ปิดฉากทีโอที เอสซี : วันที่ฮัลโหล..ไร้สัญญาณบนลีกไทย

Home / sport variety, ข่าวฟุตบอลไทย / ปิดฉากทีโอที เอสซี : วันที่ฮัลโหล..ไร้สัญญาณบนลีกไทย

… เป็นระยะกว่า 30 ปีแล้ว ที่ทีมฮัลโหล อยู่คู่กับวงการลูกหนังไทยมาอย่างยาวนาน ผลิตนักฟุตบอลมากมายสู่ลีกบ้านเรา รวมถึงระดับทีมชาติ ..กระทั่งในวันนี้ที่สโมสรแห่งนี้ มีอันต้องยุติเส้นทางการแข่งขันของทีมในลีก เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี

Untitled-1

 

ยุคเริ่มต้น.. องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย

ย้อนกลับตั้งแต่การแข่งขันไทยลีก ครั้งแรก ฤดูกาล 1996-97 ทีมองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในทีมที่ร่วมก่อตั้งลีกอย่างเป็นทางการ ผลงานในฤดูกาลแรก พวกเขาคว้าตำแหน่งรองแชมป์ (ทีมชนะเลิศได้แก่ กสิกรไทย ที่มี วิทยา เลาหกุล เป็นกุนซือ) u0741แต่ถึงกระนั้นก็นับเป็นจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ของทีมฮัลโหล และกองหน้าตัวเก่งของทีมอย่าง อำพร อำพันสุพรรณ ก็ได้ชื่อว่าเป็นดาวซัลโวสูงสุดคนแรกในประวัติศาสตร์ไทยลีก

หลังจากนั้น องค์การโทรศัพท์ มีผลงานที่อยู่ในระดับกลางตาราง แต่ยังยืนหยัดอยู่ในไทยลีกมาได้ตลอด จนถึงฤดูกาล 2002-03 องค์การโทรศัพท์ต้องตกชั้นสู่ดิวิชั่น 1 เป็นครั้งแรก (ได้อันดับ 9 จาก 10 ทีม) แต่ก็ใช้เวลาแค่เพียง 1 ปีในการเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุด และตกชั้นอีกครั้งซีซั่นต่อมา ซึ่งทางสมาคมฯ ได้เชิญ ทีโอที เอฟซี เข้าร่วมการแข่งขันโปรลีก 2006 และทีโอที สามารถซิวแชมป์โปรลีก มาครองได้สำเร็จ จึงได้สิทธิ์เลื่อนชั้นกลับมาสู่ไทยลีก 2007 อีกคำรบในฐานะแชมป์โปรลีก

โค้ชก๊อก .. กุนซือผู้สร้างตำนานฮัลโหล..

ทีมองค์การโทรศัพท์ จะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เลย หากขาดผู้ชายคนนี้ โค้ชก๊อก -พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ บรมกุนซือผู้ล่วงลับ

โค้ชก๊อก พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ
โค้ชก๊อก พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ

ของเมืองไทย ผู้สร้างทีมมาอย่างยาวนาน และได้ปลุกปั้นนักเตะของทีมสู่วงการลูกหนังไทยอย่างมากมาย ทั้ง กฤษดา เพี้ยนดิษฐ์, พงษ์ธร เทียบทอง, อนุรักษ์ ศรีเกิด ,ศิริศักดิ์ ขะเดหรี, บุญปลีก บุญน้อย, อดุลย์ รุ่งเรือง, สุเชาว์ นุชนุ่ม, ณรงค์ สุวรรณโชติ รวมถึง สมชาย ทรัพย์เพิ่ม (สองรายหลังต่อมาได้ก้าวขึ้นมาเป็นกุนซือของสโมสรแห่งนี้)

ตลอดการคุมทีมกว่า 20 ปีของโค้ชก๊อก กับทีมองค์การโทรศัพท์ เขาได้สร้างผลงานให้ทีมอย่างมากมาย พาทีมองค์การโทรศัพท์ฯ คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ปี 1993, คว้าแชมป์โปรลีก ปี 2006, ได้อันดับ 4 เอเชี่ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ ปี 1995 (สมัยนั้นยังไม่มี เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก) และ คว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ในปี 2003 รวมถึงยังได้เคยรางวัล กุนซือยอดเยี่ยมแห่งปีของเอเอฟซี ในปี 1996 อีกด้วย

ขณะเดียวกันผู้สืบทอดตำแหน่งนี้ของ โค้ชก๊อก – พงษ์พันธ์ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นศิษย์เก่าอดีตนักเตะทีมองค์การโทรศัพท์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ณรงค์ สุวรรณโชติ, สมทรัพย์ ทรัพย์เพิ่ม, เทเวศน์ กมลสินธุ์ เป็นต้น

 

สู่การเปลี่ยนแปลงเป็นสโมสร “ทีโอที”

หลังจากองค์กรแม่ ได้เปลี่ยนชื่อ บริษัทเป็น ทีโอที ทำให้สโมสรฟุตบอลที่ได้รับการสนับสนุนอย่าง องค์การโทรศัพท์ ก็ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น ทีโอที เอฟซี แทน (ชื่อนี้ใช้การแข่งขันโปรลีก 2006) จากนั้นปี 2009 ไทยพรีเมียร์ลีกได้กำหนดให้ทุกทีมต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และมีการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ทำให้ทีมองค์กรทั้งหลายต่างได้รับผลกระทบถ้วนหน้า เช่นเดียวกับ ทีโอที เอฟซี ที่รายได้หลักของสโมสรมาจาก บมจ. ทีโอที

สุเชาว์ นุชนุ่ม
สุเชาว์ นุชนุ่ม

ปี 2010 ทีโอที เอฟซี จึงตัดสินใจให้กลุ่มทุนนอกเข้ามาบริหารทีม พร้อมเปลี่ยนชื่อทีมและฉายาเป็น “วิหกเพลิง” ทีโอที แคท เอฟซี และใช้บริการกุนซือ ณรงค์ สุวรรณโชติ เข้ามาสานงานต่อจาก พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ ที่โยกไปทำทีมบุรีรัมย์ พีอีเอ พร้อมดึงเอานักเตะตัวหลักทีโอทีอย่าง สุเชาว์ นุชนุ่ม, กีรติ เขียวสมบัติ, โคเน่ เซย์ดู, ไพรัช ทับเกตุแก้ว และ รัตนะ เพชรอาภรณ์ ย้ายไปร่วมงานด้วย

ทีโอที แคท เอฟซี ของโค้ชต้อม- ณรงค์ สุวรรณโชติ จึงจำเป็นต้องหานักเตะและทีมงานชุดใหม โดยปีดังกล่าว ทีโอที-แคท จบฤดูกาลด้วยอันดับ 12 รอดพ้นการตกชั้นไปแบบหวุดหวิด (จาก 16 ทีม)

แต่ ทีโอที แคท เอฟซี ก็ได้บริหารทีมแค่ฤดูกาลเดียว เพราะทาง บมจ.ทีโอที ต้องการดึงสิทธิ์กับไปทำทีมต่อ จึงเกิดข้อพิพาทระหว่าง กลุ่มทุน และตัวองค์กร ถึงขั้นตั้งทีมฟุตบอล 2 เพื่อแย่งสิทธิ์ระหว่าง ทีโอที เอสซี (องค์กร) ที่มี สมชาย ทรัพย์เพิ่ม คุมทีม และ ทีโอที แคท เอฟซี (กลุ่มทุน) ที่มี ณรงค์ สุวรรณโชติ คุมทีม ก่อนที่ทางสมาคมฯ จะมีมติตัดสินให้ ทีโอที แคท เอฟซี คืนสิทธิ์แก่ ทีโอที เอสซี ในฤดูกาล 2011

 

 

สมชาย ทรัพย์เพิ่ม .. ผู้สืบสอดและผู้สร้าง ทีโอที เอสซี

“มาราโดน่าเมืองไทย” สมชาย ทรัพย์เพิ่ม ถือเป็นลูกหม้อขององค์การโทรศัพท์ มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยยังเป็นผู้เล่น จนก้าวขึ้นมาเป็นมือขวาของโค้ชก๊อก- พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ รวมถึงยังเป็นพนักงานขององค์การโทรศัพท์ฯอีกด้วย แต่เนื่องจากสโมสรยังคงมียอดกุนซืออย่าง โค้ชก๊อก กุมบังเหียนอยู่ สมชาย ทรัพย์เพิ่ม จึงต้องออกไปพิสูจน์ตัวเอง

สมชาย ทรัพย์เพิ่ม
สมชาย ทรัพย์เพิ่ม

และเขาสามารถสร้างตำนานบทใหม่แห่งไทยลีก ด้วยการพาทีม ม.กรุงเทพ คว้าแชมป์ไทยลีก 2006 มาครองได้สำเร็จ ขณะที่ทีโอที เอฟซี กำลังเล่นอยู่ในโปรลีกหลังจากตกชั้นมา แต่แล้วสมชาย ทรัพย์ ทำเรื่องที่ช็อคแฟนบอล ม.กรุงเทพ ด้วยการตัดสินใจลาออกจากทีม เพื่อมาคุมทีมทีโอที เอสซี ในปี 2010 แต่สโมสรยังไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้เนื่องจากมีปัญหาเรื่องสิทธิ์การทำทีม จึงไปรับงานคุมทีมราชประชา ในช่วงเวลาสั้นๆ

เมื่อสโมสรทีโอที เอสซี ได้รับสิทธิ์แข่งขันในปี 2011 สมชาย ทรัพย์เพิ่ม ได้ดึงเอาศิษย์เก่าทั้งสมัยคุมทีม ม.กรุงเทพฯ และ ราชประชา หลายรายทั้ง ปฏิภาณ เพชรกูล, นพพล พลอุดม, ไกรษร ปั้นเจริญ, ประกิต ดีพร้อม, วีระ เกิดพุดซา ฯ กลับมาร่วมงาน ผู้เล่นชุดนี้ของทีโอที ส่วนใหญ่ไม่ใช่นักเตะชื่อดัง จึงเป็นรองหลายๆทีมในไทยลีก และต้องดิ้นรนหนีตกชั้นอยู่บ่อยครั้ง

แต่สิ่งหนึ่งที่ สมชาย ทรัพย์เพิ่ม ได้วางรากฐานให้กับสโมสรแห่งนี้คือ ทีมสปิริติซึ่งนับเป็นจุดแข็งที่ทำให้สโมสรอยู่ยงคงกระพันมาอย่างยาวนาน

นอกจากสมชาย ทรัพย์เพิ่ม จะมีคาแรกเตอร์ และปรัชญาการทำทีม แตกต่างจากเฮดโค้ชทั่วไปแล้ว เขายังควบตำแหน่ง ผู้จัดการทีม และ หัวหน้าผู้ฝึกสอน แบบเดียวกับกุนซือสโมสรต่างประเทศที่ผู้จัดการทีมจะดูแลเรื่องเทคนิคเองทั้งหมด

แถม “มาราโดน่าเมืองไทย” ยังสร้างสถิติเป็นผู้เล่นอายุมากสุดที่ลงสนามในไทยลีก ด้วยอายุ 51 ปี 7 เดือน 25 วัน ในเกมนัดสุดท้าย ฤดูกาล 2014 ที่พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

บันทึกหน้าสุดท้ายก่อนพักทีม..

ปัจจัยหลักของสโมสรๆ คือเรื่องของการเงิน ด้วยจำนวนสปอนเซอร์ที่ไม่มากนัก ผลงานของทีมก็ไม่ได้ดีมาก บวกกับผู้เล่นที่เน้นใช้ดาวรุ่ง ทำให้ ทีโอที เอสซี ต้องต่อสู้กับทั้งเกมในสนาม และสถานะการเงินของทีม จนกระทั่งปี 2015 ทาง บมจ.ทีโอที บริษัทแม่ของทีม ยกเลิกการสนับสนุนบริษัทลูกที่ไม่ได้ทำธุรกิจตรงกับธุรกิจหลักของบริษัทแม่ ซึ่งทำให้ภายในแคมป์ของทีมฮัลโหลระส่ำ

นักเตะบางส่วนเริ่มย้ายออกจากทีม ขณะที่สโมสรก็มีปัญหาเรื่องงบประมาณ จนเกือบตัดสินใจยุบทีมทิ้ง ก่อนที่กลุ่มทุน ซีจีเอฟ จะเข้ามาบริหาร และนำเอาทีมงานใหม่ทั้งหมดมาทำทีม รวมถึงการปลดกุนซือผู้สร้างทีมทีโอที เอสซี อย่าง สมชาย ทรัพย์เพิ่ม พ้นจากตำแหน่งทีโอที-4

“ถือว่าเป็นวิถีทางของอาชีพเราอยู่แล้ว แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สปอนเซอร์รายใหม่ต้องการให้ทีมดีขึ้น ที่ผ่านมาตนเองก็ทำผลงานไม่ดี ก็เข้าใจถึงการตัดสินใจครั้งนี้ ซึ่งผมก็ทำฟุตบอล

เหนื่อย และเครียดมาตลอด อย่างที่ทุกคนทราบและเห็นว่าสโมสรทีโอที เอสซี เป็นอย่างไร หากผมต้องไปและสโมสรอยู่รอดก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะอย่างไรผมก็รักสโมสรทีโอที เอสซี ที่สร้างมากับมือตัวเอง” โค้ชสมชาย เผยถึงความรู้สึกหลังถูกเด้งออกจากตำแหน่ง

แต่การเข้ามาของกลุ่มทุนรายใหม่ กลับไม่ได้ช่วยให้ทีมมีผลงานทีดีขึ้น ซ้ำร้ายยังมีปัญหาเรื่องการค้างจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะ สุดท้ายทีมตกชั้นไปเล่นดิวิชั่น 1 และฤดูกาล 2016 ทีโอที เอสซี ดึงสิทธิ์กลับมาบริหารเองกับ ภายใต้ประธานสโมสรอย่าง จรัญ เริ่มดำริห์ แต่พวกเขาก็ยังมีเรื่องของการถูกฟ้องร้องเรื่องค่าเหนื่อยที่ค้างจ่ายอยู่

ทำให้สุดท้าย บ.พรีเมียร์ลีกไทยแลนด์ (พีแอลที) ตัดสิทธิ์ ทีโอที เอสซี ไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขัน ยามาฮ่า ลีก วัน ในฤดูกาล 2016 และหากจะกลับมาทำการแข่งขันอีกครั้ง.. ต้องไปเริ่มต้นในลีกภูมิภาคดิวิชั่น ปิดฉากทีมฮัลโหลที่อยู่คู่วงการฟุตบอลไทยมากกว่า 30 ปี

ขออนุญาตใช้เนื้อหา