พรีเมียร์ชิปสัปดาห์นี้ลุ้นหงส์-เชลซีเข้าป้าย

Home / ข่าวฟุตบอล / พรีเมียร์ชิปสัปดาห์นี้ลุ้นหงส์-เชลซีเข้าป้าย

เครก เบลลามี่ หัวหอกหงส์แดง ลงทำศึกกับทีมเก่ากุหลาบไฟ


หลีกทางให้ศึก ยูโร 2008 รอบคัดเลือก ถึง 2 อาทิตย์ ทำเอาคอลูกหนังเมืองผู้ดีกระสับกระส่ายไม่น้อย แต่เกมฟาดแข้ง พรีเมียร์ชิป อังกฤษ กลับมาคราวนี้ในวันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม มีคู่ที่น่าสนใจมาประเคนให้ถึงที่เมื่อ

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะเปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับ “กุหลาบไฟ” แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ในเวลา 21.00น.

ลิเวอร์พูล โวลั่นว่ากลับสู่วงโคจรลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้อีกครั้งหนึ่งแล้ว แต่ความพ่ายแพ้ต่อ โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส 0-2 ในนัดล่าสุดทำให้พวกเขาต้องกลับไปทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากมี 10 คะแนนจาก 7 นัดรั้งอันดับที่ 10 ของตารางอยู่ในเวลานี้ โดยเป็นการแพ้ไปถึง 3 นัดเข้าให้แล้ว

มิหนำซ้ำเกมนี้ ลิเวอร์พูล จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เดิร์ก เคาท์ กองหน้าคนสำคัญที่ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าจากการรับใช้ทีมชาติฮอลแลนด์ ทำเอากุนซือ ราฟาเอล เบนิเตซ ออกอาการฉุนกึก ถึงกับเรียกร้องให้มีการจ่ายเงินชดเชยยามนักเตะสะบักสะบอมกลับมา ทำให้คู่หน้าคงหนีไม่พ้น ปีเตอร์ เคร้าช์ จับคู่กับ เคร็ก เบลลามี่

ฝั่ง แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ลูกทีมของกุนซือ มาร์ค ฮิวจ์ส ฟอร์มไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่เลยแม้แต่น้อย แม้จะออกสตาร์ท 3 นัดแรกแพ้ไปถึง 2 นัด แต่หลังจากนั้นเร่งเครื่องถีบตัวเองขึ้นมาไม่พ่ายแพ้ 4 นัดติดต่อกัน รวมแล้วชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 2 นัด รั้งอันดับ 9โดยมีหัวหอกสุดอันตรายคือ เบนนี่ แม็คคาร์ธี่ย์ ที่ซัดไปแล้ว 3 ประตู และ ชาบานี่ นงด้า

อย่างไรก็ตามเกมนี้ แบล็คเบิร์น มีปัญหาที่ด่านสุดท้ายเมื่อต้องลุ้นว่า แบร็ด ฟรีเดล นายทวารจอมเก๋าชาวมะกัน จะฟิตกลับมาเฝ้าเสาพบกับทีมเก่าทันหรือไม่ หลังได้รับบาดเจ็บโคนขาหนีบในเกมลีกนัดล่าสุดที่ชนะ วีแกน แอธเลติก เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หากไม่พร้อม เจสัน บราวน์ จะต้องรับหน้าที่แทน

ที่ผ่านมาการเจอกันของทั้งสองทีมเป็นทางด้าน ลิเวอร์พูล ที่มีสถิติสวยหรูมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อปีที่แล้วเอาชนะได้ทั้งเหย้า-เยือนด้วยสกอร์เดียวกัน 1-0 นัดสุดท้ายในลีกที่พ่ายแพ้ต้องย้อนไปในฤดูกาล 1996-97 เมื่อครั้งนั้นเป็น แบล็คเบิร์น ที่เปิดรัง อีวู้ด ปาร์ค เอาชนะไปขาดลอย 3-0


ในเวลา 23.15น. ยังมีเกมอีกหนึ่งคู่ เรดดิ้ง น้องใหม่ฟอร์มแรงในฤดูกาลนี้จะเปิดรัง มาเดจ์สกี้ สเตเดี้ยม ต้อนรับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี แชมป์เก่า

ลูกทีมของ สตีฟ ค็อปเปลล์ โชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งตลอด 7 นัดที่ผ่านมามี 13 คะแนนพุ่งขึ้นมารั้งอันดับ 7 ซึ่งถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดในบรรดาทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาด้วยกันสมศักดิ์ศรีแชมป์ เดอะแชมเปี้ยนชิป โดยเฉพาะเล่นในรังยังไม่แพ้ทีมใดขนาด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังต้องบุกมาไล่ตีเสมอแบบหืดจับมาแล้ว

นัดนี้ ค็อปเปล ไม่มีปัญหาในการจัดทัพนักเตะตัวเก่งยังอยู่กันครบครันทั้ง เควิน ดอยล์ ดาวยิงที่ซัดไปแล้ว 3 ประตู รวมถึง โซล คี เฮือน กองหน้าทีมชาติเกาหลีใต้ ที่ผันตัวเองมาเล่นเป็นปีกขวาซึ่งก็ทำผลงานยอดเยี่ยมซัดไปได้แล้ว 2 ประตู รวมถึงห้องเครื่องอย่าง สตีฟ ซิดเวลล์ และ บ็อบบี้ คอนเวย์

ส่วน เชลซี ของกุนซือ โฮเซ่ มูรินโญ่ ออกสตาร์ทสู้เมื่อฤดูกาลที่แล้วไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นก็ตามยังนำเป็นจ่าฝูงร่วมกับ แมนฯยู อยู่ในเวลานี้มี 16 คะแนนเท่ากันจาก 7 นัด โดยนัดล่าสุดฟอร์มสะดุดเล็กน้อยเมื่อพลาดท่าเสมอกับ แอสตัน วิลล่า ในรัง สแตมฟอร์ดบริดจ์ ของตนเอง 1-1

เกมนี้ เชลซี จะไม่มี มิชาเอล บัลลัค กองกลางกัปตันทีมชาติเยอรมนี ที่ต้องชดเชยโทษแบนเป็นนัดสุดท้าย รวมถึง โจ โคล มิดฟิลด์ร่างจิ๋วที่ยังไม่ฟิตเต็มร้อยหลังเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บหัวเข่า แต่แนวรุกคนอื่นๆ ยังอยู่กันครบครันทั้ง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา หอกฟอร์มร้อนแรงที่ซัดไปแล้ว 5 ประตู รวมถึง อังเดร เชฟเชนโก้ และ อาร์เยน ร็อบเบน

ทั้งสองทีมไม่เคยพบกันใน พรีเมียร์ชิป มาก่อน นัดล่าสุดที่เจอกันคือในศึก ลีก คัพ เมื่อฤดูกาล 2003-04 ซึ่ง เชลซี เฉือนชนะไป 1-0 แต่หากเป็นเกมลีก เรดดิ้ง ก็เคยเอาชนะได้แต่ต้องย้อนไปในฤดูกาล 1929-30 เป็นในศึก ดิวิชั่น 2 เดิม โดยกำชัยไปด้วยสกอร์ 3-1