุดเข้าไปยิงที่เสาแรกเต็มเท้าซ้ายแต่ เคนนี่ นายทวาร ควีนส์ปาร์ค ล้มตัวเซฟไว้ได้ไม่พลาด

นาทีที่ 25 ควีนส์ปาร์ มาลุ้นครั้งแรกจากจังหวะฟรีคิกระยะ 25 หลา และเป็น ซิสเซ่ กดด้วยขวาเต็มเท้า แต่บอลยังพุ่งตรงตัว โต ฮาร์ท รับไม่มีพลาด

35 นาที่ผ่าน แมนฯ ซิตี้ ยังคงเดินเกมบุกเหมือนเดิมแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคม โดยเฉพาะตัวรุกอย่าง กุน และ เตเบซ ก็หายไปจากเกม ส่วนที่แย่ที่สุดคือ กองกลางคนสำคัญ ยาย่า ตูเร่ เกิดอาการบาดเจ็บ

8) และเสียงกองเชียร์ “เรือใบสีฟ้า” ก็ได้เฮกันลั้นสนาม เมื่อ แมนฯ ซิตี้ ทำเกมขึ้นบอลทางฝั่งก่อนตบเข้ากลางให้ ซิลบา และแทงต่อให้ ยาย่า ตูเร่ ในเขต ก่อนแต่บอลให้ ปาโบล ซาบาเลต้า วิ่งมายิงแบบจิ่มๆ เคนนี่ ปัดไม่พ้น บอลชนเสาเข้าประตู แมนฯ ซิตี้ 1 ควีนส์ปาร์ค 0

เข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ยังครองบอลได้เหนือกว่า แต่เน้นต่อบอลที่แน่นอนขึ้นหวังรักษาสกอร์ที่ได้เปรียบนี้ไว้ และก็ไม่พลาดจบครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ ควีนส์ปาร์ค 1 ต่อ 0

เริ่มเกมในครึ่งหลังเพียงนาทีเดียว กุน ได้จังหวะหลุดเดียวเข้าไปยิงด้วยซ้ายแต่บอลยังพุ่งตรงตัว แพ็ดดี้ เคนนี่ ปัดออกหลังไปได้ แบบหวุดหวิด

8) ตูเร ซึ่งมีปัญหาบาดเจ็บตั้งแต่ครึ่งแรกถูกเปลี่ยนตัวออก ไนเจล เดอ ยอง ลงมาตัดเกมตรงกลางแทน เกมครึ่งหลังผ่านมา 3 นาที คิวพีอาร์ ทำประตูตามตีเสมอ 1-1  แบบช็อกแฟนบอลเจ้าถิ่น เริ่มจากความผิดพลาดของ โจเลียน เลสคอตต์ โหม่งบอลสกัดผิดเหลี่ยมมาเข้าทาง ซิสเซ หลุดเดี่ยวเข้าไปล่อเป้าซัดเสียบเสาแรกผ่านมือ ฮาร์ท ตุงตาข่าย

หลังจากนั้นนาที 54 สถานการณ์กลับมาเข้าทาง แมนฯ ซิตี เมื่อทีมเยือนต้องเหลือผู้เล่น 10 คน หลังจาก บาร์ตัน ถูกใบแดงจากการเล่นนอกเกมตีศอกใส่ เตเบซ แถมอดีตมิดฟิลด์นิวคาสเซิล ยูไนเต็ดยังไปอัด อกูเอโร ทิ้งท้ายอีกจนเกมวุ่นวายพักใหญ่ แต่สุดท้ายก็เอา บาร์ตัน ออกมาจากสนามได้

8) “เรือใบสีฟ้า” ใช้ความได้เปรียบตัวผู้เล่นทำเกมบุกเข้าใส่ต่อ แต่เจาะแนวรับของทีมเยือนไม่เข้า กระทั่งนาที 65 คิวพีอาร์ ได้จังหวะโต้กลับเร็ว อาร์มองด์ ตราโอเร ตัวสำรอง กระชากขึ้นมาทางซ้าย ก่อนเปิดบอลเข้าเขตโทษเลยไปทางเสาไกล เจมี แม็คกี โหม่งบอลกระดอนผ่านมือ ฮาร์ท เข้าไป แมนฯ ซิตี ตามหลัง 1-2 สถานการณ์ลุ้นแชมป์ตกเป็นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ยังนำ ซันเดอร์แลนด์ 1-0 มาตั้งแต่ครึ่งแรก

มันชินี ต้องแก้เกมส่ง เอดิน เชโก ลงมาเติมเกมรุกในนาที 69 อีก 4 นาทีถัดมา เตเบซ โหม่งบอลจากลูกเตะมุมให้ เคนนี ต้องปัดออกหลัง ต่อมานาที 79 จากจังหวะชุลมุน อกูเอโร ได้ตวัดยิงจ่อๆระยะเพียง 6 หลา แต่ถูก เคนนี คว้าบอลจากบนเส้นได้ ก่อนที่ มาริโอ บาโลเตลลี จะถูกส่งลงสนามมาอีกคนเป็นไพ่ตายใบสุดท้าย

8) ช่วงเวลาที่เหลือ แมนฯ ซิตี พยายามทำเกมบุกอย่างหนักพร้อมกับความกดดันที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เกมเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บอีก 5 นาที เชโก มาโหม่งประตูจากลูกเตะมุมให้เจ้าถิ่นตามตีเสมอจนได้ 2-2 หลังจากนั้นเจ้าถิ่นเดินหน้าต่อ กระทั่ง อกูเอโร หลุดเข้าไปซัดผ่านมือ เคนนี เป็นประตูชัยให้ แมนฯ ซิตี เอาชนะไป 3-2 คว้าแชมป์ลีกเมืองผู้ดีสมัยแรกนับแต่ปี 1968 ได้สำเร็จ โดยประตูได้-เสียดีกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมคู่อริที่เฉือนชนะ ซันเดอร์แลนด์ 1-0

ด้าน คิวพีอาร์ ถึงแพ้แต่อยู่รอดบนเวทีลีกสูงสุดต่อไป หลังจาก โบลตัน วันเดอเรอร์ส ทำได้เพียงบุกเสมอ สโต๊ค ซิตี 2-2 โดย “เดอะทรอตเตอร์” ตาม แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส และ วูล์ฟแฮมป์ตัน หล่นลงไปเล่นในเดอะ แชมเปียนชิป

ขณะที่การลุ้นจบท้อปโฟร์ อาร์เซนอล และ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ คว้าที่ 3 และ 4 ตามลำดับ หลังจากทั้งสองทีมต่างเก็บชัยชนะได้ โดย อาร์เซนอล บุกเฉือน เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 3-2 และ สเปอร์ส อัด ฟูแลม 2-2 ส่วน นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด บุกแพ้ต่อ เอฟเวอร์ตัน 1-3 จบที่ 5 ของตาราง

จังหวะยิงประตูแชมป์ ของ กุน

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, โจลีออน เลสค็อตต์, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี, กาแอล กลิชี่, แกเร็ธ แบร์รี่, ซาเมียร์ นาสรี่, ดาบิด ซิลบา, ยาย่า ตูเร่, คาร์ลอส เตเบซ, เซร์คิโอ อเกวโร่

ควีนส์ปาร์ค : แพ็ดดี้ เคนนี่, เนดุม โอนูโอฮา, แอนทอน เฟอร์ดินานด์, คลินท์ ฮิลล์, ไต ตาอิโว, เจมี่ แม็คกี้, โจอี้ บาร์ตัน, ฌอน เดอร์รี่, อเดล ทารับต์, บ็อบบี้ ซาโมร่า, ฌิบริล ซิสเซ่

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภาพแมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ

ประมวล ภาพแมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
44 ปีที่รอคอย กับ 2 ลูกยิงสุดปาฏิหาริย์ช่วงทดเจ็บ คว้าแชมป์ได้สำเร็จ

sport mthai

แสดงความคิดเห็น