ตัวเลขน่าทึ่ง! 3 คีย์แมนสุดอันตรายพยัคฆ์ร้ายกองทัพ “อัล อับยาด”

Home / sport variety, ข่าวฟุตบอลไทย / ตัวเลขน่าทึ่ง! 3 คีย์แมนสุดอันตรายพยัคฆ์ร้ายกองทัพ “อัล อับยาด”
ทีมชาติยูเออี ทีมชาติไทย โอมาร์ อับดุลราห์มาน

หากกล่าวถึงนักเตะคีย์แมนสำคัญของยูเออี คงหนีไม่พ้น 3 ผู้เล่นกำลังหลักที่พากองทัพ “อัล อับยาด” ไล่ล่าตั๋วฟุตบอลโลก 2018 ในครั้งนี้ นำโดยซุปเปอร์สตาร์หัวฟู โอมาร์ อับดุลราห์มาน ที่ไม่มีใครกล้าปฏิสธฝีเท้าแข้งวัยเบญจเพศรายนี้

ส่วนอีกสองรายก็คือฟันเฟืองที่ช่วยกันผลิตสกอร์ให้ยูเออีเป็นว่าเล่นคือ อะหมัด คอลีล เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งเอเชียปี 2015 และอาลี มาบคูต เจ้าของตำแหน่งดาวซัลโวศึกชิงแชมป์เอเชียปี 2015 และนี้คือเรื่องราวและตัวเลขสุดทึ่งของ 3 คีย์แมนสำคัญทีมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

%d8%b9%d9%84%d9%89-%d9%85%d8%a8%d8%ae%d9%88%d8%aa

อาลี มาบคูต

ดาวยิงวัย 25 ปีเป็นอีกหนึ่งความหวังของทีมชาติยูเออี แรกเริ่มสาเหตุที่ทำให้เขาหลงรักเกมลูกหนังเกิดมาจากเเรงบันดาลใจจากการเเข่งขันฟุตบอลโลกปี 1998 ที่ฝรั่งเศส จนปี 2004 เข้าร่วมทีมเยาวชนของ Al Jazira (อัล จาซีร่า) เเละใช้เวลากว่า 4 ปีในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นตัวจริงของสโมสรในทีมชุดใหญ่เมื่อฤดูกาล 2008 กระทั่งสร้างผลงานยอดเยี่ยมจนติดทีมชาติชุดใหญ่ในปี 2012

ปัจจุบันหัวหอกรายนี้อยู่ในช่วงขาขึ้นสุดๆ หลังได้รับรางวัลดาวซัลโว AFC Asian Cup ปี 2015 โดยซัดไป 5 ประตูจากการลงสนาม 5 นัด พาทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คว้าอันดับที่ 3 AFC Asian Cup มาครอง ส่วนตัวเลขการยิงประตูในนามสโมสร ลงเล่น 137 นัดยิงไป 56 ประตู ด้านผลงานในนามทีมชาติลงสนามไปกว่า 50 นัดยิงไปได้ 40 ประตูถือเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมทีเดียว

 

ncs_modified20160901080144maxw640imageversiondefaultar-160839765

อะหมัด คอลีล

เพชรเม็ดงามแห่งวงการลูกหนังยูเออีรายนี้ คือดาวยิงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย เริ่มตั้งแต่ปี 2006-2007 เขาถูกดันขึ้นสู่ชุดใหญ่สโมสรอัล อาห์ลี ยักษ์ใหญ่แห่งตะวันออกกลางตั้งแต่อายุ 16 ปี ก่อนที่จะต่อยอดไปสู่ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชุดใหญ่ ด้วยวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น จากนั้นประสบการณ์ของเขายังพา “อัล อับยาด” ชุดU20 ปี คว้าสิทธิ์ไปแข่งขันศึกฟุตบอลชิงแชมป์โลก 2009 ที่อิยิปต์ อีกด้วย

ปัจจุบันเจ้าตัวอายุ 25 ปีแต่สามารถกวาดโทรฟีร่วมกับสโมสรและทีมชาติทั้งชุดเยาวชนและทีมชุดใหญ่รวมกันไปแล้วกว่า 11 รายการ ที่เด่นในระดับชาติคือเหรียญเงินกีฬาเอเชียนเกมส์ในปี 2010, รางวัลอันดับที่ 3 รายการ AFC Asian Cup ปี 2015 และที่สร้างเกียรติยศให้กับเขาคือรางวัล Asian Footballer of the Year หรือรางวัลนักเตะเอเชียยอดเยี่ยมแห่งปี 2015 นั้นเอง

ขณะที่ผลงานฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 2018 โซนเอเชีย กลุ่มเอ เจ้าตัวเป็นขาประจำอย่างไม่ต้องสงสัยหลังซัดไปถึง 11 ประตูพาทีมผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ส่วนตัวเลขสรุปการลงสนามในสนามสโมสรแข่งขันทั้งหมดเเล้วถึง 227 นัดยิงไป 110 ประตู และแอสซิสต์ไป 63 ครั้ง และในนาม ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แข่งทั้งหมด 72 นัดยิงไป 39 ประตู เรียกได้ว่าเข้าขารู้ใจกับเพลเมเกอร์หัวฟูเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

 

โอมาร์ อับดุลราห์มาน

จอมทัพซุปเปอร์สตาร์หัวฟูเขาคือหัวใจสำคัญของ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อย่างแท้จริง โดยเริ่มต้นนั้นครอบครัวเป็นชาวเยเมนแต่มาเกิดในกรุงริยาด์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ชีวิตหักเหจนได้สัญชาติยูเออี เพราะ อัล ไอน์ ยักษ์ใหญ่สโมสรประเทศยูเออีคว้าตัวมาร่วมทีม พร้อมให้สัญชาติยูเออีทั้งครอบครัว จึงได้ตัดสินใจย้ายรากฐานมาปักหลักที่ประเทศยูเออีในที่สุด

ด้วยวัยเพียง 17 ปีเขาประเดิมเกมแรกในนามนักเตะอาชีพกับ อัล ไอน์ ในปี 2009 จนพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีก คัพ และเพรสซิเดนท์ คัพ มาได้ในรอบ 3 ปี ส่วนในนามทีม “พ่อมดยูเออี” รายนี้เริ่มเล่นให้กับทีมในชุด U23 ปีศึกเอเชียนเกมส์ 2010 ที่ประเทศจีน โดยได้ร่วมงานกับ อะหมัด คอลีล, ฮัมดาน อัล-คามาลี, อาลี มับคูต และ อาเมอร์ อับดุลเราะห์มาน ชุดสร้างชื่อศึกชิงแชมป์โลก U20 ปี แม้ว่าสุดท้ายในศึกเอเชียนเกมส์จะคว้ามาได้เพียงรองเเชมป์ แต่นี้คือจุดเริ่มต้นของ “โกลเด้น เจเนเรชั่น” ของทีมชาติยูเออีก็ว่าได้

จากนั้นไม่นานปี 2011 เจ้าตัวก็สามารถก้าวขึ้นสู่ทีมชาติชุดใหญ่ในวัย 19 ปีเเละเป็นกำหลักในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ที่สหราชอาณาจักรในเวลาต่อมา ส่วนสรุปตัวเลขที่น่าทึ่งของแข้งรายนี้นั้นคือการแอสซิสต์ที่สามารถปิดสกอร์ได้ทันที โดยลงสนามให้สโมสรไปทั้งสิ้น 163 นัดยิงได้ 38 ประตูแต่แอสซิสต์ไปถึง 78 ครั้ง ขณะที่ผลงานในทีมชาติลงสนาม 40 นัดยิงไป 5 ประตู ทว่าแอสซิสต์ไปแล้วถึง 24 ครั้งเลยทีเดียว และนี้คือผู้เล่นที่ ชาบี เอร์นานเดซ เอ่ยปากแนะนำ “พ่อมดยูเออี” ว่าควรออกไปหาความท้าทายใหม่ในลีกยุโรปได้แล้ว

ขออนุญาตใช้เนื้อหา