ฟิออโหดหักเขากระทิง5-1อินทรี1-0ปาร์ม่า2-2

Home / ข่าวฟุตบอล / ฟิออโหดหักเขากระทิง5-1อินทรี1-0ปาร์ม่า2-2

 

ฟิออเรนติน่า 5 – โตริโน่ 1

 

เจ้าถิ่นฟิออเรนติน่า ดร็อปเอา มาร์ติน ยอห์นเกนเซ่น เป็นเพียงแค่ตัวสำรองแล้วส่ง เรจินัลโด้ ลงประสานงานกับลูก้า โทนี่ และ อาเดรียน มูตู ในแดนหน้า ส่วนทีมเยือนโตริโน่ไร้เงา อันเดรีย อาร์ดิโต้ ที่ติดโทษแบน

 

เริ่มเกมครึ่งแรก แม้ว่าฟิออเรนติน่าจะบุกได้น่ากลัว แต่กลับกลายเป็นทีมเยือนอิลโตโร่ที่ทะยานขึ้นนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 15 จากที่ ฟาบิโอ กัลโล่ ไหลบอลให้กับ อเลสซานโดร โรซิน่า หลุดขึ้นไปทางขวาแล้วชิพบอลข้ามตัว เซบาสเตียน เฟร์ย โกล์เจ้าถิ่นเข้าไป

 

แต่ฟิออฯไม่ยอมแพ้ทวงคืนได้ 1-1 ในนาทีที่ 31 เมื่อ เรจินัลโด้ วิ่งโฉบเข้าไปตัดบอลก่อนจะกระชากเข้าไปในกรอบโทษก่อนผ่านเข้ากลางให้ ลูก้า โทนี่ เข้าชาร์จจ่อๆเข้าไป

 

และอีกสามนาทีต่อมา ทีมม่วงมหากาฬมาได้ประตูพลิกนำเป็น 2-1 จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายเข้าไปที่เสาสอง ลูก้า โทนี่ วิ่งเข้าชาร์จในระยะเผาขนไม่เหลือซาก

 

จากนั้นเจ้าถิ่นยังบุกได้ต่อเนื่องเพียงแต่ขาดประตูที่ 3 เท่านั้น จบ 45 นาทีแรก ฟิออเรนติน่า นำอยู่ 2-1

 

กลับมาเล่นในครึ่งหลังฟิออเรนติน่ามาได้ประตูแบบไม่ต้องออกแรงเมื่อ อิวาน ฟรานเชสคินี่ กองหลังโตริโน่ สกัดบอลผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง

 

น.74 เกมของกระทิงหินยิ่งเล่นยิ่งแย่จนต้องมาเวียประตูที่สี่เมื่อ อาเดรียน มูตู เปิดลูกฟรีคิกจากทางฝั่งซ้ายเข้าหน้าประตูอย่างเหมาะเจาะให้กับ กัมเบรินี่ ยืนตั้งป้อมโหม่งเหน่งๆไม่เหลือซาก 4-1

 

และแล้วน.83 เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูอีกจาก จากจังหวะที่ กัมเบรินี่ คนเดิม หวดเข้าไปไม่เหลือกซากส่งให้ ฟิออเรนติน่านำห่างไปเป็น 5-1

 

น.86 ฟิออฯน่าได้ประตูที่หกเมื่อมาได้ลูกโทษที่จุดโทษ ปาซซินี่ โดน บาสซาญี่ ทำฟาวล์ มูตู รับหน้าที่สังหารไปแต่ดันยิงไปโดน อับเบียติ เซฟเอาไว้ได้ จบเกม ฟิออเรนติน่า ถล่ม โตริโน่ ไปเละเทะ 5-1

 

เมสซิน่า 2 – ปาแลร์โม่ 0

 

เจ้าถิ่นเมสซิน่าส่งตัวจริงลงครบครันนำโดย คริสเตียน ริกาโน่ หัวหอกตัวเก่ง เจอกับ ปาแลร์โม่ ทีมอันดับ 3 ที่มี ดาวิด ดิ มิเคเล่ เป็นหัวหอกตัวเป้า

 

เปิดฉากเกมครึ่งแรก ทั้งสองทีมสู้กันแบบกล้าๆกลัวๆ ไม่ค่อยมีโอกาสยิงมากนัก จนเข้าสู่นาทีที่ 31 เจ้าถิ่นหวุดหวิดได้ประตูนำก่อน จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายเข้าไปตรงกลางกรอบ โทษ แล้วเป็น มาร์โก ซานคี่ กองหลังที่สอดขึ้นมาโหม่งบอลไปชนเสาอย่างจัง

 

ห้านาทีต่อมา ทีมเยือนปาแลร์โม่มีโอกาสได้ลุ้นทำประตูเหมือนกันโดยเป็น โรแบร์โต้ กัวน่า ได้หวดเน้นไในกรอบโทษ นิโกล่า กาโญนี่ นายด่านเจ้าถิ่นปัดออกมา แต่ไม่พ้นอันตราย ดาวิด ดิ มิเคเล่ ปราดเข้ามาซ้ำ แต่ข้ามคานน่าเขกกะโหลก

 

จนกระทั่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บเมสซิน่ามาได้ประตูนำ 1-0 จากที่ เอ็ดการ์ อัลบาเรซ ครอสบอลจากสุดเส้นหลังทางฝั่งขวาให้ คริสเตียน ริกาโน่ โหม่งจ่อๆเข้าไป และจบครึ่งแรก ด้วยสกอร์นี้

 

น.61 กลับมาเล่นในครึ่งหลัง ปาแลร์โม่ ส่งอันเดรีย คารัชโชโล่ ลงสนามมาแทน มาร์ค เบรสชาโน่ แต่ว่าอยู่ในสนามได้เพียงอึดใจเดียวก็ต้องออกจากสนามไปเมื่อโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม

 

น.65 เมสซิน่าอาศัยความได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นเดินหน้าบุกแล้วมาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 เมื่อ อัลวาเรซ คนเดิมเปิดบอลให้กับ คริสเตียน ริกาโน่ โหม่งเข้าไปตุงตาข่าย

 

จากนั้นก็ไม่มีฝ่ายใดทำประตูกันได้เลยทำให้จบเกม เมสซิน่า เอาชนะ ปาแลร์โม่ ไป 2-0

 

ลาซิโอ 1 – ซามพ์โดเรีย 0

 

ลาซิโอ ได้ลงเล่นในโอลิมปิก สเตเดี้ยม ลาซิโอ เจอกับ ซามพ์โดเรีย โดยเจ้าถิ่นขาดแค่ อันเจโล่ เปรุซซี่ นายทวารจอมเก๋าเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เหลือคือชุดเดิมส่วนทีมเยือนก็ฟูลทีม เช่นกัน

 

ครึ่งแรกดำเนินมาถึงนาทีที่ 23 สาวกอินทรีฟ้าขาวก็มาได้เฮกันสนั่นเมื่อทีมรักขึ้นนำ 1-0 จากที่กาบี้ มูดินกายี้ ครอสบอลจากทางฝั่งขวาเข้าไปในกรอบโทษ ตอมมาโซ่ ร็อคคี่ สอดขึ้น ไปโหม่งบอลผ่านมือของ คาสเตลลัซซี่ นายทวารลาซามพ์เข้าไป

 

อีกไม่กี่จังหวะต่อมา ร็อคคี่ เกือบบวกเม็ดสองให้กับทีมและตัวเองได้เมื่อ หลุดเข้าไปทางฝั่งขวาของกรอบโทษก่อนจะแตะบอลหลบ คาสเตลลัซซี่ แล้วแปบอลเน้นๆ แต่โชคร้าย บอลผ่านหน้าประตูไปหวุดหวิด

 

จากนั้นเกมยังเป็น อินทรีฟ้าขาว ที่คุมเอาไว้ได้มากกว่า แต่บวกสกอร์เพิ่มไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก ลาซิโอ นำอยู่แค่ 1-0

 

เปิดฉากครึ่งหลัง นาที 57 เป็นโอกาสลุ้นของลาซิโอ โกรัน ปานเดฟ พาบอลตะลุยเข้าเขตโทษโดนแนวรับลาซามพ์สกัดไว้ได้ บอลทะลักมาเข้าทาง ร็อคคี่ วิ่งเข้าตะบันเต็มเท้า ก็ยังติดบล็อกของ จูลิโอ ฟัลคอเน่ ปราการหลังทีมเยือนอีกครั้ง

 

นาที 64 ซามพ์โดเรียน่าได้ประตูตีเสมออย่างที่สุด คริสเตีย เซโนนี่ หลุดกับดักล้ำหน้าขึ้นไปครอสบอลจากขวา กวายาเรลล่า โถมขึ้นโขกเน้นๆส่งบอลไปชนโคนเสาอย่างจัง ก่อนจะเด้งเข้ามือ บัลล็อตต้า รับเอาไว้ติดมือ

 

อีก 5 นาทีถัดมา ทีมเยือนก็น่าทวงคืนได้อีก เจนนาโร่ เดลเว็คคิโอ โดดโหม่งเน้นๆในเขตโทษ แล้ว เอมิลิโอ โบนาสโซลี่ โผเข้าชาร์จตามน้ำจ่อๆส่งบอลเชิดคานออกไปชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด

 

เกมตกเป็นของทีมเยือนอย่างเห็นได้ชัด แต่เกมรับของเจ้าถิ่นก็ยังจัดกระบวนกันได้ดี 3 นาทีสุดท้าย ฟาบิโอ บาสซานี่ ศูนย์หน้าตัวสำรองลาซามพ์ มีโอกาสตีลังกายิงในเขตโทษ แต่ก็ส่งบอลเหินหลุดกรอบออกไป

 

จนแล้วจนรอด ลาซามพ์ก็ไม่สามารถยิงตีเจ๊าได้ ทำให้ที่สุดแล้ว ลาซิโอ จึงเป็นฝ่ายที่เฉือนชนะ ซามพ์โดเรีย ไปได้ชนิดหืดขึ้นคอ 1 – 0

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

มิลานโชว์เก๋ายิงแซงคิเอโว่นิ่ม3-1รั้งที่5

 

งูคืนฟอร์มกดลิวอร์โน่1-2โรม่าแผ่วเจ๊าบ๊วย1-1

 

 

สรุปผลการแข่งขันคู่อื่น

 

กายารี่ ชนะ อตาลันต้า 2-0

คาตาเนีย เสมอ เซียน่า 1-1

ปาร์ม่า เสมอ เรจจิน่า 2-2

อูดิเนเซ่ แพ้ เอ็มโปลี 0-1