หงสฺ์หลังรั่วนำห่างเชือดหวิว4-3

Home / ข่าวฟุตบอล / หงสฺ์หลังรั่วนำห่างเชือดหวิว4-3

ประตู : 1-0 ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ น.44 ,2-0 ยอห์น อาร์เน่ ริเซ่ น.45 ,3-0 กาเบรียล ปาเล็ตต้า น.50 ,3-1 อันเดร บิเคย์ น.75 ,4-1 ปีเตอร์ เคราช์ น.77 ,4-2 ลีรอย ลิต้า น.81 ,4-3 เชน ลอง น.85

ผู้ชม : 42,445 คน

หลังจากที่แพ้ในเกมเรดไฟท์ จนได้รับเสียงก่นด่าทั่วสารทิศ แต่ราฟา เบนิเตซ ยังไม่ลืมสัญญาเลือกที่จะพักผู้เล่นตัวหลักและส่งตัวสำรองผสมตัวจริงลงสนามหลายตำแหน่ง

สำหรับไฮไลท์อยู่ที่ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ กองหน้าขวัญใจแฟนบอลได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง และได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมลงสนามเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2001 ขณะที่ในแนวรับกาเบรียล ปาเล็ตต้า กองหลังดาวรุ่งชาวอาร์เจนติน่า ได้ลงเล่นเป็นครั้งแรกให้ทีม ท่ามกลางแฟนบอลเดอะค็อปที่ยังเข้ามาให้กำลังใจกันอย่างเนืองแน่นเกือบเต็มความจุสนาม
แต่เกมในครึ่งแรกนั้นแทบจะเป็นไปอย่างจืดชืด ทั้งสองทีมที่ต่างอาการหนักแพ้มาทั้งคู่ในนัดล่าสุด ต่างก็ไร้ไอเดียในเกมรุกทำให้แทบจะหาจังหวะจบสกอร์กันไม่ได้เลย

เกมยังคงสกอร์เดิม 0-0 ไปจนทำท่าจะจบครึ่งแรกที่สกอร์นี้ แต่ในนาทีที่ 44 ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูออกนำที่รอคอยจนได้ และเป็นประตูของฟาวเลอร์ ที่ส่องในกรอบเขตโทษเข้าไปจากการเปิดมาให้ของเจอร์เมน เพนแนนท์

ฟากเรดดิ้ง เซ็งไม่ทันหายกับประตูแรก ก็ต้องมาเซ็งหนักเข้าไปอีกเมื่อมาโดนเจ้าถิ่นทะลวงประตูที่สองต่อทันที จากจังยิงไกลด้วยอีซ้ายตามสไตล์ของยอห์น อาร์เน่ ริเซ่ ซึ่งทำให้ “หงส์แดง” ได้เปรียบมากที่สกอร์ 2-0 จาก 2 ประตูในช่วงท้ายครึ่งแรก

กลับมาลงสนามใหม่ สมาธิของนักเตะรอยัลส์ ดูจะไม่อยู่กับร่องกับรอย และแค่ 5 นาที ลิเวอร์พูล ก็ได้ประตูที่ 3 อีกจากลูกเตะมุมเพนแนนท์ เปิดเข้ามาให้ปาเล็ตต้า โหม่งเช็ดที่เสาแรกเข้าไป ซึ่งเป็นประตูแรกในเกมเปิดตัวของกองหลังอาร์เจนไตน์ด้วย

หลังจากนั้นก็เป็นมหกรรมยำแหลกของทีม “เครื่องจักรสีแดง” โดยที่เรดดิ้ง ก็ยังคงเมาหมัดตั้งหลักไม่ค่อยถูก แต่ก็ยังอุตส่าห์มีตีไข่แตกได้จากลูกโหม่งของอันเดร บิเคย์ ในนาทีที่ 75 แต่ปีเตอร์ เคราช์ จะโหม่งให้ลิเวอร์พูล หนีออกไปเป็น 4-1 ในอีก 2 นาทีถัดมา

เกมทำท่าจะเป็นชัยชนะสบายๆของเจ้าถิ่น แต่แล้วเมื่อเข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย เรดดิ้ง ก็มาไล่ตีตื้นทีเดียว 2 ลูกรวดจากลีรอย ลิต้า ในนาทีที่ 81 และเชน ลอง ในนาทีที่ 85

นักเตะหงส์แดงต้องเล่นกันอย่างลุ้นระทึกในช่วงที่เหลือ ซึ่งก็มีโอกาสจะทำประตูหนีไปอีกจากทั้งเดิร์ก คอยท์ และปีเตอร์ เคราช์ แต่ก็พลาด ดีที่เปเป้ เรน่า ยังเซฟลูกยิงของเกล็น ลิตเติ้ลได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้สุดท้ายลิเวอร์พูล จึงได้ผ่านเข้ารอบต่อไปจนได้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล : โฆเซ่ มานูเอล เรน่า ,ลี เพลเทียร์ (เจมส์ สมิธ น.74) ,กาเบรียล ปาเล็ตต้า ,ดาเนี่ยล แอกเกอร์ ,สตีเฟ่น วอร์น็อค ,เจอร์เมน เพนแนนท์ ,โมฮัมเหม็ด ซิสโซโก้ (แดนนี่ กัธรี่ น.62) ,เบาเดอไวน์ เซนเด้น ,ยอห์น อาร์เน่ ริเซ่ (เดิร์ก คอยท์ น.779) ,ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ,ปีเตอร์ เคราช์

เรดดิ้ง : เกรแฮม สแต๊ก ,อูลิเซส เด ลา ครูซ ,อันเดร บิเคย์ ,อิวาร์ อิงกิมาร์สสัน ,จอห์น ฮอลล์ส ,เกล็น ลิตเติ้ ,ไบรยาร์ กุนนาร์สสัน (แซม ซอดเย่ น.83) ,จอห์น ออสเตอร์ ,สตีเฟ่น ฮันท์ ,ลีรอย ลิต้า ,เชนลอง
_________________
soccer suck