ทีมคันนาวาโร่กระซวกทีมฟิโก้ยับน้าเทิดเบิ้ลสองศึก global legends series bangkok 2014

Home / ข่าวฟุตบอล, ข่าวฟุตบอลไทยลีก / ทีมคันนาวาโร่กระซวกทีมฟิโก้ยับน้าเทิดเบิ้ลสองศึก global legends series bangkok 2014

DSC_6078
ระเบิดศึกขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับฟุตบอล “ global legends series bangkok 2014 ” รายการที่รวบรวมเอาตำนานยอดนักเตะมาฟาดแข้งกัน โดยแบ่งออกเป็นสองทีม ระหว่างทีมของ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ปราการหลังดีกรีแชมป์โลก จากอิตาลี กับทีมของ หลุยส์ ฟิโก้ ยอดแข้งโปรตุเกส

DSC_6241อันที่จริงแล้ว โดยปกติ การจัดฟุตบอลแบบรวมดาราก็มีให้เห็นอยู่เป็นประจำ แต่ว่าการรวมตัวกันแบบเป็นเรื่องเป็นราว และมีการเดินสายตระเวนเตะทั่วโลกยังเป็นเรื่องใหม่อยู่ ซึ่งถือว่าศึกนี้มีทีเด็ดที่การเลือกตัวนักเตะมาอวดสายตาแฟนบอลเป็นระดับบิ๊กเนมทั้งนั้น  แบบว่าแค่พูดชื่อหลายคนต้องร้อง อ๋อ แบบไม่ต้องบรรยายสรรพคุณใดๆทั้งสิ้น สำหรับคนอายุเหยียบย่าง 30 ปี ซุปเปอร์สตาร์เหล่านี้พูดได้เต็มปากเลยว่าอยู่ใน ยุคของคุณเลยทีเดียว แต่สำหรับเด็กรุ่นใหม่ก็น่าจะมีหลายคนที่คุ้นชื่อ คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี เรียกว่าพ่อกับลูกกอดคอไปดูกันได้สบาย

มาดูรายชื่อของทีม คันนาวาโร่ กันก่อนดีกว่า ผู้รักษาประตู เจอร์ซี่ย์ ดูเด็ค สำหรับเด็กหงส์คงไม่ต้องพูดDSC_6230ถึงเพราะเค้าคนนี้คือคนที่ทำให้ทีมคว้าแชมป์ยุโรป สมัยที่ 5 มาครองแบบสุดเหลือเชื่อส่วกองหลัง แน่นอนว่าต้องมี ฟาบิโอ คันนาวาโร่ จับคู่กับ มาร์โก มาเตรัตซี่ จอมแสบจากชาติเดียวกัน  ส่วนของกองกลางใครจะคิดว่าจะได้เห็น พอล สโคลส์ ตำนานผีแดงมาจับคู่กับ สตีฟ แม็คมานามาน, ยารี่ ลิตมาเน่น และ แพทริค เบอร์เกอร์ สามตัวเทพของฝั่งลิเวอร์พูล ผสานกับซุปเปอร์สตาร์ทางฝั่ง เอเชียอย่าง ฮิเดโตชิ นากาตะ และกองหน้ามี แพททริก ไคลเวอร์ จับคู่กับ ดไวท์ ยอร์ค

DSC_6144ทางด้านทีมของ หลุยส์ ฟิโก้ นำทัพโดย เยนส์ เลห์มันน์ นายด่านจอมซ่าของอาร์เซน่อล และทีมชาติเยอรมัน ส่วนกองหลังชูโรงด้วยสองตัวเก๋าจัดๆแบบ มาร์กอส คาฟู แบ็กขวาระดับตำนานของเอซีมิลาน และนักเตะที่เคยผ่านสังเวียนฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศมาแล้วถึง 3 ครั้งและได้แชมป์โลกมา 2 สมัย นอกจากนี้ยังมี ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ แบ็กชาวฟ้าขาวที่เป็นตำนานของอินเตอร์ มิลานอีกคน ส่วนกองกลางก็มี ยูริ จอร์เกฟฟ์ จอมเทคนิคจากฝรั่งเศส เดโก้ ที่เพิ่งแขวนสตั๊ดไปไม่นาน และแน่นอนว่าต้องมี หลุยส์ ฟิโก้ กัปตันทีม และยังมี คาร์เรน เซดอร์ฟ อดีตจอมทัพเอซี มิลาน กับ วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ อีกหนึ่งผู้มีส่วนสำหรับแชมป์ยุโรปสมัยที่ 5 ของลิเวอร์พูล  แต่ทีเด็ดของทีมนี้อยู่ที่แดนหน้าที่มี อันเดร เชฟเชนโก้ ดาวยิงที่โด่งดังสุดกับกับ มิลาน จับคู่กับ ดาวอร์ ซูเคอร์ เจ้าของ ดาวซัลโวฟุตบอลโลก 98 โดยมีตัวสำรองแบบ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ที่จะได้กลับมาเยือนเอสซีจีสเตเดี้ยม ถิ่นเก่าอีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีนักเตะไทยทั้งสองคนได้รับเกียติให้เข้าร่วมทีมดาราโลกอย่าง ดัสกร ทองเหลาที่ได้เล่นกับDSC_6111ทีม หลุยส์ ฟิโก้ และ เทิดศักดิ์ ใจมั่น ได้ลุยร่วมกับ คันนาวาโร่ ซึ่งรวมแล้วดีกรี และรางวัลที่ได้ของนักเตะทั้งหมดทั้งแชมป์โลก แชมป์ทวีป แชมป์ลีก บอลถ้วยบอลยุโรป นักเตะยอดเยี่ยม หรือแม้แต่ บัลลงดอร์ ซึ่ง หากเอามาวางต่อกันคงยาวยืดไปถึงปากซอยได้สบายๆ เป็นการการันตีอย่างดีว่า ทุกคนคือตำนาน ของจริง  ส่วนผู้ตัดสินนัดนี้ก็เป็นตำนานไม่แพ้กันนั่นคือ ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ ผู้ตัดสินคนดังจากเมืองผู้ดี ผู้ผ่านสังเวียนฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศ และศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้ว

DSC_6140โดยก่อนเริ่มเกมส์ นักเตะและแฟนบอลทั้งสนามได้ร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พร้อมทั้งพลุและแสงสีแบบยิ่งใหญ่ และอลังการสุดๆ สำหรับเกมส์การแข่งขัน เรียกว่าทั้งสองทีมปล่อยของกันออกมาแบบไม่มีกั๊ก แม้จะไม่มีความสดเหมือนวันวาน แต่คนดูได้เห็นลีลาการเล่นที่ช้าแต่ชัวร์ และการเข้าทำที่หลากหลายมาทดแทน มีจังหวะการทำประตูกันสวยๆหลายต่อหลายครั้ง แค่ครึ่งแรกก็ซัดกันไปฝั่งละ 3 ประตูแล้ว แต่ที่เด็ดที่สุดคือ สองประตูของ พอล สโคลส์ ที่เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆได้ไม่น้อย พร้อมทั้งโชว์ช่วงพักครึ่งจากศิลปินดังอย่าง ซิลลี่ฟูล และ ไทเทเนียม เรียกว่าไม่มีช่วงให้เบื่อกันเลยทีเดียว

ส่วนครึ่งหลังเกมส์ก็ยังคงรักษามาตรฐานความมันส์เอาไว้ได้ไม่ต่างจากครึ่งแรก โดยสองนักเตะของไทยอย่าง ดัสกร ทองเหลา และ เทิดศักดิ์ ใจมั่นได้ลงสนามไปเล่นเคียงบ่าเคียงไหล่กับดาวเตะระดับโลก และจอมเก๋าแบบ “น้าเทิด” กระชากลืมวัยเข้าไปซัดผ่าน  เยนส์ เลห์มันน์ ผู้รักษาประตูจาก อาร์เซน่อล ทีมขวัญใจของตัวเองไม่ใช่แค่หนึ่งแต่เป็นสองประตูด้วยกัน แต่ประตูที่ต้องเป็นที่สุดของครึ่งหลังคือ จังหวะพักอกแล้วจักรยานอากาศ เป็นประตูของ มิเชล ซัลกาโด้ อดีตแบ็กจาก เรอัล มาดริด ซึ่งประตูนี้ทำเอกัปตันทีมอย่าง คันนาวาโร่ และ ลิตมาเน่น ต้องมาคุกเข่าคำนับให้กับความเทพของเพื่อนร่วมทีม

จบเกมส์เป็นทีมของ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ที่เอาชนะทีมหลุยส์ ฟิโก้ ไปได้ด้วยสกอร์มโหฬาร 8-5  ซึ่งทุกประตูล้วนแต่เป็นประตูระดับคุณภาพจากนักเตะระดับโลกทั้งนั้น เรื่องผลของการแข่งขันคงไม่ใช่ประเด็นสำคัญในนัดนี้ แต่สิ่งที่สำคัญคือแฟนบอลได้เต็มอิ่มกับลีลาของโคตรแข้งระดับโลก ที่แม้วัยจะโรยรา แต่เสือร้ายก็ยังคงมีเขี้ยวและเล็บที่คมกริบ ไม้แพ้นักเตะรุ่นน้องๆ ถือเป็นบุญตา ของแฟนบอลที่ได้ชมสุดยอดเกมส์แบบนี้ด้วยตาของตัวเอง

ชม Gallery เพิ่มเติมคลิกที่รูป
ชม Gallery เพิ่มเติมคลิกที่รูป