ซิโก้ ทีมชาติไทย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

บทสัมภาษณ์ “ซิโก้” กับความภาคภูมิใจที่มีต่อในหลวง รัชกาลที่ 9

Home / ข่าวฟุตบอลไทย / บทสัมภาษณ์ “ซิโก้” กับความภาคภูมิใจที่มีต่อในหลวง รัชกาลที่ 9

เป็นอีกคนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สำหรับ ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือฟุตบอลทีมชาติไทย ทีมข่าว MThai ได้มีโอกาสพบกับ “โค้ชซิโก้” ที่ได้บอกเล่าความรู้สึกและเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยความภาคภูมิใจอย่างหาที่สุดมิได้

ย้อนกลับไปในวันที่ทราบข่าว เรารู้สึกอย่างไรบ้าง?
ซิโก้: จริงๆ ก็ยังไม่เชื่อ ทุกคนร้องไห้กันหมด ไม่ว่าจะเป็นภรรยา หรือลูก เพราะลูกผมเรียนในบ้านของท่านด้วยที่โรงเรียนจิตรลดา เราไปรับไปส่งลูกก็จะเห็นในบ้านของท่านทรงเลี้ยงวัว เลี้ยงกระบือ ปลูกหญ้า พระองค์ท่านเป็นเกษตรกร ในบ้านท่านมีทุกอย่างที่เกษตรกรมี เราเห็นมาตลอด แต่พอได้ทราบข่าวก็เสียใจอย่างที่สุดเหมือนประชาชนทุกคนอยู่แล้ว แต่ก็ยังอยากเห็นทุกคนร่วมกันทำความดีแบบวันนี้จนถึงวันที่หมดลมหายใจ

มีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่านบ้างหรือเปล่า?
ซิโก้: มีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่านตอนเป็นนักกีฬาช่วงแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ตอนนั้นพระองค์ท่านยังมีพระวรกายที่แข็งแรงอยู่ เราเข้าแถวพยายามแอบมองดูพระองค์ท่าน พอเห็นแล้วตัวพระองค์ท่านเหมือนมีแสงสว่างออกมา ผ่องมากเลยในตอนนั้น แต่เราก็ยังไม่กล้ามองมากเท่าไหร่ ได้เข้าเฝ้าครั้งนั้นก็ประทับใจถึงแม้จะเป็นเพียงครั้งเดียว จริงๆ ยังมีอีกครั้งตอนที่ออกสิงหบัญชรมารอรับเสด็จ เหมือนเราก็เป็นคนงานอยู่ในบ้านของพระองค์ท่านด้วย เคยถวายตัวเพื่อเป็นอาจารย์สอนพิเศษด้านฟุตบอลให้กับเด็กๆ โรงเรียนจิตรลดา ตอนนี้ทำภารกิจทีมชาติอยู่ก็จะนำสตาฟไปช่วยสอนเพราะคงสอนคนเดียวไม่ไหว ทุกวันนี้ถ้ามีเวลาก็ยังไปลงสอนพิเศษอยู่ครับ

14786974_1445921738768943_872476233_o

ท่านเคยมีรับสั่งอะไรกับเราเป็นพิเศษไหม?
ซิโก้: จริงๆ ตอนเข้าเฝ้าที่จะแข่งขันเอเชียนเกมส์ พระองค์ท่านได้รับสั่งให้มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และให้เป็นมิตรกับทุกๆ ชาติที่มาแข่ง ไม่ให้เราเน้นผลการแข่งขัน กีฬาเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง แต่มิตรภาพสำคัญที่สุด ซึ่งในวันนั้นที่เราได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่านมันยิ่งกว่าเราได้รับเหรียญทองแล้ว เหมือนเราได้ชนะไปแล้ว (ยิ้ม) ผมเล่นทีมชาติมา 15 ปี เป็นโค้ชรวมๆ กันทั้งหมด 20 กว่าปี ไม่เคยรู้มาก่อนว่าพระองค์ท่านจะทอดพระเนตรใกล้ชิดทุกเกม จนถึง ซูซูกิ คัพ ล่าสุด พระองค์ท่านทรงทอดพระเนตรพอเห็นว่าเราถูกนำอยู่ 2-0 ก็ให้พระราชเลขาธิการส่งข้อความมาในห้องพักนักกีฬา ซึ่งครั้งนั้นนำความปลาบปลื้มมาให้น้องๆ นักฟุตบอล ผลสุดท้ายเราแพ้แต้มไป 3-2 แต่ก็สามารถชนะสกอร์รวมได้ นั่นถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เรามีความรู้สึกว่าพ่อรักเรามาก

ท่านส่งข้อความมาให้ว่าอย่างไรบ้าง?
ซิโก้: ท่านส่งมาประมาณว่า ‘เราดูอยู่นะ’ โห แค่นี้ก็ขนลุก วันนี้เลยตั้งใจอยากจะมาบอกพ่อว่าภารกิจที่จะทำให้พ่อยังไม่เสร็จ อยากให้พ่อเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยในอีก 5 เกมส์ที่เหลือ

จะเห็นได้ว่าเมื่อแข่งขันเสร็จทุกครั้งจะต้องมีการยกพระบรมฉายาลักษณ์ขึ้นเหนือหัวเสมอ?
ซิโก้: ใช่ๆ เหมือนเราทำมาเป็นวัฒนธรรมอยู่แล้วตั้งแต่ตอนเป็นผู้เล่น เราจะนำน้องๆ ร้องเพลงสดุดีมหาราชาก่อนออกรบ เหมือนเป็นการปลุกขวัญและกำลังใจ เราจะนำพระบรมฉายาลักษณ์กับธงที่มีตราประจำพระองค์และธงไตรรงค์ไปด้วยตลอด เพื่อให้เสมือนท่านเดินทางไปกับพวกเราด้วยตลอด และเหมือนพระองค์ท่านลงแข่งกับเราด้วย มันเป็นขวัญและกำลังใจครับ

dsc_3188

ในวันนี้ไม่มีท่านอยู่แล้ว เราได้ทำศูนย์รวมจิตใจหรือให้กำลังใจลูกทีมอย่างไรบ้าง?
ซิโก้: ผมมีพ่อแม่เป็นข้าราชการ เราก็อยากเป็นและมีโอกาสได้รับราชการตำรวจจนได้กระบี่พระราชทาน แต่วันนั้นเราต้องลาออกจากตำรวจเพื่อมาเป็นนักฟุตบอล เราเลยได้ถวายตัวว่าเราจะดูแลด้านฟุตบอลให้ดีเพื่อทดแทนบุญคุณแผ่นดิน และจะบอกน้องๆ ต่อว่าเราสามารถทดแทนบุญคุณแผ่นดินได้เพียงแค่เป็นคนดี ทำอะไรก็ได้ให้เกิดประโชยน์กับสังคม ไม่เบียดเบียนใคร ต้องคอยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน โดยวันนี้ก็เห็นหลายๆ คนนะที่เริ่มกลับมามองตัวเองมากขึ้น ผมพยายามบอกน้องๆ ว่าให้เอาเรื่องฟุตบอลทดแทนบุญคุณแผ่นดิน ทดแทนบุญคุณพ่อหลวงของเรา

เป้าหมายที่บอกว่ายังไม่สำเร็จคืออะไร?
ซิโก้: ผมต้องการจะพานักฟุตบอลไทยไปเยาวชนโลกให้ได้ เราจะค่อยๆ ก้าวทีละสเต็ปก่อนถึงบอลโลก ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่ต้องเห็นซิโก้อยู่ในสนามฟุตบอลแน่นอน

ความพร้อมสำหรับเกมถัดไป?
ซิโก้:
วันที่ 15 เดือนหน้าเราจะต้องแข่งเจอกับประเทศออสเตรเลีย พอนักเตะทุกคนรู้ว่าจะต้องเข้าค่ายต่างก็ให้คำมั่นสัญญาเลยว่าจะเล่นเพื่อพ่อหลวงอย่างเดียวเลย ทุกคนอยากจะติดมาในชุดนี้เพื่อที่จะเล่นถวายพระองค์ท่าน และเราตั้งใจจะทำอย่างเต็มที่ครับ

สุดท้ายหากพ่อมองเราอยู่ เรามีอะไรอยากจะพูดกับท่านไหม?
ซิโก้: พ่อไม่ได้ไปไหนไกล อยู่กับเรานี่แหละ ถ้าเรานึกถึงเมื่อไหร่มองขึ้นไปบนฟ้าเพียงแค่เปลี่ยนภพเปลี่ยนภูมิเฉยๆ เพราะพ่อเหนื่อยมาเยอะแล้ว 89 ปี เราโชคดีขนาดไหน เราโชคดีมา 89 ปีแล้วนะ เรายังจะรอให้พ่อช่วยตลอดเวลาอีกเหรอ เราต้องช่วยกันเองแล้ว ต่างประเทศก็ไม่มีใครมาช่วยเราหรอก มีแค่พวกเราที่ต้องมาร่วมช่วยกัน

ผมมากราบส่งเสด็จทุกๆ วัน โดยเริ่มจากวันที่ 15 และไล่มาเรื่อยๆ ตั้งใจจะมาทุกวัน จะพาลูกๆ ภรรยา และโค้ชทีมชาติ สลับกันมากราบส่งเสด็จพระองค์ท่าน เพราะพวกเราทำงานถวายพระองค์ท่านมาโดยตลอดตั้งแต่การเป็นผู้เล่นจนถึงโค้ช ซึ่งภารกิจเรายังไม่เสร็จแต่พระองค์ท่านได้จากเราไปเสียก่อน แต่วันนี้ผมคิดว่าพระองค์ท่านยังคงมองพวกเราอยู่ ท่านคงจะมีความสุขที่เห็นพวกเรารักกัน ทำความดี อีกอย่างวันนี้พวกเราอยากมาให้กำลังใจทุกๆ คนด้วย ต่อจากนี้ถ้าเราทุกคนนำคำสอนของพระองค์ท่านไปใช้ เราไม่ต้องให้คนอื่นมาช่วยเราหรอกขอเพียงให้เรามั่นใจในความดี ถ้าเรามั่นใจในความดีเหมือนที่พระองค์ท่านทรงทำเป็นแบบอย่างให้กับพวกเรา เราอยู่รอดอยู่แล้ว นำคำสอนเรื่องความพอเพียง รู้จักประมาณตนเอง ทุกคนห่วงว่าถ้าไม่มีพระองค์ท่านแล้วประเทศชาติจะเป็นยังไง แต่ถ้าเราร่วมกันทำความดียังไงประเทศชาติยังไงก็อยู่รอดอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาเรารอให้พระองค์ท่านช่วยอย่างเดียว วันนี้เลยถือว่าเป็นโอกาสดีที่ได้มาเจอทุกคนที่นำคำสอนของพระองค์ท่านไปใช้

dsc_4586

ทีมข่าว MThai

ขออนุญาตใช้เนื้อหา