เปาอ้น ยันตัดสินต่อแม้โดนสกรัมอ่วม เหตุรักฟุตบอลสุดใจ

Home / ข่าวฟุตบอลไทย / เปาอ้น ยันตัดสินต่อแม้โดนสกรัมอ่วม เหตุรักฟุตบอลสุดใจ

“เปาอ้น” อภิสิทธิ์ อ้นรักษ์  เปิดใจหลังถูกแฟนบอลรุมสกรัมจนมีอาการบาดเจ็บจากเกมเพลย์ออฟไทยลีก ระหว่าง นครปฐม เปิดรังเจ๊าศรีสะเกษฯ 0-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า อาการบาดเจ็บที่มีอยู่ในตอนนี้คือบริเวณเบ้าตาขวา, โหนกแก้ม รวมไปถึงลำตัวและศรีษะที่โดนตีด้วยเครื่องมือสื่อสาร แต่ก็ได้ไปตรวจเช็คอาการอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลแล้ว

โดยทางทีมแพทย์ให้กลับไปดูอาการที่บ้านต่อ และตอนนี้บาดแผลต่างๆ ที่กล่าวมาก็เริ่มยุบลงไปแล้ว แต่ทั้งนี้ถ้าหากอาการยังไม่ดีขึ้น คงต้องไปเช็คอีกครั้งโดยเฉพาะในเรื่องของสมองที่ยังต้องรอการสแกนผลต่อไป ด้วย

เชิ๊ตดำผู้เคราะห์ร้าย  ได้กล่าวต่อว่า หลังจากที่ตนประสบกับเหตุการณ์นี้ตนได้รับกำลังใจอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวตนเองที่เป็นเสมือนกำลังใจชั้นดี อีกทั้งเพื่อนฝูงในวงการวงการผู้ตัดสิน โดยเฉพาะ “เปาแป๊ก” ปรัชญา เพิ่มพานิช เลขาธิการสมาคมผู้ตัดสินแห่งประเทศไทย ที่เข้าใจและให้กำลังใจตนในการทำงานต่อไป โดยตนขอยันยืนตรงนี้เลยว่าจะสู้อย่างเต็มต่อไปในการทำหน้าที่ผู้ตัดสิน เพราะตนยังคงรักในวงการฟุตบอลนี้อย่างหมดหัวใจ ส่วนเรื่องที่คนถูกกล่าวหาว่าว่าไปรับเงินของทางฝั่ง ศรีสะเกษ นั้น ตนขอบอกได้เลยว่าไม่ได้รับเงินจากศรีสะเกษแน่นอน และตั้งแต่ลงทำหน้าที่มาไม่เคยรับเงินสินบนจากใครทั้งนั้น ซึ่งที่ผ่านมาตนพยายามจะตัดสินด้วยความถูกต้องเท่านั้น

ทั้งนี้ ตนก็อยากบอกว่า ในฐานะผู้ตัดสินฟุตบอลคนหนึ่งอยากจะวอนให้หลายๆ ฝ่ายเคารพกฏกติกาการแข่งขัน และผลการแข่งขันที่ออกมาให้มากขึ้น และถ้าหากเกิดการตัดสินที่ผิดพลาดขึ้นมาจริงๆ ผู้ตัดสินทุกคนยินดีให้การตรวจสอบตามขั้นตอนที่วางไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการยกมาตราฐานของวงกรฟุตบอลบ้านเราให้สูงขึ้น ส่วนกระแสที่เมื่อมีความผิดพลาดอะไรเกิดขึ้นในสนามก็มักจะมาโยนให้กับผู้ ตัดสินนั้น ตนอยากเสนอให้แต่ละฝ่ายหันหลังกลับไปคนละก้าว และพิจารณาผลงานของตนเองเป็นอันดับแรก เช่นกรรมการก็ต้องคอยดูผลงานของตนเองว่าตัดสินเป็นอย่างไร ส่วนกองเชียร์ก็ต้องจะอยู่ในส่วนของกองเชียร์และเรียกร้องได้ตามสิทธิเท่านั้น

พร้อมกันนี้ ตนยังอยากวอนไปทาง บ.ไทยพรีเมียร์ลีก ว่าให้ดูแลผู้ตัดสินให้ดีกว่านี้ เพราะทุกวันนี้ ผู้ตัดสินได้รับการดูแลแบบไม่ดีเท่าที่ควร จริงๆ ในแมตช์ที่กดดันแบบนี้ น่าจะมีมาตรการในการดูแลที่เข้ามกว่าเดิม เพราะว่าตนเองตัดสินอยู่ในสนามก็คิดว่าทำหน้าที่ได้อย่างดีอยู่แล้ว แต่ก็ต้องมีบางคนที่มองว่าไม่ดี ซึ่งถ้าหากมีมาตรการคุ้มกันที่ดีกว่านี้คงไม่เกิดเรื่องที่เลวร้ายแบบนี้แน่นอน

ที่มาข่าว: www.thaileagueonline.com, ภาพ: สยามสปอร์ต

ขออนุญาตใช้เนื้อหา