ผลบอล : เกือบเอาตัวไม่รอด! สิงห์บลู10ตัวบุกสยบมวยโลกเก็บชัยนัดแรกในลีก

Home / ข่าวฟุตบอล / ผลบอล : เกือบเอาตัวไม่รอด! สิงห์บลู10ตัวบุกสยบมวยโลกเก็บชัยนัดแรกในลีก
คลิกภาพ!! เพื่อชมไฮไลท์ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-3 เชลซี
คลิกภาพ!! เพื่อชมไฮไลท์ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-3 เชลซี

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558
เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-3 เชลซี
ผู้ทำประตู : 0-1 เปโดร โรดริเกซ น.20, 0-2 ดิเอโก้ คอสต้า น.30, 1-2 เจมส์ มอร์ริสัน น.35, 1-3 เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า น.42, 2-3 เจมส์ มอร์ริสัน น.59
เวลา : 18.45 น.
สนาม : เดอะ ฮอว์ธอร์นส์
ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก คู่ประเดิมสนามประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม แชมป์เก่า เชลซี มีคิวบุกไปเยือนถิ่น เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ ของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน โดยแมตช์นี้ โชเซ่ มูรินโญ่ ติดสินใจส่ง เปโดร โรดริเกซ ปีกตัวใหม่ป้ายแดงลงเล่นในฐานะ 11 ตัวจริง นาสนใจว่าหลังจากจบ 90 นาที กองทัพ “สิงห์บลู” จะสามารถเก็บ 3 แต้มแรกในเกมลีกไปได้หรือเปล่า

[เริ่มเกม] 10 นาทีแรก ถือว่าทั้งสองทีมสู้กันสนุก ผลัดกันรุกรับไปมาและมีโอกาสลุ้นได้ประตูขึ้นนำด้วยกันทั้งคู่ นาที 13 เจ้าบ้านพลาดได้ประตูขึ้นนำแบบสุดช็อค! จากจังหวะ เนมานย่า มาติช พลาดทำเสียจุดโทษ จากจังหวะเข้าสกัด คัลลั่ม แม็คมานามาน แบบพรวดพราด และเป็นทาง เจมส์ มอร์ริสัน รับหน้าที่สังหารซัดไปกลางประตูแต่ติดขา ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ออกหลังไปอย่างเหลือเชื่อ

นาที 18 แนวรับ “สิงห์บลู” ชักเริ่มอาการไม่ดี หลังจากหวิดเสียประตูอยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะนี้ที่มาเสียฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวาโยนเข้ามาถึง เคร็ก ดอว์สัน ได้ขึ้นโขกเต็มๆ แต่โชคร้ายที่บอลผิดเหลี่ยมเล็กน้อยก่อนจะหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว GOAL! นาที 20 เชลซี มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะสวนกลับ และเป็นทาง เปโดร โรดริเกซ ปีกตัวใหม่ที่แทบจะไม่มีส่วนร่วมทั้งเกม หลุดขึ้นมาหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะกดด้วยซ้าย บอลไปแฉลบขา เคร็ก ดอว์สัน เปลี่ยนทางเล็กน้อย พร้อมกับพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย

GOAL! นาที 30 “สิงห์บลู” มาได้ประตูที่ 2 จากจังหวะโต้กลับอีกครั้ง คราวนี้เป็นทาง ดิเอโก้ คอสต้า ที่วิ่งมาเข้าชาร์จโล่งๆจากจังหวะกึ่งยิงกึ่งผ่านของ เปโดร ช่วยให้ เชลซี ทิ้งห่าง เวสต์บรอมวิช เป็น 2-0 GOAL! นาที 35 เจ้าบ้านมาทวงประตูตีไข่แตกได้สำเร็จ และเป็นการแก้ตัวของ เจมส์ มอร์ริสัน ที่สังหารจุดโทษพลาด โดยตะบันเต็มแข้งขวาในกรอบเขตโทษ บอลไม่ห่างตัว ธิโบต์ กูร์ตัวส์ เท่าไหล่แต่ด้วยความรุนแรงทำให้เป็นเรื่องยากที่จะเซฟไว้ได้ นาที 40 พลาดได้ประตูที่ 3 อย่างเหลือเชื่อสำหรับ เชลซี หลังจาก เปโดร จ่ายถวายพานมาให้ วิลเลี่ยน แต่ยิงออกไปเองง่ายๆซะอย่างนั้น GOAL! นาที 42 เกมรับเจ้าบ้านยังคงรั่วไม่หยุด คราวนี้เป็นทาง เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า รับบอลจากการพักอกของ ดิเอโก้ คอสต้า ก่อนจะแปเข้าไปนิ่มๆให้ เชลซี หนีห่าง เวสต์บรอมวิช อีกครั้งเป็น 3-1 จบครึ่งแรก! “สิงห์บลู” อาศัยความคมของบรรดาแนวรุกเจาะทะลวงตาข่ายเกมรับ “เดอะ แบ็กกี้ส์” ไปด้วยสกอร์ 3-1 ต้องมาดูกันว่า 45 นาทีหลัง โทนี่ พูลิส จะปรับหมากมารับมือกับลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ร้อนแรงมากๆในครึ่งเวลาแรกยังไง

เริ่มครึ่งหลัง ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 54 เชลซี งานเข้า!! หลังจาก จอห์น เทอร์รี่ เซ็นเตอร์ฮาร์ฟกัปตันทีม ไปดึง ซาโลมอน รอนดอน ที่กำลังจะหลุดเดี่ยวไปดวลกับ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ทำให้ผู้ตัดสิน มาร์ค แคลตเทนเบิร์ก ตัดสินใจแจกใบแดงไปตามระเบียบ GOAL! นาที 59 หลังจากนักเตะเหลือแค่ 10 คนในสนาม แนวรับ “สิงห์บลู” ก็ต้านทานเกมรุก “มวยโลก” ไม่ไหว มาโดนทีเด็ดจากลูกโหม่งเช็ดกลับหลังของ เจมส์ มอร์ริสัน บอลพุ่งไปเสียบสามเหลี่ยมแบบสุดสวย เวสต์บรอมวิช ไล่ตาม เชลซี มาเป็น 2-3 นาที 72 คัลลั่ม แม็คมานามาน จัดการล็อคหลบ อิวาโนวิช จนหลักหักก่อนจะยิงเล่นทางด้วยขวา โชคร้ายที่บอลเฉี่ยวเสา พลาดโอกาสพาทีมไล่เจ๊าไปแบบหวุดหวิด เข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้าย แม้ว่า “มวยโลก” จะเดินหน้าบุกใส่ เชลซี แต่ก็ไม่สามารถหาโอกาสยิงได้แบบถนัดเท้าสักเท่าไหร่ ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซาโลมอน รอนดอน ได้ซัดแข้งขวาแบบจ่อๆ แต่ก็ยังไปติดเซฟ กูร์ตัวส์

จบเกม! แชมป์เก่า เชลซี ที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คน บุกมาเฉือน เวสต์บรอมวิช คารัง เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ 3-2 เก็บชัยนัดแรกในศึก พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน : โบอาซ มายฮิลล์(GK), เคร็ก ดอว์สัน, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, โยนาส โอลส์สัน, คริส บรันท์, เจมส์ มอร์ริสัน(เคร็ก การ์ดเนอร์ น.88), ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, เคลาดิโอ ยาค็อบ, เจมส์ แม็คคลีน(ริคกี้ แลมเบิร์ต น.60), คัลลั่ม แม็คมานามาน(เซอร์จ กนาบรี้ น.78), ซาโลมอน รอนดอน

เชลซี : ธิโบต์ กูร์ตัวส์(GK), บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, เคิร์ท ซูม่า, จอห์น เทอร์รี่, เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, เชสก์ ฟาเบรกาส, เนมานย่า มาติช, เปโดร โรดริเกซ(จอห์น โอบี มิเกล น.84), วิลเลี่ยน(แกรี่ เคฮิลล์ น.56), เอเด็น อาซาร์, ดิเอโก้ คอสต้า(ราดาเมล ฟัลเกา น.78)

1

2

3

ขออนุญาตใช้เนื้อหา