บทความชวนอ่าน : “ยุคทองของบุรีรัมย์?”

กีฬา >> บทความกีฬา > บทความชวนอ่าน : “ยุคทองของบุรีรัมย์?”

รูดม่านปิดฉากอย่างเกือบจะเป็นทางการแล้วสำหรับ การลุ้นแชมป์ศึกฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้  โดยเป็นทีมปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ พีอีเอ ที่คว้าแชมป์ไปครองอย่างแน่นอนแล้ว หลังจากที่บุกมาเอาชนะ อาร์มมี่ ยูในเต็ด ถึงรังแบบสบายๆ 1-3 ประตู

เตรียม เปิดบ้าน นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม ฉลองใหญ่รับถ้วย ไทยพรีเมียร์ลีกมูลค่ากว่า 2 ล้านบาทที่สั่งทำจากเมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษในวันส่งท้ายปีเก่า 31 ธันวาคม ที่จะพบกับ “มังกรไฟ” บีอีซี เทโร

เหมือน เป็นสัญญาณบอกกลายๆ ว่า การสิ้นสุดของฤดูกาลนี้ เปรียบเหมือนการเริ่มต้นยุคใหม่ของไทยลีก ที่จะมีทีมจากอีสานใต้รับหน้าที่เป็นผู้เขียนมันขึ้นมาใหม่

สิ้นปีนี้คงไม่มีใครสุขใจมากไปกว่า แฟนบอลเมืองปราสาทหินอย่างแน่นอนเมื่อทั้งทีมพี่ อย่างบุรีรัมย์ พีอีเอ และ ทีมน้อง อย่างบุรีรัมย์ เอฟซี ที่ทีมพี่คว้าแชมป์มาครอง และทีมน้องก็เลื่อนชั้นขึ้นมาลีกสูงสุดอย่างแน่นอนแล้ว

ปีหน้าเราคงคิดถึงมาสคอตสองคนนี้

ส่วนข่าวการแยกทางกันระหว่าง พีอีเอ และ บุรีรัมย์ ดูเหมือจะเป็นสิ่งที่แฟนบอลต่างก็รู้มาตลอดเพียงแต่รอเวลา  ส่วนเรื่องกังวลในใจเล็กน้อย ก็คือ โควต้าไปลุยศึก เอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีก ที่จะตกไปอยู่ในมือใคร เท่านั้นเอง

แต่ยี่ห้อ “เสี่ยเน” มีหรือจะเซ็นสัญญาแบบเสียเปรียบ โดยประธานสโมสร นายเนวิน ชิดชอบ ยืนยันหนักแน่นว่าสิทธิ์ไปลุยสโมสรเอเชียเป็นของตนแน่นอน

พร้อมกันนี้ยังส่งเทียบเชิญมาเคาะประตูบ้านคู่แข่งระดับแย่งแชมป์ไทบลีกด้วยกัน อย่าง ชลบุรี เอฟซี ว่ามีความต้องการจะสู่ขอสองปราการหลังทีมชาติอย่าง สุทธินันท์ พุกหอม และ ชลทิตย์ จันทคาม ไปร่วมทีมโดยพร้อมสู้ค่าตัวไม่อั้น และนอกจากนั้น ยังเล็งแข้งโสมแดงเกาหลีเหนือที่กำลังวาดลวดลายอยู่ในลีกสูงสุดแดนปลาดิบ ให้มาร่วมทดสอบฝีเท้าอีกด้วย

เพื่อให้สอดคล้องกับกฎของ เอ เอฟ ซี ที่จะสามารถส่งผู้เล่นต่างชาติลงได้ 3 คน และผู้เล่นในทวีปเอเชียลงสนามได้อีก 1 คนซึ่งต่างจากไทยลีกที่ส่งผู้เล่นต่างชาติลงได้ถึง 5 คน แต่ยินข่าวแว่วๆมาว่ากำลังจะเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ เข้ากับกฎ 3+1 ของเอเอฟซี ทำไมน้า?

อย่างที่หลายคนทราบดี ปีหน้าฟ้าใหม่ บุรีรัมย์จะรวมเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้ชื่อ บุรีรัมย์ ยูในเต็ด ทำให้ทั้งเมืองกลายเป็นสีเดียว และแฟนบอลก็คงจะไม่ต้องใส่เสื้อม่วงวันเสาร์ และใส่เสื้อส้มวันอาทิตย์อีกต่อไป

ความ สำเร็จอย่างก้าวกระโดดของ ทั้งสองบุรีรัมย์ คงเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีชายชื่อ เนวิน ชิดชอบ ผู้ที่เป็นมากกว่าทุกอย่างของทีม และเหนืออื่นใด ประธานสโมสรคนนี้ ทำให้หลายคนต้องมองกลับไปในมุมใหม่

วันที่ 31 ธันวาคมนี้ถ้วยใบนี้จะไปนอนในตู้ที่ นิวไอโมบาย แน่นอน

จาก เดิมที่เคยปรามาสว่า เสี่ยเน หนีพิษการเมืองมาหลบเลียแผลใจหลังกีฬาเพื่อเกาะกระแส แบบนักการเมืองบางคน แต่ความเอาจริงเอาจังกับการทำทีม อย่างการทุ่มเงินเซ็นสัญญากับนักเตะต่างชาติเกรดเอ หรือการสร้างสนามนิวไอโมบาย สเตเดี้ยม รวมไปถึง การวางแผนลุยศึกใหญ่ เอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า ทำให้กระแสเหล่านั้นเจือจางลงไป

และนับจากต่อแต่นี้ไป ทุกย่างก้าวของ ว่าที่สโมสร บุรีรัมย์ ยูในเต็ด  จะต้องยากลำบากกว่าเดิมเพราะบางคนเคยบอกไว้ว่า การเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว แต่การป้องกันแชมป์ยากกว่า เมื่อทุกทีมต่างก็ต้องการจะโค่นแชมป์กันทั้งนั้น ไหนจะศึกนอกอย่าง ถ้วยสโมสรเอเชีย ที่ต้องเดินทางไกล แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว แต่นี้คือบทพิสูนจน์ ว่า ทีมจากแดนปราสาทดีพอที่จะเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการฟุตบอลไทยหรือ ไม่

ส่วนใครที่ยังไม่หันมาดูบอลไทยขอบอกว่า “เซาะกราว ขนาดนัก!!”

 

ที่มา : Jedsada

sport mthai

แสดงความคิดเห็น