ทีมชาติรัสเซีย ทีมชาติอิหร่าน บิ๊กป๋อม ฟุตซอลทีมชาติอาร์เจนติน่า ฟุตซอลทีมชาติไทย โต๊ะเล็กช้างศึก

แกร่งทั่วหล้า! อาร์เจนติน่าเฉือนหมีขาวระทึก,ซิวแชมป์ฟุตซอลโลกสมัยแรก

Home / ข่าวฟุตบอลไทย, ฟุตซอล / แกร่งทั่วหล้า! อาร์เจนติน่าเฉือนหมีขาวระทึก,ซิวแชมป์ฟุตซอลโลกสมัยแรก

การแข่งขัน “ฟีฟ่า ฟุตซอล เวิดล์คัพ 2016 โคลัมเบีย” รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา สนามโคลิสโซ่ เอล พูโบ ในเมืองกาลี เป็นการพบกันระหว่าง อาร์เจนติน่า ตัวแทนจากอเมริกาใต้ พบกับ รัสเซีย ยอดทีมจากทวีปยุโรป ซึ่งผลงานในรอบที่ผ่านมา อาร์เจนติน่า เอาชนะ โปรตุเกส 5-2 ส่วน “หมีขาว” เฉือนอิหร่าน 4-3

โดยเริ่มเกม 16 นาที รัสเซีย มาได้ประตูออกนำก่อนจาก เอแดร์ ลิม่า ที่งัดบอลเข้าประตูไปอย่างเหนือชั้นให้หมีขาวนำก่อน 1-0 ก่อนที่นาที 26 อาร์เจนติน่าจะมาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 จากการยิงโล่งๆของ อรามิโล่ วาปอรากี้

2838984_xbig-lnd

จากนั้นช่วงท้ายเกมครึ่งแรก 26 วินาทีสุดท้าย แข้งฟ้าขาว มาได้ประตูสำคัญให้พลิกขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะฟาวล์ทีมรวม 6 ครั้งของ รัสเซีย ก่อนเป็น เลอันโดร คุซโซลิโน่ สังหารเข้าไปไม่พลาดให้จบครึ่งแรก อาร์เจนติน่า นำอยู่ 2-1

เกมครึ่งหลังผ่านมาเพียง 2 นาที เอแดร์ ลิม่า ดาวยิงตัวเก่งรัสเซียมายิงประตูตีเสมอให้ทีมเป็น 2-2 แต่ถัดมาอีกเพียง 17 วินาที อาร์เจนติน่า มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจาก อลัน บรันดี้ ที่ยิงจังหวะแรกไปติดเซฟแต่ยังตามซ้ำดาบสองให้ทีมขึ้นนำเป็น 3-2

ถัดมานาที 23 อาร์เจนตินา มาได้ประตูขยับหนีเป็น 4-2 จาก อลัน บรันดี้ คนเดิมที่กระแทกบอลยัดเสาไกลเข้าไป ก่อนที่ช่วง 5 นาทีสุดท้ายโต๊ะเล็กฟ้าขาวพยายามเล่นเกมตั้งรับ มาได้จังหวะสวนกลับและเป็น อรามิโล่ วาปอรากี้ ที่กดเน้นๆเข้าไปให้ช่วงท้ายเกม อาร์เจนตินา นำรัสเซียห่างเป็น 5-22839009_big-lnd

ช่วงเวลาที่เหลือ รัสเซีย ไม่ยอมแพ้และเล่นพาวเวอร์เพลย์กดดันอย่างหนัก และนาที 38 ไลสคอฟ ได้จังหวะยัดด้วยซ้ายแบบเผาขนเข้าไปให้ รัสเซีย ไล่มาเป็น 3-5

กระทั้งช่วง 15 วินาทีสุดท้าย หมีขาว ยังมาได้ประตูไล่มาเป็น 4-5 จากการยิงฟาวล์ทีมครั้งที่ 6 ของ อาร์เจนติน่า และเป็น เอแดร์ ลิม่า สังหารไม่พลาด แต่สุดท้ายไล่ไม่ทันทำให้จบเกมเป็น อาร์เจนติน่า สร้างประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ เอาชนะ รัสเซีย ไปอย่างสุดมันส์ด้วยสกอร์ 5-4 คว้าแชมป์ฟุตซอลโลก 2016 ไปครองได้เป็นสมัยแรก

ส่วนอันดับที่ 3 ได้แก่ อิหร่าน ตัวเเทนหนึ่งเดียวของเอเชียหลังเฉือนชนะจุดโทษ โปรตุเกส ด้วยสกร์รวม 7-6

เครดิตภาพ : fifa.com

ขออนุญาตใช้เนื้อหา