ยูเอ็น รับ มวยไทย เป็นกีฬาแห่งประชาคมโลก‏

Home / ข่าวกีฬาในประเทศ, ข่าวมวย / ยูเอ็น รับ มวยไทย เป็นกีฬาแห่งประชาคมโลก‏

 

IMG_01_resize

สหประชาชาติ (United Nation) ให้การยอมรับ มวยไทย เป็นกีฬาแห่งประชาคมโลก ที่ได้รับการนิยมอย่างกว้างขวางและสามารถใช้เป็นสื่อรณรงค์ต่อต้าน และยุติปัญหาความรุนแรงต่อสตรี ตามนโยบายขององค์การสหประชาชาติ จับมือกับ “บิ๊กเหวียง” และศักดิ์ชายลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับสภามวยไทยโลก และสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาติ เพื่อใช้ มวยไทย เป็นสะพานเชื่อมสู่ประชากรทั่วโลก สร้างจิตสำนึกในการให้เกียรติ และเคารพในความเท่าเทียมทางเพศ ไม่ละเมิดสิทธิสตรี พร้อมยังเตรียมผลิตคลิปวิดีโอ เพื่อเป็นสื่อออนไลน์ สำหรับแฟนวงการหมัดมวย โดยมีเนื้อหาการมีส่วนร่วมของเยาวชนต่อนักมวยผู้มีชื่อเสียงต่างๆ ซึ่งจะออกเผยแพร่ได้ภายในปีนี้

พิธีลงนามในข้อบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่าง สภามวยไทยโลก โดยพลเอกเชษฐา ฐานะจาโร และดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธานสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ กับ โรเบอร์ต้า คลาร์ค ผู้อำนวยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิสตรี ขององค์การสหประชาชาติประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค มีขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 25 เมษายน 2557 ณ ห้องประชุมชั้น 25 อาคารที่ทำการการกีฬาแห่งประเทศไทย สาระสำคัญในข้อตกลง เป็นข้อผูกพันที่ทั้งสามฝ่ายจะใช้ มวยไทย ที่ไดรับความนิยมอย่างแพร่หลาย กลายเป็นกีฬาแห่งประชาคมโลก ในขณะนี้ เป็นกิจกรรมรณรงค์สร้างจิตสำนึก ในการให้เกียรติและเคารพในความเท่าเทียวทางเพศ เพื่อยุติปัญหาความรุนแรงต่อสตรี จากการกระทำอันเกิดจากความแข็งแกร่ง และความได้เปรียบทางด้านร่างกายของบุรุษเพศ

สำหรับประเด็นที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของการกระทำรุนแรง ประกอบด้วย การมองด้วยสายตา การแทะโลม เหยียดหยาม พูดจาเยาะเย้ย ถากถาง ข่มขู่ ดูถูก กีดกัน เอาเปรียบ แก่งแย่ง คดโกง ให้ร้ายป้ายสี ทำร้ายร่างกาย ทุบตี และข่มขืน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ปรากฏอยู่ทั่วโลก

ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติ มีความมั่นใจว่า มวยไทย จะเป็นสื่อหรือสะพานเชื่อมไปสู่ประชากรทั่วโลก เมื่อมีการเผยแพร่วัตถุประสงค์ด้วยคำขวัญหรือโลโก้หรือภาพความน่ากลัว ความสูญเสียและความโหดร้ายที่การเสนอขึ้นในเวทีการแข่งขันและทางจอโทรทัศน์ระหว่างถ่ายทอดการแข่งขัน ซึ่ง มวยไทย สามารถเข้าถึงผู้ชมได้ทั่วโลก ไม่แพ้กีฬาอื่นๆ

นอกจากนั้น การรณรงค์ด้วยการนำนัก มวยไทย ระดับวีระบุรุษมาเป็นพรีเซนเตอร์ อย่าง บัวขาว, ยอดแสนไกล, สมรักษ์, เข้ม, ไทรโยค และนักมวยดังต่างประเทศ เช่น อาร์เทม เลวิน แห่งรัสเซีย ฟาบิโอ แปงโต แห่งฝรั่งเศส และสอสโม อเลกซานเดอร์ แห่งบราซิล ก็จะเป็นอีกไอดอลสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติของบุรุษเพศให้หันมาให้เกียรติสตรีเพศ

โรเบอร์ต้า คลาร์ส กล่าวว่าบุคคลในวงการกีฬามีความสามารถ และควรจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างความตระหนักของเพศชายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพื่อลุกขึ้นร่วมยุติการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง และเพื่อป้องกันไม่ให้การใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง จึงจำเป็นต้องยับยั้งบรรทัดฐานทางสังคมที่เป็นการส่งเสริมให้ผู้ชายใช้อำนาจและควบคุมสตรีให้หมดสิ้นไป

ด้าน พลเอกเชษฐา ฐานะจาโร ประธานสภามวยไทยโลก (WMC) กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ มีองค์กรพันธมิตร 3 หน่วยงาน ได้แก่ สหประชาชาติเพื่อสตรี (UN Women) สภามวยไทยโลก (WMC) และสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ ( IFMA ) จะใช้ความนิยมใน มวยไทย ที่แพร่หลายทั่วโลก และภาพของความแข็งแกร่งของเพศชายเป็นจุดเริ่มต้นในการรณรงค์เพื่อตระหนักและหยุดการใช้ความรุนแรงต่อสตรีผ่านทางประเทศสมาชิก มวยไทย ทั่วโลก นอกเหนือจากการเตรียมคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่เพื่อให้เข้าใจว่าพวกเขาสามารถช่วยกำจัดปัญหาดังกล่าวได้อย่างไร องค์กรทั้งสามยังกระตุ้นให้นักมวยทั้งชายและหญิงชื่อดังในฐานะตัวแทนของบุคคลากร มวยไทย มีส่วนร่วมในโครงการดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายของ WMC และ IFMA เพื่อป้องกันและรับผิดชอบต่อปัญหาความรุนแรงดังกล่าว

ขณะที่ ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธานสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (IFMA) กล่าวว่า มวยไทย ที่มีมาแต่เดิมนั้นถูกสร้างขึ้นจากคุณค่าที่ดี และขนบธรรมเนียมที่มีมาช้านาน และแสดงให้เห็นว่ามีผลต่อการสร้างแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มสาวในการใช้ชีวิตอย่างสง่างาม และมั่นคงโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเสมอภาค และความเคารพ ซึ่งน้ำใจนักกีฬาถือเป็นหัวใจหลักของมวยไทยทั้งใน และนอกสังเวียนไม่ว่าจะในที่สาธารณะหรือในชีวิตส่วนตัว

ส่วน ซู แลตต้า อดีตแชมป์โลกหญิง 3 สมัย และรองประธาน IFMA และประธานคณะกรรมการฝ่ายสตรีของ IFMA กล่าวว่า กีฬาชนิดใดก็ตามต่างมีอำนาจในตัวเอง แชมเปี้ยนของกีฬาชนิดนั้นๆ จะเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนอยากเป็นในสิ่งที่ตนอยากเป็น นักกีฬามวยไทยไม่ว่าชายหรือหญิงซึ่งถือเป็นหนึ่งในนักกีฬาศิลปะป้องกันตัวที่แข็งแรงที่สุดในโลกยังให้ความเคารพซึ่งกันและกันและจริยธรรมของการดำรงชีวิตนี้เองที่เป็นพื้นฐานสำคัญของกีฬามวยไทย ในฐานะกีฬาที่ได้รับการยอมรับระดับสากลเชื่อได้ว่ามวยไทยจะต้องมีความรับผิดชอบต่อต่อสังคมเพื่อทำให้โลกนี้ดีขึ้นและแข็งแรงขึ้น นี่คือเหตุผลที่เราเข้าร่วมต่อสู้เพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง

ปิดท้าย มร.สเตฟาน ฟอกซ์ เลขาธิการ IFMA กล่าวว่า ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ เมื่อพูดถึงการใช้ความรุนแรงต่อสตรี การใช้ความรุนแรงต่อสตรีแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นสุภาพบุรุษ มันคือความขี้ขลาดตาขาวและเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในสังคมเรา

ทั้งนี้องค์กรทั้งสามยังเตรียมผลิตคลิปวิดีโอเพื่อเป็นสื่อออนไลน์สำหรับแฟนวงการหมัดมวย โดยมีเนื้อหาการมีส่วนร่วมของเยาวชนต่อนักมวยผู้มีชื่อเสียงต่างๆ ซึ่งจะออกเผยแพร่ได้ภายในปีนี้

ขออนุญาตใช้เนื้อหา