ตะกร้อทีมเดี่ยวไทยไม่พลาด!ซิวทองชาย-หญิง

กีฬา >> ข่าวกีฬารอบโลก > ตะกร้อทีมเดี่ยวไทยไม่พลาด!ซิวทองชาย-หญิง

sepak350

การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 “เวียงจันทร์เกมส์” ในศึกดวล เซปักตะกร้อ ที่ศูนย์ไอเทค ประเภททีมเดี่ยว ทีมชาย มี 5 ทีม ประกอบด้วย ฟิลิปปินส์, ลาว, มาเลเซีย, เวียดนาม และ ไทย แข่งแบบพบกันหมดทั้งทีมชาย และทีมหญิง ทีมอันดับ 1 กับ 2 จะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ ส่วนทีมหญิง มี 2 สาย กลุ่มเอ ประกอบด้วย ไทย, อินโดนีเซีย และ เมียนมาร์ กลุ่มเอ ประกอบด้วย เวียดนาม, ลาว และมาเลเซีย? โดยจะจับที่ 1 กับ 2 ของสายมาไขว้เจอกันในรอบรองชนะเลิศ

ช่วงเย็นวันนี้ (15 ธ.ค.) เป็นการเเข่งขันรอบชิงชนะเลิศประเภททีมเดี่ยวชาย ไทย “เเชมป์เก่า” ที่ผลงานรอบเเรกเอาชนะมา 4 นัดรวดโดยไม่เสียเซต เริ่มนัดเเรกชนะ มาเลเซีย ถล่ม ฟิลิปปินส์ ซัด เวียดนาม ก่อนจัดการเชือด “เจ้าภาพ” ลาว เข้ารอบเป็นที่ 1 ของสาย มีคิวดวลกับ “เจ้าภาพ” ลาว ม้ามืดของรายการ ที่สามารถเขี่ย “เสือเหลือง” มาเลเซีย คู่อริตลอดกาลของทีมไทย ตกรอบเเบบเหนือความคาดหมาย ด้วยผลงาน ชนะ 3 เเพ้ 1 โดยที่ผ่านมาทั้งคู่ไม่เคยพบกันในรอบชิงฯ ในศึกซีเกมส์มาก่อน และครั้งนี้ถือเป็นหนเเรกที่ “เจ้าภาพ” ได้เข้าไปชิงดำอีกด้วย

เกมนี้ กมล ตันกิมหงษ์ หัวหน้าสต๊าฟโค้ชทีมตะกร้อชายไทย เปลี่ยนผู้เล่นหลายตำเเหน่งส่ง อนุวัฒน์ ชัยชนะ, เกรียงไกร แก้วเมียน และ ภัทรพงษ์ ยุพดี มาเป็นตัวหลัก โดยมี “โจ้หลังเท้า” สืบศักดิ์ ผันสืบ จอมเก๋าทีมชาติไทย นั่งคอยเป็นทีเด็ดอยู่ข้างสนาม เริ่มเกมทั้งคู่รูปเกมยังดูสูสี ขณะที่ฝ่ายไทย นำอยู่ 8-4 ลาวอาศัยลูกเสิร์ฟที่เฉียบคมไล่ตามมาเป็น 7-8 เเต่ “ทัพนักตะกร้อไทย” ไม่ตื่นออกนำอีกครั้งเป็น 11-9 ก่อนช่วงพักเบรค เเต่ฝั่ง “เจ้าภาพ” มาอาศัยทีเด็ดลูกเสิร์ฟของตัวเองทำเเต้มตีเสมอได้สำเร็จที่ 14-14 เเต่ เกรียงไกร เเก้วเมียน ตัวเสิร์ฟของไทยมาฮอตในช่วงท้าย ส่งผลให้ ทีมไทย ชนะไปในเซตเเรก 21-16

เซตสอง ไทย เริ่มได้ดีอาศัยการยืนตำเเหน่งที่ถูกที่ถูกเวลา ทำเเต้มเเละรักษารูปเกมไว้ได้ ก่อนภัทรพงษ์ ยุพดี จะมาจบด้วยการฟาดอย่างสุดสวย ให้ ไทย ขึ้นนำ 11-9 ก่อนออกมาพัก พอกลับมา ไทย ยังคึกทิ้งห่างไปถึง 8 เเต้มเป็น 18-10 จนหัวหน้าสต๊าฟโค้ชของลาวและลูกทีม มีอาการถอดใจอย่างเห็นได้ชัด เเละไม่สามารถต้านทานความเเข็งเเกร่งของไทยไว้ได้ ไทย ชนะไปอีก 21-10 จบเกม “ตะกร้อชายไทย” ถลุงชนะ “เจ้าภาพ” ลาว 2 เซตรวด (21-16, 21-10) คว้าเหรียญทอง “เวียงจันทน์เกมส์” ได้สำเร็จ เเละครองความเป็นเต้ยเเห่งวงการตะกร้อไว้ได้เป็น 7 สมัย

ส่วนประเภททีมเดี่ยวหญิง ไทย “เเชมป์เก่า” มีคิวดวลกับ เวียดนาม คู่ปรับเก่า และดีกรีรองแชมป์เก่า ที่ “โคราชเกมส์” สำหรับผลงานในรอบเเรก สาวไทย เอาชนะมา 3 นัดรวด โดยไม่เสียเซต เริ่มจากนัดเเรกชนะ อินโดนีเซีย 2-0 เซต, ถล่ม เมียนมาร์ ในนัดสอง 2-0 เซต ก่อนจัดการเชือด “เจ้าภาพ” ลาว 2-0 เซตในรอบรองฯ ส่วน “สาวญวน” ไม่น้อยหน้า คว้าชัย 3 นัด รวดเช่นกัน โดยนัดเเรกชนะ ลาว 2-1 เซต ตามมาด้วยทุบ มาเลเซีย 2-0 ในนัดสอง ก่อนรอบตัดเชือกซัด “สาวอินโดฯ” หายห่วง 2-0 เซต นอกจากนี้ ทั้งคู่เคยพบกันในซีเกมส์มาเเล้ว 5 ครั้ง โดยทีมไทย เป็นฝ่ายชนะ 5 ครั้งรวด

เกมนี้ นายวีรัส ณ หนองคาย หัวหน้าผู้ฝึกสอนตะกร้อหญิงของไทย จัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงเต็มพิกัด โดยส่ง นิตินัดดา แก้วคำไสย์, ธิดาวรรณ ดาวสกุล, อารีรัตน์ ตาขัน ลงประจันหน้า เริ่มเกมเป็นฝ่ายไทยได้เเต้มเเรกไปก่อน จาก “ลูกซันเเบ็ค” ของธิดาวรรณ เเต่ เวียดนาม วันนี้เเก้เกมมาดีอาศัยลูกเสิร์ฟและลูกฟาดลงเส้นหลังที่เฉียบขาด ทำคะเเนนนำไปก่อนในช่วงก่อนพักเบรค 10-7 จากนั้น เกมค่อนข้างสูสี โดยไทย พยายามไล่ตีตื้นมาเป็น 19-20 เเต่มาพลาดเสิร์ฟล้นออกไปเอง ทำให้เซตเเรก สาวตะกร้อไทย ตามหลัง เวียดนาม 0-1 เซต

เริ่มเซตสอง “โค้ชวีรัส” สั่งให้ นิตินัดดา แก้วคำไสย์ เน้นการเสิร์ฟของตัวเองมากขึ้น แล้วก็ได้ผลออกนำไปก่อนช่วงพักเบรค 11-6 พอกลับมา สาวไทย เริ่มเข้าฟอร์มเเละมีทีมเวิร์คที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการรับลูกที่เหนียบเเน่นของ อารีรัตน์ ตาขัน และการฟาดหน้าเนตทำคะเเนนของ ธิดาวรรณ เริ่มสำเเดงเดช จนสาวไทย ตีเสมอ ทีมชาติเวียดนาม 1-1 ได้ในที่สุด ด้วยสกอร์ ค่อนข้างขาด 21-8

เซตสุดท้าย เซตตัดสิน ทีมไทยลุกมาจากข้างสนามด้วยความมั่นใจ จนสามารถครองเกมไว้ได้หมด ประกอบกับฝั่ง “สาวญวน” เริ่มถอดใจ มำให้ ไทย มาซัด 5 เเต้มรวด ก่อนเปลี่ยนเเดน ไทยนำ 8-2 เเต่ เวียดนาม ไม่ยอมง่ายๆ มาฮึดตีตื้นเป็น 5-13 เเต่สู้ลูกเก๋าของสาวไทยไม่ไหว ก่อน ธิดาวรรณ จะมาฟาด “ซันเเบ็ค” สุดสวยปิดท้ายให้ ไทย ชนะไปอีก 15-9 จบเกม ตะกร้อสาวไทย ย่ำเเค้น “สาวญวน” คว้าเหรียญทองซีเกมส์ไว้ได้เป็นสมัยที่ 5?ส่วน เวียดนาม ยังไม่สามารถสัมผัสแชมป์ซีเกมส์ประเภททีมเดี่ยว รวมทั้งทีมชุดเลย นับตั้งแต่ตะกร้อหญิงบรรจุเข้าแข่งขันซีเกมส์ หนแรกในครั้งที่ 19 ที่ กรุงจากาตาร์ ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี 2540

หลังเกม นายกมล โค้ชตะกร้อทีมชาย ออกมาเผยว่า “ต้องขอชมเชยเจ้าภาพลาว ที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ถือเป็นฟอร์มระดับท็อปของเขา ส่วนผลงานของทีมเราวันนี้ก็ถือว่าพอใจที่คว้าแชมป์ตะกร้อทีมเดี่ยวได้เป็น สมัยที่ 7 ก็ถือว่าเราโชคดีด้วยที่เจอลาว เพราะถ้าเจอมาเลย์ น่าจะยากกว่านี้? และต้องขอชมเชยนักกีฬาดาวรุ่งทั้ง 3 คนที่เล่นกันอย่างยอดเยี่ยม ถือว่าขึ้นมากดดันรุ่นพี่ๆ แล้ว เชื่อว่าจะเป็นตัวหลักของทีมในอนาคตได้ไม่ยาก

sport mthai

แสดงความคิดเห็น