ชนาธิป สรงกระสินธ์ เมย์ พิชญ์นาฎ

อุปสรรคต้องฝ่าฟัน! ฤดูกาล 2018 บทพิสูจน์ความเป็นมืออาชีพ ชนาธิป สรงกระสินธ์

Home / sport variety, ข่าวฟุตบอลไทย / อุปสรรคต้องฝ่าฟัน! ฤดูกาล 2018 บทพิสูจน์ความเป็นมืออาชีพ ชนาธิป สรงกระสินธ์

ตอนนี้เชื่อว่าทุกคนคงจะได้ทราบข่าวใหญ่เรื่องการเลิกราของ เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ มิดฟิลด์ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร กับดาราสาว เมย์ พิชญ์นาฎ สาขากร กันไปแล้ว เรียกได้ว่าเป็นข่าวสั่นสะเทือนทั้งวงการลูกหนังและวงการบันเทิงเลยทีเดียว

ในแง่มุมของดาวเตะทีมชาติไทย ฤดูกาล 2018 ที่กำลังรออยู่ข้างหน้านี้ แค่เริ่มต้นปีมาก็เต็มไปด้วยอุปสรรคถาโถม แต่หากจะมองว่ามันคือบทพิสูจน์ความเป็นมืออาชีพในฐานะนักฟุตบอลคนหนึ่ง สิ่งต่างๆ เหล่านี้คือสิ่งที่เขาจะต้องผ่านมันไปให้ได้ ซึ่งมันก็ไม่ใช่แค่เรื่องของหัวใจอย่างเดียวซะด้วย…

ความรักที่ไม่เป็นไปอย่างใจคิด
ตลอดระยะเวลาที่ ชนาธิป คบหาดูใจกับ เมย์ พิชญ์นาฎ ทุกอย่างดูราบรื่นเสียจนอะไรๆ ก็น่าจะลงเอยกันด้วยดี โดยทางฝั่งของนักเตะถึงขั้นให้สัมภาษณ์กับสื่อญี่ปุ่นแล้วด้วยว่ามีความตั้งใจจะแต่งงานภายในปีนี้ แต่แล้วทุกอย่างก็จบลงแบบไม่สวยด้วยปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุมของทั้งคู่ แน่นอนว่ามันจะต้องส่งผลต่อสภาพจิตใจพอสมควร หนักเข้าก็อาจกระทบถึงฟอร์มในสนามด้วย ดูอย่าง เฮนริกห์ มคิตาร์ยาน ดาวเตะอกหักของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้ ระดับนั้นยังมีเป๋ แต่สำหรับเรื่องนี้ถ้าจะมองในแง่บวก นี่คือความท้าทายครั้งใหญ่ที่ ชนาธิป จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าความเป็นมืออาชีพของเขาอยู่ระดับไหน

การรับมือกับเสียงวิจารณ์
ปกติการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ในยามที่เล่นไม่ดีก็จะมีคนคอยด่าคอยซ้ำเติมอยู่แล้ว มาคราวนี้สิ่งที่ ชนาธิป ต้องเผชิญมันหนักยิ่งกว่านั้น เพราะจะถูกโจมตีจากฝั่งแฟนคลับของดาราสาวแบบสาดเสียเทเสียด้วย คำพูดเหล่านี้คือสิ่งที่จะบั่นทอนจิตใจมนุษย์คนหนึ่งได้มาก ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวของเขาเองแล้วว่าจะเลือกรับมือกับมันอย่างไร จะเลือกตัดขาดไม่อ่านไม่สนใจไปเลยก็ได้ หรือจะรับรู้ไว้บ้างแต่ไม่เก็บมาเป็นอารมณ์ก็ได้ แต่ที่แน่ๆ คือไม่ควรออกมาตอบโต้ ไม่เช่นนั้นมันจะลุกลามบานปลายไปกันใหญ่

ฤดูกาลใหม่กับกุนซือใหม่
เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมากับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ภายใต้การคุมทีมของ ชูเฮ โยโมดะ ดูเหมือนว่า ชนาธิป จะเป็นที่โปรดปรานของกุนซือรายนี้ โดยได้รับโอกาสลงสนามอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งตัวนักเตะก็ตอบแทนความไว้วางใจด้วยผลงานที่ถือว่าใช้ได้ แต่มาฤดูกาลใหม่นี้สโมสรจากฮอกไกโดจะมีนายใหญ่คนใหม่แล้วนั่นคือ มิไฮโล เปโตรวิช แน่นอนว่าสไตล์การทำทีมก็อาจจะมีเปลี่ยนไป แต่สิ่งหนึ่งที่ยังถือว่าเป็นประโยชน์สำหรับ ชนาธิป ก็คืออดีตโค้ช อุราวะ เร้ดส์ ผู้นี้ชอบทำทีมแบบเน้นเกมรุก ดังนั้นสไตล์การเล่นน่าจะไปกันได้ดี ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะทำให้ เปโตรวิช เชื่อใจได้มากแค่ไหน

เจ้านายคนใหม่ของ ชนาธิป

พรีซีซั่นที่ขาดหายไปเมื่อฤดูกาลก่อน
เมื่อฤดูกาล 2017 ที่ผ่านมา ชนาธิป ย้ายเข้ามาระหว่างฤดูกาล ทำให้มีเวลาค่อนข้างน้อยในการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ แต่มาคราวนี้เขาจะได้ร่วมพรีซีซั่นก่อนเริ่มต้นฤดูกาล ได้มีเวลามากขึ้นสำหรับการทำความเข้าใจกับสิ่งต่างๆ รอบตัว แน่นอนว่ามันคือข้อดี แต่มันก็อาจตามมาด้วยความคาดหวังที่สูงขึ้น สุดท้ายแล้วจะเป็นอย่างไร ผลงานในสนามเท่านั้นคือคำตอบ

ขออนุญาตใช้เนื้อหา