ฟุตบอลอุ่นเครื่องปรีซีซั่น
ออร์ลันโด้ ไพเรตส์ 0 – แมนฯยูไนเต็ด 1
นัดแรก ต้องไล่ตามตีเสมอไกเซอร์ ชีฟส์ มา 1-1 นัดนี้ ป๋าอเล็กซ์ส่ง เวส บราวน์ ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ขณะที่คริส อีเกิ้ล คนทำประตูในนัดก่อนได้ลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้ง นอกจากนี้ป๋ายังส่งเด็กปั้นอย่างจอนนี่ อีแวนส์, ดาร์รอน กิ๊บสัน และลี มาร์ติน ลงสนามพร้อมหน้าพร้อมตากัน
เปิดฉากครึ่งแรก ผีแดง ดีกรีแชมป์ยุโรป ลุยก่อน และมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในจังหวะที่ แคมเบลล์ โขกบอลชงให้ ลี มาร์ติน ใช้ความแข็งแกร่ง พาบอลหลุดเข้าไปทางซ้ายในเขตโทษ กองหลังเจ้าถิ่นพยายามสกัดแต่ก็เอาไม่อยู่ ทำให้มาร์ตินได้ยิงสวนนายประตูออร์ลันโด้ ไพเรตส์เสียบเสาไกลเข้าไปอย่างเลือดเย็น นาที 23 จากนั้น รูปเกมของแมนฯยูไนเต็ดยังคงเหนือกว่า ทว่ายังไม่สามารถบวกเม็ด 2 ได้ ทำให้จบครึ่งแรก นำอยู่ 1-0

กลับมาเล่นครึ่งหลัง ออร์ลันโด้ ไพเรตส์ รูปเกมดูดีและเล่นกันได้คึกคักมากขึ้น แต่ก็ยังฝ่าด่านอรหันต์ของแนวรับแมนฯยูไนเต็ดไม่ได้ อย่างไรก็ตาม นาที 75 แมนฯยูไนเต็ด เกือบได้เม็ดที่ 2 จากการประสานงานของ 2 ตัวสำรอง เมื่อรูนี่ย์ โซโล่ลากบอลขึ้นมา ก่อนจะไหลตามช่องให้พอล สโคลส์ได้ซัดเต็มเท้าทางขวาในเขตโทษ ทว่านายประตูของออร์ลันโด้ ไพเรตส์ยังปัดทิ้งไปได้อย่างยอดเยี่ยม
ท้ายเกม แมนฯยูไนเต็ด ปล่อยให้ออร์ลันโด้ ไพเรตส์ครองเกม อาศัยจังหวะฉาบฉวยคอยขู่เจ้าถิ่นบ้าง จนกระทั่งครบ 90 นาที ผีแดงเฉือนชนะไปแบบหวุดหวิด 1-0
รายชื่อผู้เล่นแมนฯยูไนเต็ด : เบน ฟอสเตอร์, เวส บราวน์, ริโอ เฟอรดินานด์, จอนนี่ อีแวนส์, มิกาแอล ซิลเวสตร์, คริส อีเกิ้ล, ไมเคิล คาร์ริค, ดาร์รอน กิ๊บสัน, ลี มาร์ติน, เฟรเซอร์ แคมเบลล์, คาร์ลอส เตเบซ
ตัวสำรอง: เบน อามอส, แกรี่ เนวิลล์, เวย์น รูนี่ย์, เนมานย่า วิดิช, พอล สโคลส์, จอห์น โอเชีย, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, แดนนี่ ซิมป์สัน
แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 0 – ลิเวอร์พูล 0
ลิเวอร์พูล ยกพลข้ามจากสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นมายังกรุงเบอร์ลินในเยอรมันเพื่อทำการลงอุ่นเครื่องกับแฮร์ธ่า เบอร์ลิน โดยที่เกมนี้ราฟาเอล เบนิเตซ ได้จัดทัพชุดผสมเหมือนเดิมเพื่อลงเล่น ซึ่งก็มีดาวรุ่งพุ่งแรงสุดๆอย่างดาเนี่ยล ปาเชโก้ ลงสนามด้วย

แต่เป็นเจอร์เมน เพนแนนท์ ปีกขวาตัวจี๊ดที่มีข่าวจะย้ายทีมกลับเป็นฝ่ายทำผลงานได้วูบวาบกว่าในช่วงต้นเกม เช่นกันกับทางลิเวอร์พูลที่ดูจะเล่นได้มั่นใจกว่าเล็กๆ อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะเป็น แฮร์ธ่า หรือลิเวอร์พูล ก็ต่างทำอะไรเกมรับอีกฝ่ายไม่ค่อยได้ จนทำให้ไม่ค่อยมีโอกาสที่จะทำให้แฟนๆกว่า 51,641 คนที่เข้ามาชมเกมในสนามได้ลุ้นอะไรมากนัก
ต้องรอจนกระทั่งก่อนหมดครึ่งแรกที่ แฮร์ธ่า จะได้เสียวจากจังหวะที่แบ็กขวา โซเฟียน ชาเฮด ได้ขึ้นมาส่องเน้นๆแต่ไปตรงตัวของดีเอโก้ คาวาเลียรี่ นายทวารชาวแซมบ้าของลิเวอร์พูล ก่อนที่เกมจะจบครึ่งแรกด้วยการเสมอกันอยู่ 0-0
เข้าสู่ครึ่งหลังได้แค่ 5 นาที ลิเวอร์พูล ก็น่าจะเป็นฝ่ายที่ออกนำเมื่อทางด้าน โวโรนิน โดนดึงล้มในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้ไปที่จุดโทษทันที ซึ่งกองหน้าชาวยูเครนก็ลุกขึ้นมาขอสังหารเอง แต่กลับยิงไปติดเซฟนายทวารเจ้าถิ่นที่พุ่งดักทางขวามือของตัวเอง
แฮร์ธ่า เล่นค่อนข้างเขี้ยวเพราะบอลฝากได้ทุกตัวในขณะที่ ลิเวอร์พูล ไม่มีเพลย์เมคเกอร์อย่าง เจอร์ราร์ด และตัวทะลุทะลวงอย่าง ตอร์เรส ทำให้เกมติดขัด และต่อเกมไม่คืบหน้าทำให้โอกาสบุกไปส่องเน้นๆแทบไม่มีให้เห็นในเกมนี้ แฟนบอลจึงได้เห็นการเลี้ยงฝ่าด่านแบบฝืนๆตรงกลางของ มาสเคราโน่หรือ อินซัว ตรงฝั่งซ้ายจนเสียไปเองหลายครั้งตั้งแต่ครึ่งแรกแล้ว
"หงส์แดง"ค่อยมาทำเกมทางซ้ายได้มากหน่อยตรง เบนายูน ที่ลงมาสร้างความแตกต่างแต่เกมรุกโดยรวมแล้วทีมเยือนยังทำได้ไม่ดีนัก ช่วงท้ายเกม แฮร์ธ่า หันมาบุกหนักและได้เสียวจังหวะฟรีคิกกรอบโทษฝั่งขวาแต่กองหลัง ลิเวอร์พูล ช่วยกันสกัดเอาไว้ได้ ทำให้จบเกมเสมอกันไป 0-0 แบบมิตรภาพสุดๆ
รายชื่อผู้เล่นทีมลิเวอร์พูล : ดีเอโก้ คาวาเลียรี่(มาร์ติน น.64), สตีเฟ่น ดาร์บี้(ดอสเซน่า น.46), เจมี่ คาร์ราเกอร์(เบนายูน น.46), ดาเนี่ยล แอกเกอร์(ฮูเปีย น.46), เอมิเลียโน่ อินซัว(เดเก้น น.46), เจอร์เมน เพนแนนท์, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, ดาเมี่ยน เปลซีส์, เซบาสเตียน เลโต้, ดาเนี่ยล ปาเชโก้(เคาท์ น.74), อังเดร โวโรนิน
ตัวสำรอง : เดวิด มาร์ติน, อันเดรีย ดอสเซน่า, ซามี่ ฮูเปีย, มาร์ติน สเคอร์เทล, ฟิลิปป์ เดเก้น, ยอสซี่ เบนายูน, เดิร์ค เคาท์, เจย์ สเปียริ่ง, แจ็ค ฮอบบ์ส
ซอมบาเตยี่ ฮาลาดาส 1 – อาร์เซนอล 1
นัดนี้ยังคงเป็นการผสมผสานระหว่าง ตัวจริงกับตัวเยาวชนเหมือนเดิม โดยมีชื่อตัวหลักอย่างซานญ่า, กลิชี่, อัลมูเนีย ลงมาบ้างแล้ว แต่ดาวรุ่งทั้ง เบล่า, วิลเชียร์ และแรมซีย์ ก็มีโอกาสวาดลวดลายเช่นกัน


เริ่มเกมเป็นทางอาร์เซนอลที่ทำได้ดีกว่าเจ้าบ้านจากฮังการีตามฟอร์ม และมีโอกาสเป็นระยะๆจากเกมฝั่งซ้ายที่แจ็ก วิลเชียร์ กับกาเอล กลิชี่ เล่นกันได้เยี่ยม แต่ทางซอมบาเตยี่ก็ไม่พลาด เคลียร์ทิ้งออกไปได้หมด
เกมเดินมาถึงนาทีที่ 25 กลับเป็นฝ่ายเจ้าถิ่นที่พลิกขึ้นนำ 1-0 อย่างน่าเซอร์ไพรส์ จากลูกที่คริสเตียน เคเนซี่ อดีตดาวเตะทีมชาติฮังการี เห็นอัลมูเนีย ออกมาไกล จึงชิพข้ามหัวไปเลย ซึ่งจัสติน ฮอยต์ พยายามวิ่งมาเคลียร์จากเส้น แต่ช้าเกินไป ลูกที่เขาเคลียร์ออกมา ถูกตัดสินว่าเข้าไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในนาทีที่ 42 กันเนอร์สก็ตีเจ๊า 1-1 จนได้ บอลเริ่มจากที่ กลิชี่ วางบอลยาวมาจากแดนหลัง นิคลาส เบนท์เนอร์ พักบอลไว้ได้ ก่อนจะไหลเข้ากลางให้ วัลคอตต์ ดาวเตะที่เลือกใส่เบอร์ 14 ปีนี้หาจังหวะได้สวยวิ่งเข้าตะบันเนื้อๆเสียบมุมล่างอย่างเด็ดขาด
เข้าสู่ครึ่งหลัง เวนเกอร์ ถอดเกวิน ฮอยต์ ที่เล่นไม่ดีออกแล้วส่งเฮนรี่ แลนส์บิวรี่ ลงไปแทน โดยดึงเอา ซานญ่า กับ กลิชี่ มาเล่นเป็นเซ็นเตอร์คู่ จากนั้นขยับ ฮอยต์ ผู้พี่เล่นฝั่งขวา และแลนส์บิวรี่ เล่นฟูลแบ็กซ้าย
เกมของ อาร์เซนอล ดีขึ้นมาเล็กๆจากครึ่งแรก และมีโอกาสจบสกอร์เยอะขึ้น ในนาทีที่ 54 มาร์ก แรนดัล ได้ยิงจากระยะ 25 หลา ลูกพุ่งวาบเฉียดคานไปแบบมีเสียว นาทีที่ 82 กันเนอร์สได้ฟรีคิกระยะ 20 หลา กาเอล กลิชี่ ขอรับยิง แต่ก็หลุดกรอบออกเสาไกลแบบไม่ได้ลุ้น
อีกนาทีเดียวจะหมดเวลา ฟรังซิส โกเกแลง จ่ายบอลให้เจย์ ซิมป์สัน ได้จังหวะง้างยิงในเขตโทษ แต่ไม่ทันได้ซัด ก็โดนแนวรับฮังการีที่วันนี้พยายามแพ็กกันเหนียวแน่น เคลียร์ทิ้งออกไปได้อีก หมดเวลา จึงเสมอกันไปค่อนข้างน่าเบื่อทีเดียว 1-1 อย่างไรก็ตาม ดาวรุ่งบางคนเช่น ฟรังซิส โกเกแลง และแจ็ก วิลเชียร์ ต่างทำผลงานได้น่าประทับใจไม่น้อย
รายชื่อผู้เล่นอาร์เซนอล
อาร์เซนอล : มานูเอล อัลมูเนีย(วิโต้ มันโนเน่ น.46),บาคารี่ ซานญ่า,เกวิน ฮอยต์(เฮนรี่ แลนส์บิวรี่ น.46),จัสติน ฮอยต์,กาเอล กลิชี่,แอร่อน แรมซีย์(อาร์ม็องด์ ตราโอเร่ น.46),เดนิลสัน,คาร์ลอส เบล่า(มาร์ก แรนดัล น.46),แจ็ก วิลเชียร์(เจย์ ซิมป์สัน น.62),ธีโอ วัลคอตต์,นิคลาส เบนท์เนอร์(ฟรังซิส โกเกแลง น.62)
เครดิต : soccersuck