mma ONE Championship บิเบียโน่ แฟร์นานเดส มาร์ติน เหงียน

มาร์ติน เหงียน ห้าว! พร้อมปะทะ บิเบียโน่ ตั้งเป้าคว้าเข็มขัดที่ 3 ศึก ONE Championship

Home / ข่าวมวย / มาร์ติน เหงียน ห้าว! พร้อมปะทะ บิเบียโน่ ตั้งเป้าคว้าเข็มขัดที่ 3 ศึก ONE Championship

มาร์ติน เหงียน นักสู้ชาวออสเตรเลียเชื้อสายเวียดนามสุดห้าว ประกาศลั่นพร้อมดวลคนเก่งที่สุด ก่อนมีโปรแกรมขึ้นเวทีกับ บิเบียโน่ แฟร์นานเดส คู่แข่งจากบราซิล ในการแข่งขัน ONE Championship ศึก ONE : IRON WILL ที่ประเทศไทย พร้อมตั้งเป้าคว้าเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นที่ 3 มาครองให้ได้

มาร์ติน เหงียน เจ้าของฉายา “The Situ-Asian” แชมป์รุ่นเฟเธอร์เวตและไลต์เวต พร้อมตั้งเป้าสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์โลกรุ่นที่สามของตัวเอง ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ โดยเขาได้ลดน้ำหนักตัวเอง เพื่อลงมาท้าชิงกับแชมป์โลกรุ่นแบนตั้มเวทอย่าง บิเบียโน่ แฟร์นานเดส เจ้าของฉายา “The Flash” ซึ่งเป็นคู่เอกของรายการ ONE : IRON WILL ที่จะจัดขึ้น ณ อิมแพ็ค อารีน่า กรุงเทพฯ ประเทศไทย

มาร์ติน เหงียน วัย 28 ปี นักกีฬาชาวออสเตรเลียเชื้อสายเวียดนาม เป็นเจ้าของเข็มขัดแชมป์โลกสองรุ่น เขาถูกกล่าวถึงกันในวงการศิลปะป้องกันตัวทั่วโลกถึงชัยชนะของเขาที่มักจบลงด้วยความตื่นเต้น โดยล่าสุดเจ้าตัวได้น็อก เอ็ดดูอาร์ด โฟลายัง ฮีโร่ขวัญใจชาวฟิลิปปินส์ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จนทำให้เขาสร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นนักกีฬาของแรกของ ONE Championship ที่ครองเข็มขัดแชมป์โลกสองรุ่นในเวลาเดียวกันได้สำเร็จ

โดยครั้งนี้ เหงียน ตั้งเป้าสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการปะทะกับ บิเบียโน่ แฟร์นานเดส ผู้ที่ถูกยกย่องในวงกว้างว่าเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก อย่างไม่ต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้ว

ในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา เหงียน แสดงเจตจำนงของตัวเองว่าอยากพบกับยอดฝีมืออย่าง บิเบียโน่ ยอดฝีมือที่ประเดิมตั้งแต่ไฟต์แรกกับ วัน แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปี 2012 และไม่เคยพ่ายแพ้ให้ใครเลย ซึ่งการพบกันในครั้งจะนี้แข่งกันภายใต้กติกา 5 ยก ในพิกัดรุ่นแบนตั้มเวท ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้จะพิสูจน์อีกครั้งว่าเขาจะเป็นอันดับหนึ่งของวงการได้หรือไม่

“เขาคือตำนาน ผมเห็นเขายืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการนี้ เขาประสบความสำเร็จในอาชีพของเขา และยังเป็นหนึ่งในนักกีฬารุ่นแบนตั้มเวทแถวหน้าของโลก การได้ปะทะกับคนที่เก่งที่สุด นั่นคือความปรารถนาเดียวของผม” มาร์ตินกล่าว

“ผมเอาชนะ เอดูอาร์ด จนคว้าแชมป์โลกรุ่นที่สองมาได้ ตอนนี้ผมก็ยังอยากเจอคนที่เก่งที่สุดอีก อย่างที่บอก บิเบียโน่ คือสุดยอด ส่วนผมนั้นถือว่ายังเป็นรองอยู่ แต่ก็เหมือนไฟต์ที่ผ่านๆ มาแหละ ผมเหมือนหมาป่าผู้โดดเดี่ยวที่กระหายเนื้ออยู่เสมอ และตอนนี้ผมจะขึ้นไปสู่จุดสูงสุดแล้วอยู่เหนือเขาให้ได้”

ด้าน บิเบียโน่ ยังไม่เคยแพ้ใครเลยนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เวทีนี้ตลอด 7 ปี โดยเขาครองสถิติ ชนะรวดทั้ง 13 ครั้ง และผ่านนักกีฬาชื่อดังหลายๆคนมาแล้ว เช่น รีซ แมคลาเรน, เควิน เบลิงกอน และ แด ฮวาน คิม

“เขาเป็นนักกีฬาศิลปะป้องกันตัวที่เก่งรอบด้าน เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวคนนึง ไม่เพียงแต่ผมต้องการขึ้นสังเวียนกับเขาเท่านั้น แต่แฟนๆเองก็อยากเห็นเช่นกัน เขาทรงพลังในการน็อกเอาท์, เชี่ยวชาญยิวยิตสู และ สุดยอดด้านคาร์ดิโอ เขาครบเครื่อง เขาเป็นนักกีฬาศิลปะป้องกันตัวที่สมบูรณ์แบบในอย่างที่คุณต้องการเป็น” เหงียนกล่าวถึง บิเบียโน่

สำหรับการเตรียมตัวในไฟต์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เหงียนจำเป็นต้องลดน้ำหนักตัวเองลงเพื่อให้อยู่ในพิกัดรุ่นแบนตั้มเวท ที่ 65.8 กิโลกรัม ซึ่งเจ้าตัวก็ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “น้ำหนักผมอยู่ในพิกัดแล้ว ทุกๆ อย่างพร้อมหมด นักโภชนาการให้ผมทานน้อยกว่าเดิม ซึ่งในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ น้ำหนักผมลดลงจาก 72 กิโลกรัม เหลือแค่ 68 กิโลกรัม”

ทั้งนี้ แม้ว่าเขาจะยอมรับว่ารู้สึกถึงผลกระทบจากการลดน้ำหนัก แต่เขาก็ยังเชื่อมั่นในกระบวนการทั้งหมดสำหรับแผนควบคุมอาหารที่เข้มงวดของตัวเอง

“ผมซ้อมหนักมากกว่าเดิม ความเร็วและคาร์ดิโอของผมเพิ่มมากขึ้น ความแกร่งอาจจะน้อยลง แต่นั่นคือสิ่งที่ต้องยอมแลกอยู่แล้ว แต่ผมก็ยังแก้ไขอยู่ และไม่ต้องการให้มันน้อยลงกว่านี้ เมื่อความเร็วและเวลาของผมมาถึง เมื่อผมถึงที่สุดของขีดจำกัด ทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางเอง” เขาอธิบายเพิ่มเติม

นอกเหนือจากนักโภชนาการที่เข้ามาดูแลทุกมื้ออาหารของเขาแล้ว เขายังได้เชิญ รีซ แม็คลาเรน ผู้ซึ่งเคยขึ้นสังเวียนกับบิเบียโน่มาแล้ว มาให้คำแนะนำในช่วงที่เขาฝึกซ้อมด้วย โดย แม็คลาเรน เองเกือบเอาชนะ บิเบียโน่ ได้ในการแข่งขันชิงแชมป์โลกรุ่นแบนตั้มเวท เมื่อเดือนธันวาคม 2016 ซึ่งสุดท้ายเขาแพ้คะแนนไปอย่างเฉียดฉิว

“ผมมี รีซ อยู่ที่นี่เพื่อช่วยในการซ้อม และเขาได้ให้คำแนะนำบางอย่างที่เขาคิดว่าผมจะล้ม บิเบียโน่ ได้ นี่เป็นไอเดียของโค้ช ฟารี่ ซาลิเยฟสกี้ โดยเขาคิดว่า ‘เพราะ รีซ เคยดวลกับ บิเบียโน่ มาก่อน และเรามองว่าไฟต์นั้น รีซ คือผู้ชนะ เราเลยให้เขามาช่วยแนะนำดีกว่า’ ซึ่งแผนนี้ถือว่าเยี่ยมเลย” เหงียนกล่าวเพิ่ม

สำหรับศึกใหญ่ที่กำลังจะมาถึงใน ONE : IRON WILL เหงียนมีความมั่นใจว่าจะเอาล้มคู่แข่งจากบราซิลได้สำเร็จ

“ผมไม่มีความกดดันเลย ผมมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ ว่าจะชนะในไฟต์นี้ มันไม่สำคัญว่าจะด้วยวิธีใด แต่ผมจะทำมันได้ เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ผมจะได้เจอกับงานที่ยากมหาโหด แต่สุดท้ายผมจะโค่นเขาให้จงได้” เหงียนกล่าวปิดท้าย

ขออนุญาตใช้เนื้อหา