5สิ่งที่ทำให้แฟนบอลไทยขำไม่ออกในศึกชิงแชมป์เอเชียยู-23

Home / ข่าวฟุตบอลไทย / 5สิ่งที่ทำให้แฟนบอลไทยขำไม่ออกในศึกชิงแชมป์เอเชียยู-23

ยังไม่จบทัวร์นาเม้นต์แต่เส้นทางของทีมชาติไทยได้ยุติลงไปเป็นที่เรียบร้อยในศึก ชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุต่ำกว่า 23 ปีที่ประเทศจีน มีหลายอย่างที่เป็นไปตามคาดแต่ก็มีบางเรื่องที่สร้างความประหลาดใจให้แฟนบอลไทยอยู่ไม่น้อยแต่ส่วนใหญ่ก็เป็นไปในทางที่ไม่น่ายินดีนักสำหรับกองเชียร์บ้านเรา

1.ทีมชาติไทยตกรอบแต่ไก่โห่
หลังจากแพ้ให้กับทั้ง เกาหลีหนือ และ ญี่ปุ่น ทัพช้างศึกไทยก็ตกรอบสนิทไม่มีอะไรให้ลุ้นตั้งแต่สองเกมแรก ที่เจ็บกว่านั้นคือทีมของเรายังตกรอบเป็นทีมแรกในทัวร์นาเม้นต์อีกต่างหาก แต่ความเจ็บยังไม่จบเพราะนัดสุดท้ายเราโดน ปาเลสไตน์ ยำเละเทะแบบบอลคนละชั้น 5-1 จมบ๊วยไร้คะแนนและกลายเป็นทีมสมันน้อยแจกแต้มประจำกลุ่มบีไปอย่างไม่เต็มใจ

2.มาเลเซียดันเข้ารอบ
ในอีกกลุ่ม เพื่อนบ้านจอมตุกติกของเรา ทีมที่เราเคยยำใหญ่ในรอบคัดเลือก 3-0 และบุกไปชนะถึงถิ่นในนัดชิงชนะเลิศ ซีเกมส์ 1-0 กลับเข้ารอบไปซะงั้นทั้งที่ในกลุ่มซีของพวกเขาก็ไม่ง่าย นัดแรกทีมเสือเหลืองแพ้ให้กับ อิรัก ย่อยยับ 4-1 ส่อแววตกรอบแต่หัววัน แต่นัดที่สองพวกเขายันเสมอ จอร์แดน ไว้ได้ 1-1 ก่อนที่จะพาตัวเองเข้ารอบ 8 ทีมเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วยการชนะ ซาอุดิอาระเบีย 1-0 ทะลุเข้าไปดวลกับ เกาหลีใต้ ได้อย่างเหลือเชื่อ

3.เวียดนามก็ตามไปอีกทีม
ทีมที่แฟนบอลไทยมองว่าเป็น “ขี้โม้” แห่งอาเซี่ยนและเป็นลูกไล่ของทีมชาติไทยมาโดยตลอด พวกเขากลับผงาดเข้ารอบได้อย่างเท่ทั้งที่อยู่ในกลุ่มดีที่ค่อนข้างหนัก แม้นัดแรกจะเปิดสนามด้วยการแพ้รองแชมป์เก่าอย่าง เกาหลีใต้ 1-0 แต่นัดที่สองขุนพลดาวทองใช้แท็คติกอุดแหลกแล้วโต้กลับจนพลิกล็อกชนะ ออสเตรเลีย ได้แบบน่าทึ่ง 1-0 และนัดสุดท้ายพวกเขายันเสมอ ซีเรีย 0-0 จนได้เข้ารอบไปเจอกับ อิรัก ในที่สุด ทิ้งให้ไทยเป็นทีมเดียวจากอาเซี่ยนที่ได้กลับบ้านก่อนใครเพื่อน

4.จะอุดก็แพ้จะแลกก็เละ
มาว่าถึงแท็คติกของทีมชาติไทยกันบ้าง มาถึงจุดนี้เราคงต้องบอกว่าทีมชาติไทยชุดนี้เล่นกันได้สะเปะสะปะมาก โดยรวมๆ ดูเหมือนเราจะเล่นเกมรับมากขึ้น ต่อบอลน้อยลงใช้บอลยาวมากขึ้นแต่ก็ขาดความแน่นอนทั้งในเกมรุกและเกมรับ ในเกมแรกกับ เกาหลีเหนือ หลังจากถูกขึ้นนำตั้งแต่ต้นเกม เกมบุกของไทยก็ไม่สามารถทำอะไรแนวรับ เกาหลีเหนือ ได้เลย ส่วนเกมกับ ญี่ปุ่น เรามาอุดแหลกตั้งแต่นาทีแรกและพยายามใช้เกมโต้กลับแต่สุดท้ายก็มาพังในช่วงท้ายเกมอยู่ดี ส่วนเกมกับ ปาเลสไตน์ เราเปิดหน้าแลกแต่ผลลัพธ์ที่ออกมาคือเละไม่เป็นท่า ไม่ว่าจะใช้แผนรถบัสหรือเดินหน้าชนสุดท้ายเราก็แพ้อยู่ดี

5.เปลี่ยนกุนซือไปก็เท่านั้น
เหตุผลต่อเนื่องจากข้อ 4 หลังจาก โค้ชโย่ง วรวุฒิ ศรีมะฆะ ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการทำทีมจนถูกลดบทบาททั้งที่พาทีมชุดนี้คว้าเหรียญทอง ซีเกมส์ ที่มาเลเซีย และสมาคมฯ หันมาลองใช้บริการการทำทีมของชาวต่างชาติ โซรัน ยานโควิช กุนซือชาวบัลแกเรีย ดูเหมือนการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ทีมชาติไทยชุดนี้ดีขึ้นตรงไหนโดยเฉพาะเรื่องของแนวทางการเล่น สุดท้ายก็มีข่าวว่าจะต้องมีการเปลี่ยนกุนซือกันอีกรอบ

ขออนุญาตใช้เนื้อหา