ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ซ้อมเกมรุก!! สิงห์บลู พับสนามเจาะตาข่าย มวยโลก 10 ตัวเบาะๆ 2-0

Home / ข่าวฟุตบอล / ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ซ้อมเกมรุก!! สิงห์บลู พับสนามเจาะตาข่าย มวยโลก 10 ตัวเบาะๆ 2-0

รายงานสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2557
เชลซี 2-0 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน
รายชื่อคนทำประตู : 1-0 ดิเอโก้ คอสต้า น.11, 2-0 เอเด็น อาซาร์ น.25
เวลา : 22.00 น.
สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4

Chelsea v West Bromwich Albion - Premier Leagueศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก กลับมาลงฟาดแข้งกันอีกครั้งหลังจากหลบทางให้กับโปรแกรมทีมชาติไปราวๆ 2 สัปดาห์ โดย เชลซี ของ โชเซ่ มูรินโญ่ จัดการส่ง ดิเอโก้ คอสต้า ลงส่องตาข่ายผู้มาเยือนอย่าง เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้วเจ้าบ้านจะสามารถเก็บสามแต้มได้ตามหน้าเสื่อคาดการณ์ไว้หรือเปล่า นาทีที่ 5 สิงห์บลูพลาดขึ้นนำแบบเหลือเชื่อสุดๆ จากจังหวะยิงเผาขนของ จอห์น เทอร์รี่ แต่เป็นทาง เบน ฟอสเตอร์ ที่ช่วยเซฟให้สกอร์ทั้งคู่ยังคงเท่ากันอยู่ที่ 0-0 GOAL! นาที 11 ดิเอโก้ คอสต้า สังหารตาข่ายได้อีกแล้ว จากจังหวะแหวกกับดับล้ำหน้า เวสต์บรอมฯ จนทะลุเข้าไปซัดโล่งๆช่วยให้ เชลซี นำเร็วตั้งแต่นาทีที่สิบเอ็ด 1-0  นาที 15 เจ้าบ้านพลาดนำห่าง 2-0 แบบเหลือเชื่อ จากจังหวะยิงไกลหน้ากรอบเขตโทษของ ออสการ์ แต่ไปติดเซฟ ฟอสเตอร์ กระดอนมาเข้าทาง ดิเอโก้ คอสต้า เข้าชาร์จและติดเซฟ ฟอสเตอร์ อีกครั้ง

Chelsea v West Bromwich Albion - Premier Leagueนาที 19 ดิเอโก้ คอสต้า ทำหมูหก หลังจากเข้าชาร์จด้วยซ้ายจ่อๆแต่บอลหลุดเสาสองออกไปนิดเดียว พลาดพาทีมนำห่างสองสกอร์ไปอีกครั้ง GOAL! 25 ประตูที่ 2 ของ สิงห์บลู มาจนได้ จากจังหวะเล่นลูกเตะมุมเร็วของ ฟาเบรกาส จ่ายเรียดมาให้ อาซาร์ วิ่งมารับบอลเสาแรกก่อนจะซัดง่ายๆเข้าไปช่วยให้ สิงห์บลู โอกาสชนะเริ่มสดใสด้วยการนำห่างที่สกอร์ 2-0 นาที 29 เคลาดิโอ ยาค็อบ โดน ลี เมสัน แจกใบแดง จากจังหวะไปย่ำใส่ ดิเอโก้ คอสต้า หน้ากรอบเขตโทษ ผ่านไปถึงนาที 40 รูปเกมของผู้ตามอย่าง “มวยโลก” ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น แถมโอกาสโดนส่องเม็ดสามยังมีให้เห็นอยู่หลายครั้ง และการครองบอลก็เป็นของ เชลซี แทบจะทั้งหมด จบครึ่งแรก เชลซี ขึ้นนำ เวสต์บรอมวิช ที่เหลือนักเตะในสนามแค่ 10 คนอยู่ 2-0

Chelsea v West Bromwich Albion - Premier Leagueเริ่มครึ่งหลังมาได้แค่ 2 นาที เนมานย่า มาติช หลุดกับดักล้ำหน้าสอดมายิงด้วยซ้ายแบบไม่จับ แต่บอลเหินข้ามคานออกไปแบบเหลือเชื่อ ครบหนึ่งชั่วโมงแรกของเกม สถิติการครองบอล เชลซี เหนือกว่าผู้มาเยือนทุกขุมกำลัง แถมยังครองบอลได้มากถึง 88(เชลซี) ต่อ 12(เวสต์บรอมวิช) เปอร์เซ็น นาที 68 ถึงตอนนี้ทุกอย่างเป็นของเจ้าบ้าน และเล่นเพื่อรอให้หมดเวลาเท่านั้น โดยจังหวะนี้ วิลเลี่ยน ได้เติมขึ้นมาหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจสับด้วยขวา น้ำหนักรุนแรงแต่ทิศทางผิดเหลี่ยมเหินข้ามคานออกไป นาที 70 สิงห์บลู ทำเกมได้สวยจากลูกเปิดของ มาติช งัดมาให้ อิวาโนวิช วิ่งสอดขึ้นมาในกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะตบเข้ากลาง แต่น่าเสียดายที่ไม่มีเพื่อนเข้ามาชาร์จได้ทัน นาที 75 วิลเลี่ยน โดนใบเหลืองหลังไปเข้าหนักใส่ วิสดอม นาที 80 โชเซ่ มูรินโญ่ ตัดสินใจส่ง โรอิค เรมี่ ลงสนามมาแทน ออสการ์ นาที 84 มูรินโญ่ เปลี่ยนอีกคน ถอด คอสต้า คนทำประตูแรกออก และส่ง ดิดิเยต์ ดร็อกบา ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 86 เชลซีใช้โควต้าเปลี่ยนเป็ยคนสุดท้าย ส่ง รามิเรส ลงมาแทน วิลเลี่ยน ครบ 90 นาทีมีการทดเจ็บเพิ่มอีก 3 นาที ทั้งคู่ทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายจ่าฝูง เชลซี เก็บ 3 แต้มไปครองได้ตามเป้าพร้อมกับยึดตำแหน่งเบอร์หนึ่งผู้ไร้พ่ายของศึก พรีเมียร์ลีก ได้ต่อไป

11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

เชลซี : ธิโบต์ กูร์ตัวส์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, เนมานย่า มาติช, เชส ฟาเบรกาส, วิลเลี่ยน, ออสการ์, เอเด็น อาซาร์, ดิเอโก้ คอสต้า

เวสต์บรอมวิช : เบน ฟอสเตอร์, อังเดร วิสดอม, เคร็ก ดอว์สัน, โจลีออน เลสค็อตต์, คริส แบร์ด, แกรม ดอร์แรนส์, เคร็ก การ์ดเนอร์ส, เคลาดิโอ ยาค็อบ, คริส บรันท์, สเตฟาน แซสเซอญง, ไซโด้ เบราฮิโน่

1

2

3