สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง : ผมแค่อยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับทีมชาติไทย

Home / ข่าวฟุตบอลไทย / สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง : ผมแค่อยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับทีมชาติไทย

ประมุขลูกหนังไทยร่อนสารถึงเเฟนบอลผ่านเว็บไซค์อย่างเป็นทางการของสมาคมฟุตบอลฯ เผยไม่ได้หวังเงินมากมายจากการบริจาค เพียงแค่อยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับทีมชาติไทย
scoop_2016-06-03_11-47-36
“อย่างที่ทุกคนทราบดีว่าทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง เป็นของคนไทยทั้งชาติ ผมจึงอยากให้คนไทยได้มีโอกาสหรือมีส่วนร่วมในการสนับสนุนหรือผลักดันให้ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยไปสู่รอบสุดท้ายของบอลโลกให้ได้ เงินที่บริจาคผมไม่ได้คาดหวังว่าจะให้คนบริจาคจำนวนมากๆ แต่ผมคาดหวังแค่ว่าให้ทุกคนมีส่วนร่วม เราจึงเปิดโอกาสหรือเปิดช่องทางที่จะให้ประชาชนคนไทยที่อยากจะมีส่วนร่วมในการสนับสนุนฟุตบอลทีมชาติไทย” 

“ตรงนี้คือสิ่งที่ผมคิดหรือต้องการทำให้เกิดขึ้น อย่างที่หลายคนบอกว่าคนไทยทั้งชาติเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลทีมชาติไทย วันนี้เป็นโอกาสอันดีของท่าน เมื่อท่านเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ท่านจะมีโอกาสได้ผลักดันลูกหลานของท่านคือนักฟุตบอลทีมชาติไทยได้ไปสัมผัสหรือเข้าไปสู่รอบสุดท้ายของบอลโลก ก็ถือว่านอกจากจะทำให้นักฟุตบอลทีมชาติไทยประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงแล้ว ยังถือว่าท่านได้ทำให้คนไทยทั้งชาติมีความสุข ถ้าทีมชาติไทยสามารถก้าวเข้าไปสู่รอบสุดท้ายของบอลโลกได้อย่างที่เราตั้งใจ วันนี้เงินทุกบาทของท่านสามารถสานฝันของคนไทยโดยใช้เงินของท่านสนับสนุนทีมฟุตบอลทีมชาติไทยไปรอบสุดท้ายของบอลโลกให้ได้”

“หลายคนบอกว่าการพัฒนาฟุตบอลทำไมไม่ใช้เงินจากสปอนเซอร์ หรือไม่ขอเงินจากภาครัฐ ก็เรียนตรงๆ ว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากภาครัฐน้อยมาก ส่วนใหญ่ที่มีการสนับสนุนทางด้านการเงินก็เป็นการสนับสนุนเงินรางวัลในลีกต่างๆ แล้วก็เงินค่าผู้ตัดสินในลีกดิวิชั่น 2 เท่านั้น นอกเหนือจากนั้นเป็นเงินที่ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลได้มาจากสปอนเซอร์ แต่อย่าลืมว่าสปอนเซอร์ไม่ได้จ่ายเงินให้สมาคมกีฬาฟุตบอลทีเดียวหรืองวดเดียวทั้งก้อน หลายๆ สปอนเซอร์มีข้อตกลงแล้วแต่เงื่อนไขว่าจะจ่ายปีละสองครั้ง สามครั้ง เพราะฉะนั้นภาระของสมาคมกีฬาฟุตบอลที่จะต้องจ่ายเงินสนับสนุนทีมดิวิชั่น 1 ทีมละ 3 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีค่าเดินทางในฐานะเป็นทีมเยือนอีกครั้งละ 1 แสนบาท ส่วนในลีกดิวิชั่น 2 สมาคมจะต้องจ่ายเงินสนับสนุนทีมละ 1 ล้านบาท และเงินช่วยเหลือการเดินทางในฐานะทีมเยือนอีก 5 หมื่นบาท ทั้งหมดนี่เฉพาะดิวิชั่น 2 ค่าเดินทางเป็นเงิน 76 ล้านบาทเศษแล้ว และเงินพวกนี้ถ้าเรารอจากสปอนเซอร์มันก็คงลำบาก” 

“และเรื่องที่ไม่มีใครเคยชี้แจงเหตุผลและความจำเป็น คือการเดินทางไปแข่งขันของทีมชาติไทยทุกชุด ไม่ได้พูดถึงแค่ทีมชาติไทยผู้ชายชุดใหญ่ เพราะทีมชาติไทยผู้ชายมีตั้งแต่ชุด 14 ปี 16 ปี 19 ปี และ 21 ปี  และยังมีทีมชาติผู้หญิง ชุด 14 ปี 16 ปี 19 ปี แล้วก็ชุดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีฟุตซอลอีก มีฟุตบอลชายหาดอีก ทุกกีฬาที่สมาคมกีฬาฟุตบอลดูแล เราต้องสนับสนุนช่วยเหลือ ในอดีตจะบริหารอย่างไรก็แล้วแต่ ทั้งการตั้งผู้จัดการทีมชาติมาเพื่อให้เขามาเป็นสปอนเซอร์จ่ายเงินให้ทีมฟุตบอล แต่ในยุคของผมไม่คิดอย่างนั้น การเชิญเขามาต้องเชิญคนที่สมัครใจ รักกีฬาฟุตบอล และพร้อมจะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในฟุตบอล โดยไม่ต้องกังวลว่าต้องมาจ่ายเงินให้ทีมชาติ ตรงนี้ก็เป็นเหตุหนึ่งที่กองทุนนี้จะเอาเงินเหล่านี้ช่วยเหลือเพื่อประโยชน์กับทีมชาติไทยทุกๆ ประเภท” 

“นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ผมคิดขึ้นมาว่าจะมีกองทุนนี้ขึ้นมา เราไม่ได้คิดจะเอาเงินนี้ไปทำเสียๆหายๆ เงินเหล่านี้เราจะใช้ไปให้เพื่อเป็นประโยชน์กับการพัฒนาวงการฟุตบอลอย่างจริงจัง รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักฟุตบอล ผมได้ยินได้ฟังจากสโมสรใหญ่ๆ ระดับโลกเขาพูดกันว่าอุปกรณ์เครื่องอำนวยความสะดวกเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะเมื่อมีแล้วมันจะเกิดนักฟุตบอลที่ดี ที่เก่ง ตราบใดที่เรายังไม่มีการนำโภชนาการมาพัฒนา วิทยาศาสตร์การกีฬา วิทยาศาสตร์การแพทย์ เข้ามาใช้เพื่อปรับปรุงนักกีฬาฟุตบอลเรา ยากที่เราจะไปสู่จุดหมายที่เราคาดหวัง เพราะเราบอกว่าเราพร้อม ทีมอื่นเขาก็พร้อม เราบอกว่าเราเก่ง ทีมอื่นเขาก็เก่ง หรืออาจจะเก่งกว่าเรา แต่เราต้องทำให้พร้อมกว่าเขา ให้เก่งกว่าเขา เราจึงจะสามารถได้ชัยชนะ”

“สำหรับช่องทางในการบริจาค มีหลายช่องทาง ทั้งโดยการโอนเงินเข้าบัญชีของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาแม็กซ์แวลู พัฒนาการ บัญชีเลขที่ 406 806230 9 หรือจะบริจาคผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ที่เซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขา และในอนาคตเราจะเปิดอีกช่องทางหนึ่ง คือบริจาคผ่านทางโทรศัพท์ ท่านสามารถกด *430# แล้วโทรออก ก็เท่ากับท่านได้บริจาคเงินช่วยฟุตบอลทีมชาติไทยเป็นจำนวนเงิน 9 บาทต่อครั้ง” 

“ทีมงานของผมนะครับ ไม่ว่าจะเป็นตัวผมเอง เลขาฯ อุปนายก สภากรรมการของสมาคมกีฬาฟุตบอล เราเข้ามาด้วยความตั้งใจที่จะมาพัฒนาวงการฟุตบอล เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างต้องตรวจสอบได้ เราทำทุกอย่างในลักษณะสภากรรมการจะใช้จ่ายใช้เงินใช้ทอง ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องมีเหตุผลชัดเจนว่าเอาไปใช้เพื่อประโยชน์กับวงการฟุตบอลจริงๆ มันอาจจะถูกมองว่าบางครั้งจะไปทำในสิ่งที่จำเป็นหรือไม่จำเป็น อะไรก็แล้วแต่ที่มันเกี่ยวกับวงการฟุตบอลเราจะนำใช้ให้เกิดประโยชน์กับวงการฟุตบอลไทยให้มากที่สุดครับ”

“ถึงตอนนี้ (2มิถุนายน) ยอดเงินบริจาคน่าจะเกินกว่า 50 ล้านบาทแล้ว แต่ส่วนใหญ่เป็นการแสดงความจำนงว่าต้องการร่วมสมทบทุนหรือบริจาค แต่ตัวเงินยังไม่เข้ามา ซึ่งคงจะต้องรอหลังจากที่เราจัดงานฉลองครบรอบ 100 ปี ในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ ที่สโมสรตำรวจ คงจะได้ทราบยอดทั้งหมด และแน่นอนว่าเราจะแจ้งให้ทุกคนได้ทราบอย่างละเอียดอย่างแน่นอน”

พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง
นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

เครดิต : thaileague

ขออนุญาตใช้เนื้อหา