อินทรีจิกสิงโต2-1บราซิล2-0ฟ้าขาว-เลี่ยนพัง

Home / ข่าวฟุตบอล / อินทรีจิกสิงโต2-1บราซิล2-0ฟ้าขาว-เลี่ยนพัง

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร
อังกฤษ 1 เยอรมนี 2
       
            สตีฟ แม็คคลาเรน นำพลพรรค สิงโตคำราม ทีมชาติอังกฤษ เปิดสนามเวมบลีย์ในกรุงลอนดอน ลงเล่นแมตช์กระชับมิตรกับ อินทรีเหล็ก เยอรมนี โดยนัดนี้ทั้งสองฝ่ายประสบปัญหาบาดเจ็บมากมาย แต่เจ้าถิ่นได้ เดวิด เบ็คแฮม และไมเคิล โอเว่น กลับมาลงสนาม ขณะที่ โยอาคิม เลิฟ ปรับทัพทีมเยือนให้วุ่นเปลี่ยนแท็คติกมาเล่นระบบ 4-5-1 ใช้เพียง เควิน คูรานยี่ เป็นหน้าเป้า โดยมี แบรนด์ ชไนเดอร์ และโธมัส ฮิตเซิลแปร์เกอร์ สนับสนุนเกมรุก

 

เริ่มเกมการแข่งขัน อังกฤษ เป็นฝ่ายเปิดฉากบุกใส่ เยอรมนี คู่ปรับตลอดกาลทันที เวลาผ่านไปเพียง 9 นาทีกองเชียร์เจ้าถิ่นในสนามเวมบลีย์ได้เฮกันลั่นสนามเมื่อ ไมกาห์ ริชาร์ดส เติมเกมบุกขึ้นมาทางขวาโยกหลบ คริสเตียน พานเดอร์ ตัดเข้าในก่อนแทงต่อให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด หลุดเข้าไปในเขตโทษก่อนกดด้วยขวาส่งลูกหนังแสกหน้า เยนส์ เลห์มันน์ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงามส่ง สิงโตคำราม ขึ้นนำเร็ว 1-0

 

       
            พอเสียประตูไป เยอรมนี พยายามเดินเกมสู้และก็ได้ลุ้นเหมือนกันเมื่อ คริสตอฟ เม็ตเซลเดอร์ เติมขึ้นมาโขกลูกเตะมุมบอลเฉียดเสาไปนิดเดียว ขณะที่ โธมัส ฮิตเซิลแปร์เกอร์ ที่ดันขึ้นมาเล่นเป็นหน้าต่ำสบโอกาสลองยิงไกลบอลยังไม่ตรงกรอบ

 

แต่ถึงนาทีที่ 26 อินทรีเหล็ก ตามตีเสมอ 1-1 จนได้เมื่อ แบรนด์ ชไนเดอร์ กึ่งยิงกึ่งผ่านไปหน้าประตู พอล โรบินสัน พุ่งไปควักบอลจากเส้นประตูไปเข้าทางให้ เควิน คูรานยี่ จิ้มโล่งๆ เข้าไป

       
            เกมเริ่มจะเปิดมากขึ้น อังกฤษ เดินหน้าลุยอีกครั้ง แลมพาร์ด ได้โอกาสหลุดเข้าไปยิงแต่คราวนี้ เลห์มันน์ ไม่ยอมพลาดอีก เยอรมนี สวนกลับไปได้เสียวเช่นกัน เม็ตเซลเดอร์ โดดโหม่งลูกฟรีคิกตัดหน้า โรบินสัน ยังดีที่บอลพุ่งไม่ตรงประตู

 

อย่างไรก็ตาม อินทรีเหล็ก พลิกจิกนำ 2-1 จนได้จากลูกยิงไกลอันสุดสวยของ พานเดอร์ ในนาทีที่ 40 แม้ ไมเคิล โอเว่น จะมีโอกาสตามตีเสมอให้เจ้าถิ่นถึงสองครั้งสองคราแต่ก็ไม่สำเร็จ ทำให้ทีมเยือนถือความได้เปรียบเมื่อจบครึ่งแรก

 

 

กลับมาลุยกันต่อในครึ่งเวลาหลัง บิ๊กแม็ค เปลี่ยนเอา โรบินสัน ออกพร้อมกับส่ง เดวิด เจมส์ กลับมาเฝ้าเสาและก็ให้โอกาส เวส บราวน์ มาเล่นแทน ริโอ เฟอร์ดินานด์ พร้อมกับปรับแท็คติกโยกเอา ไมกาห์ ริชาร์ดส มายืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ จอห์น เทอร์รี่ แต่เกมของ อังกฤษ ยังไม่ดีขึ้นแม้แต่น้อย แม็คคลาเรน จึงให้ ปีเตอร์ เคร้าช์ และคีรอน ดายเออร์ ลงมาเล่นแทน โอเว่น และอลัน สมิธ
       
            แม้การต่อเกมของ สิงโตคำราม ยังไม่ดีเท่าที่ควรแต่ โจ โคล อาศัยความสามารถเฉพาะตัวลากตะลุยเข้าไปยิงเองแต่บอลถากเสาไปแบบได้ลุ้น ผ่านหนึ่งชั่วโมง เยอรมนี อาศัยการตั้งรับเป็นหลักแต่จังหวะสวนก็ได้เสียว คูรานยี่ หลุดขึ้นไปก่อนผ่านเข้ากลางกะให้ ฮิตเซิลแปร์เกอร์ ตามเข้ามายิงแต่เพื่อนเข้าไม่ถึงบอล โอกาสของทีมเยือนมีอีกครั้งคราวนี้ คูรานยี่ หลุดขึ้นไปกระดกบอลข้ามหัว เจมส์ แต่ก็ลอยไปกระแทกคานออกมา
       
            อังกฤษ เริ่มที่จะเร่งเครื่องมากขึ้น แลมพาร์ด แทงทะลุออกขวาให้ เดวิด เบ็คแฮม ผ่านบอลเร็วเข้ากลาง คีรอน ดายเออร์ พุ่งสไลด์ยิงที่เสาแรกแต่ยังบอลพุ่งเฉียดเสาไป เข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้าย ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ ถูกส่งลงมาลากเลื้อยแทน โคล และก็มีโอกาสเปิดบอลเข้ากลางให้ แลมพาร์ด สอดเท้าเข้ามาจิ้มบอลหลุดกรอบออกไปอีกครั้ง

 

 

ท้ายเกม เจ้าบ้านไม่ได้ประตูอีก เบ็คแฮม เปิดลูกเตะมุมให้ เทอร์รี่ โขกแต่เป็น ฟิลิป ลาห์ม ยืนคุมเส้นและก็โหม่งทิ้งมาได้ จนแล้วจนรอดครบ 90 นาที อินทรีเหล็ก รักษาสกอร์บุกมาหักเขี้ยว สิงโตคำราม ถึงถ้ำ 2-1
       
รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม

อังกฤษ : พอล โรบินสัน , ไมกาห์ ริชาร์ดส , ริโอ เฟอร์ดินานด์ , จอห์น เทอร์รี่ , นิคกี้ ชอรี่ย์ , เดวิด เบ็คแฮม , ไมเคิล คาร์ริค , แฟร้งค์ แลมพาร์ด , โจ โคล , อลัน สมิธ , ไมเคิล โอเว่น
       
เยอรมนี : เยนส์ เลห์มันน์ , อาร์เน่ ฟรีดริช , เพอร์ แมร์เตซัคเกอร์ , คริสตอฟ เม็ตเซลเดอร์ , คริสเตียน พานเดอร์ , เดวิด โอดอนคอร์ , แบรนด์ ชไนเดอร์ , ฟิลิป ลาห์ม , ปิโอตอร์ โทรชอฟสกี้ , โธมัส ฮิตเซิลแปร์เกอร์ , เควิน คูรานยี่

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บิ๊กแม็คยันเล่นดีหลายจุดแม้สิงโตจะแพ้อิน…

ประมวลภาพ อังกฤษ-เยอรมัน

 

บราซิล 2 – แอลจีเรีย 0

 

“แซมบ้า” ทีมชาติบราซิล ไม่ได้เรียกตัว โรนัลโด้ กองหน้าจากเอซี. มิลาน มาติดทีมชุดนี้ รวมทั้งทำการพัก กาก้า กับ โรนัลดินโญ่ สองสตาร์ดังของทีมเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น พร้อมวาง โรบินโย่ ลงมาเล่นหน้าคู่กับ ว้ากเนอร์ เลิฟ และ มี ชูลิโอ บาปติสต้า เล่นในแดนกลาง

 

ส่วน แอลจีเรีย ภายใต้การคุมทีมของ ฌอง-มิเชล กาวัลลี่ เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศส ได้ตัว อามูร์ บูอัซซ่า หายเจ็บหัวไหล่กลับสู่ทีมแต่มีชื่อแค่สำรองเท่านั้น โดยมี นาดีร์ แบลฮัดจิ แบ็คซ้ายจากโอลิมปิก ลียง แชมป์ลีก เอิง 6 ปีซ้อน ลงมาเป็นตัวหลักของแนวรับ

 

เปิดฉากครึ่งแรกมาได้แค่ 8 นาที โอกาสเป็นของบราซิลก่อน เมื่อ เอลาโน่ บลูแมร์ มิดฟิลด์ตัวเก่งจากสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลากเข้าไปในเขตอันตราย ก่อนไหลให้กับ ว้ากเนอร์ เลิฟ กองหน้าของทีมซัดข้ามคานไป ซึ่งแม้ว่าบราซิล จะครองเกมไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่สามารถทำประตูขึ้นนำได้ จนครบ 45 นาที เสมอกันไปก่อน 0-0

 

เข้าสู่ครึ่งหลัง คาร์ลอส ดุงก้า เทรนเนอร์ของทีมชาติบราซิล ทำการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นถึง 4 รายให้ ชูลิโอ เซซ่าร์ ลงมาเฝ้าเสาแทน อเล็กซานเดอร์ โดนี่ และ ให้ กาก้า ลงมาเล่นแทน เอลาโน่ รวมไปถึงส่ง โรนัลดินโญ่ เล่นแทน “ไอ้ยักษ์” ชูลิโอ บาปติสต้า และ ส่ง แฟร์นันโด แมร์เนอกัซโซ่ ยืนแทน โชซูเอ้

 

หลังจากมีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นหลายราย เกมรุกของบราซิล ดูคมกว่าเดิม ก่อนจะสามารถขึ้นนำได้สำเร็จในนาทีที่ 62 เมื่อ โรนัลดินโญ่ สตาร์ดังของทีมเปิดลูกเตะมุมให้กับ ดั๊กลาส ไมคอน แบ็คขวาโผขึ้นมาโขกเข้าประตูไปให้ แซมบ้า นำก่อน 1-0

 

จากนั้น เกมรุกของเซเลเซา ก็เดินเครื่องบดหนัก นาทีที่ 81 ก่อนเป็น ดีเอโก้ กองกลางตัวสำรองจ่ายบอลให้กับ โรนัลดินโญ่ สตาร์จากสโมสร บาร์เซโลน่า ยิงเรียดบอลไปแฉลบตัว ลูเนส กาอัวอุย นายทวารแอลจีเรีย เข้าประตูไป ปิดท้ายให้ บราซิล คว้าชัยหรู 2-0 เมื่อหมดเวลาการแข่งขัน

 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

 

บราซิล : อเล็กซานเดอร์ โดนี่ (ชูลิโอ เซซ่าร์ น.46) – ดั๊กลาส ไมคอน (ดาเนี่ยล อัลเวส น.67), อเล็กซ์ ซิลวา, นัลโด้, คเลแบร์ – เอลาโน่ บลูแมร์ ( กาก้า น.46), มิเนยโร่ (ลูคัส น.63) – โชซูเอ้ (แฟร์นันโด แมร์เนอกัซโซ่ น.46), ชูลิโอ บาปติสต้า (โรนัลดินโญ่ น.46) – โรบินโญ่ (ดีเอโก้ น. 70), ว้ากเนอร์ เลิฟ

 

แอลจีเรีย : ลูเนส กาอัวอุย – ลาร์บี้ โฮสนี่ (ชาดลี่ ออมรี่ น.67), อิสมาแอล บูซิด, อองตาร์ บาเอีย ( ยาซีน เบซซาซ น. 67), อแบร์ราอุฟ ซาราบี้ – มัดยิด บูเกอร์ร่า, การิม ซิยานี่ ( ลาซาร์ ฮัดจิ เอสซา น.86), ยาซิด ม็องซูรี่, นาดีร์ แบลฮัดจิ – ราฟิก ซาอิฟี่ ( อามูร์ บูอัซซ่า น. 91), การิม มัตมูร์ ( กาแมล ชิลาส์ น.76)

 

 

นอร์เวย์ 2 – อาร์เจนติน่า 1

 

นอร์เวย์ เจ้าถิ่นลงอุ่นเครื่องกับ อาร์เจนตินา ด้วยการส่ง รอนนี่ ยอห์นเซ่น กองหลังวัย 38 ปีลงมาปักหลักในแนวรับ ส่วน “ฟ้า-ขาว” ได้ ลีโอเนล เมสซี่ กองหน้าดาวรุ่งวัย 20 ปีจากบาร์เซโลน่า ลงมานำทัพ และทดสอบผู้เล่นสายเลือดใหม่ด้วยการส่ง เอเซเกล การาย, เอเซเกล ลาเวซซี่ และ ออสการ์ อุสตารี่ ลงมาเป็น 11 คนแรกทั้งหมด

 

ออกสตาร์ทครึ่งแรกได้แค่ 7 นาที เจ้าบ้านบุกหนักก่อนมีลุ้นสร้างความหวาดเสียวจาก การยิงไกลระยะ 30 หลาของ ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ บอลพุ่งแรงแต่ไม่ตรงกรอบ หลังจากนั้น 2 นาที ฟ้า-ขาว ได้ลุ้นบ้าง ดีเอโก้ มิลิโต้ กองหน้าจากสโมสร เรอัล ซาราโกซ่า กระทุ้งไปติดบล็อค บียอร์น เฮลเก้ รีเซ่ ตามมาบล็อคไว้ได้

 

อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 12 เจ้าบ้านนำจนได้ เมื่อ ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ วิงแบ็คจากสฌมสรลิเวอร์พูล ถูก ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ทำฟาวล์ในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที ซึ่ง ยอห์น คาริว กองหน้าร่างยักษ์จากแอสตัน วิลล่า รับหน้าที่ซัดเข้าไปไม่พลาดให้ นอร์เวย์ นำก่อน 1-0

 

ผ่านมาครึ่งชั่วโมง อาร์เจนติน่า เดินเครื่องบดหนัก ลีโอเนล เมสซี่ หาเหลี่ยมซัด แต่ ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ เข้ามาตามสกัดได้หวุดหวิดในจังหวะสุดท้าย จากนั้นนาทีที่ 37 หลุยส์ กอนซาเลซ กองกลางกราบขวาของอาร์เจนติน่า หาจังหวะยิงจากนอกเขตโทษบอลเหินข้ามคานออกไปแบบไม่มีลุ้น หมดครึ่งแรก นอร์เวย์ นำก่อน 1-0

 

มาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง อาร์เจนติน่า บดหนักหมายจะตีเสมอให้ได้ แต่โดน นอร์เวย์ วิ่งไล่บีบพื้นที่จนไม่สามารถพลิกบอลเล่นได้เลย

 

ขุนพลนอร์วีเจี้ยน ยังร่ายเกมรุกได้อันตราย ก่อนมาได้ประตูที่สองหนีห่างออกไปจากจังหวะที่ ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ เปิดฟรีคิกมาเข้าหัวของ ยอห์น คาริว คนเดิมโขกเข้าประตูไปในนาทีที่ 58 ช่วยให้เจ้าบ้านนำห่างเป็น 2-0 เข้าไปแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม อาร์เจนติน่า ยังไม่ยอมง่ายๆไล่คืนมาเป็น 1-2 ในนาทีที่ 84 จากจังหวะที่ มักซิมิลิอาโน่ โรดริเกซ สตาร์ของแอตเลติโก มาดริด ซัดเข้าไป ท้ายเกม ฟ้า-ขาว รวมพลบุกแต่ไม่สามารถตีเสมอได้ จนกระทั่งครบ 90 นาที นอร์เวย์ เอาชนะไปได้สนุก 2-1

 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

 

นอร์เวย์ : ฮาคาน อ็อปดาล – เบรเด้ ฮังเกลันด์, รอนนี่ ยอห์นเซ่น, ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่, ยาร์ล อันเดร สตอร์เบ็ค, มาร์ติน อันเดรเซ่น, ดาเนียล บราเท่น, คริสโตเฟอร์ เฮสตัด, มอร์เตน กัมส์ท พีเดอร์เซ่น, บียอร์น เฮลเก้ รีเซ่, ยอห์น คาริว

 

อาร์เจนตินา : ออสการ์ อุสตารี่ – นิโคลัส บูร์ดิสโซ่, เอเซเกล การาย, กาเบรียล มิลิโต้, ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ – หลุยส์ กอนซาเลซ, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ – ลีโอเนล เมสซี่, มักซิมิลิอาโน่ โรดริเกซ – ดีเอโก้ มิลิโต้, เอเซเกล ลาเวซซี่

 

 

 

ฮังการี 3 – อิตาลี 1

 

แชมป์โลก 2006 อิตาลี ยกพลมาอุ่นเครื่องกับ ฮังการี โดยเกมนี้เจ้าบ้านส่ง โซลตาน เกร่า กับ ตามาส ปริสกิ้น เป็นสองแนวรุก ขณะที่ อิตาลี เริ่มต้นเกมโดยใช้ ฟาบิโอ กวายาเรลล่า, อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ และ ลูก้า โทนี่ เป็นสามประสานแดนหน้า

 

ในครึ่งแรก อิตาลี ครองบอลได้เหนือกว่าเล็กน้อย และได้โอกาสงามๆ ในนาทีที่ 27 ฟาบิโอ กวายาเรลล่า ผ่านบอลให้ อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ ซัดตามน้ำไปถูก มาร์ติน ฟูล็อป พุ่งปัดพ้นเสาประตูหวุดหวิด

 

นาทีที่ 38 เกือบเป็น ฮังการี ที่เป็นฝ่ายออกนำ เมื่อ อดัม วาสส์ หลุดเข้าไปซัดเหน่งๆ แต่ไปติดบล็อค จานลุยจิ บุฟฟ่อน อีก จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 0-0

 

เริ่มครึ่งหลังไปได้ 4 นาที อิตาลี มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว อัลแบร์โต้ อกวิลานี่ เปิดบอลให้ อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ กองหน้าตัวสำรอง หลุดเข้าไปแปผ่าน มาร์ตัน ฟูล็อป เข้าไปไม่เหลือ

 

แต่ในนาทีที่ 61 ฮังการี ก็กลับมาตีเสมอเป็น 1-1 จนได้ โรลันด์ ยูฮาส มีพื้นที่ซัดในเขตโทษเสียบมุมเข้าไป หมดสิทธิ์ที่ บุฟฟ่อน จะพุ่งถึง

 

 

ถัดมา 4 นาที ฮังการี มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อ ตามาส ปริสกิ้น ถูก ฟาบิโอ คันนวาโร่ รวบล้มในเขตโทษ และเป็น โซลตาน เกร่า รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไปไม่พลาด ฮังการี นำ 2-1

 

เจ้าบ้านมาได้ประตูฝังทีมแชมป์โลกเป็น 3-1 ในนาทีที่ 76 โรเบิร์ต เฟเซซิน กองหน้าตัวสำรอง พังประตูแรกในนามทีมชาติของตัวเองได้สำเร็จ จบเกม ฮังการี เผาเครื่อง อิตาลี ไปแบบหมดรูป 3-1

 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

 

ฮังการี : มาร์ตัน ฟูล็อป, โซลตาน เซเลซี่, ตามาส วาสโก้, โรลันด์ ยูฮาส, วิลมอส วานซัค, อดัม วาสส์, ตามาส ฮาจนัล, ดาเนี่ยล ตอซเซอร์, โซลตาน เกร่า, บาลาซ ซุดซ์ซัค, ตามาส ปริสกิ้น

 

อิตาลี : จานลุยจิ บุฟฟ่อน, มัสซิโม่ อ็อดโด้, ฟาบิโอ คันนาวาโร่, มาร์โก มาเตราซซี่, จานลูก้า ซัมบร็อตต้า, มัสซิโม่ อัมโบรซินี่, อันเดรีย ปิร์โล่, อัลแบร์โต้ อกวิลานี่, ฟาบิโอ กวายาเรลล่า, อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่, ลูก้า โทนี่

 

 

 

 

ผลฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติประจำคืนวันพุธ

ญี่ปุ่น ชนะ แคเมอรูน 2-0
รัสเซีย เสมอ โปแลนด์ 2-2
ยูเครน ชนะ อุซเบกิสถาน 2-1
บราซิล ชนะ แอลจีเรีย 2-0
ลัตเวีย แพ้ มอลโดวา 1-2
บัลแกเรีย แพ้ เวลส์ 0-1
ไอวอรี่ โคสต์ เสมอ อียิปต์ 0-0
ลิทัวเนีย ชนะ เติร์กเมนิสถาน 2-1
นอร์เวย์ ชนะ อาร์เจนติน่า 2-1
ตูนิเซีย เสมอ กินี 1-1
เบลารุส ชนะ อิสราเอล 2-1
เดนมาร์ก แพ้ ไอร์แลนด์ 0-4
ลักเซมเบิร์ก เสมอ จอร์เจีย 0-0
มาซิโดเนีย เสมอ ไนจีเรีย 0-0
โรมาเนีย ชนะ ตุรกี 2-0
ไอซ์แลนด์ เสมอ แคนาดา 1-1
ออสเตรีย เสมอ สาธารณรัฐเช็ก 1-1
บอสเนีย แพ้ โครเอเชีย 3-5
กรีซ แพ้ สเปน 2-3
มอนเตเนโกร เสมอ สโลวีเนีย 1-1
สวิตเซอร์แลนด์ ชนะ ฮอลแลนด์ 2-1
สวีเดน ชนะ สหรัฐอเมริกา 1-0
อัลแบเนีย ชนะ มอลตา 3-0
ฮังการี ชนะ อิตาลี 3-1
สกอตแลนด์ ชนะ แอฟริกาใต้ 1-0
สโลวะเกีย แพ้ ฝรั่งเศส 0-1
อังกฤษ แพ้ เยอรมนี 1-2