สิงโตจ๋อยมาซิโดเนียบุกแบ่งแต้ม

Home / ข่าวฟุตบอล / สิงโตจ๋อยมาซิโดเนียบุกแบ่งแต้ม

อังกฤษหน้าแหกหมอไม่รับเย็บหลังเจอทีเด็ดมาซิโดเนียที่มาดีเล่นแบบไม่กลัวสุดท้ายเสมอกัน 0-0 แบ่งกันไปคนละแต้มทำให้สถิติชนะรวดของสตีฟ แม็คคลาเรนหยุดอยู่ที่เพียงแค่สองนัดเท่านั้น

อังกฤษ 0-0 มาซิโดเนีย

สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด

ประตู : –

ผู้ชม : 72,062 คน

11 ผู้เล่นชุดแรกเกมนี้ อังกฤษ ไม่มีริโอ เฟอร์ดินันด์ กองหลังเชิงสูงที่ได้รับบาดเจ็บก่อนเกมทำให้เล็ดลี่ย์ คิง ได้ลงสนามแทน ขณะที่ในแดนหน้าแฟนทีม “สิงโตคำราม” ได้ส่งเสียงร้องต้อนรับการกลับมาของเวย์น รูนี่ย์ ที่พ้นโทษแบนยาวจากช่วงบอลโลกกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง โดยจับคู่กับปีเตอร์ เคราช์ ที่ฟอร์มร้อนแรงในทีมชาติช่วงก่อนหน้านี้

ก่อนเกมบรรยากาศในเกมนี้คึกคักสุดๆเมื่อมีแฟนบอลเข้าชมเกือบเต็มความจุสนามกว่า 72,062 คน ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทำลายสถิติจำนวนผู้ชมสูงที่สุดเดิมของสนามเวมบลีย์ เดิมลงอย่างได้ราบคาบ

จากนั้นเกมในสนามก็เริ่มต้นอย่างสนุกตื่นเต้นพอสมควร เมื่อขุนพลสิงโตคำรามเปิดฉากรุกทันทีใส่ทีมเยือน ที่แทบจะเป็นชุดเดิมจากการพบกันเมื่อเดือนที่แล้ว โดยพยายามเน้นการขึ้นเกมทางริมเส้นจากดาวนิ่ง และเจอร์ราร์ด เป็นหลัก
 
มาซิโดเนีย ยังต้านได้ดีในช่วง 10 นาทีแรก แถมยังมีโอกาสสร้างความหวาดเสียวให้แนวรับอังกฤษ ได้เหมือนกัน จากจังหวะที่โกรัน ปานเดฟ กองหน้าตัวเก่งได้เลื้อยในเขตโทษแต่จังหวะสุดท้ายถูกบีบมุมแคบทำให้ยิงเข้าข้างหน้าต่างไป

ช่วง 15 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรกเกมกลายเป็นของมาซิโดเนีย ที่มีโอกาสครองบอลปั้นเกมได้ดีกว่า แต่อังกฤษ ก็มีโอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดมาก่อนหมดครึ่งแรก 4 นาที เมื่อดาวนิ่ง วางบอลเข้ามาให้แลมพาร์ด เกี่ยวบอลหลบกองหลังก่อนหลุดเข้าไปจิ้มบอลแต่ไม่ผ่านมือของนิโคลสกี้ ก่อนที่เกมจะจบลงด้วยการเสมอแบบโนสกอร์ใน 45 นาทีแรก

กลับมาเล่นกันใหม่ในครึ่งหลังอังกฤษ ก็เกือบได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วเหมือนกัน เมื่อดาวนิ่ง ได้เปิดฟรีคิกเข้ามาถึงแลมพาร์ด ที่ได้เทคตัวขึ้นขวิกคนเดียวโล่งๆ ลูกกระดอนลงพื้นแล้วแต่นิโคลอฟสกี้ พุ่งปัดได้อย่างเหลือเชื่อ

จากนั้นมาซิโดเนีย ก็ตอบโต้มาได้น่ากลัวถึง 2 ครั้งจากลูกโหม่งของมิเตรสกี้ ตามด้วยจังหวะสวนกลับเร็วที่สตอยคอฟ ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปแต่มุมแคบ ทำให้ยิงไปติดพอล โรบินสัน

เมื่อรูปเกมเริ่มเปิดมากขึ้นก็เริ่มเข้าทางอังกฤษ และมีโอกาสที่น่าจะได้ประตูอีกครั้งเมื่อดาวนิ่ง ได้เปิดบอลจากซ้ายเข้าไปให้เคราช์ พุ่งโหม่งไปโดนนิโคลอฟสกี้ ปัดมาเข้าทางแกรี่ เนวิลล์ ได้ซ้ำจ่อๆแต่กลับยิงเบิร์ดข้ามคานออกไปแบบเหลือเชื่อ

ทีมสิงโตคำราม เริ่มกดดันหนักขึ้นเรื่อยๆโดยใช้การวางบอลจากแนวลึกเข้ามา ซึ่งทำให้มีโอกาสดีๆอีก 2 ครั้งจากเคราช์ ที่ได้โหม่งหลุดกรอบ กับรูนี่ย์ ที่ได้เกี่ยวบอลเข้าไปดวลตัวๆกับนิโคลอฟสกี้ แต่ก็ยังยิงไม่ผ่านอีกอยู่ดี

มาซิโดเนีย ได้โต้กลับมาสวยๆอีกเหมือนกันจากโนเวสกี้ ที่ได้ยิงไปแฉลบก่อนลูกกระดอนมาถึงหน้าประตูแต่โคล ยังลงมาเคลียร์จากเส้นได้ทันเวลาพอดี

อังกฤษน่าจะยิงประตูชัยได้เมื่อไรท์-ฟิลลิปส์ เลื้อยหลบผู้เล่นมาซิโดเนีย ก่อนจิ้มต่อให้เจอร์ราร์ด ตั้งป้อมยิงเต็มๆด้วยขวาแต่ลูกไปชนคานดังสนั่น ทั้งที่นิโคลอฟสกี้ ได้แค่หันไปมองแล้ว

นักเตะสิงโตพยายามไล่บดหวังทำประตูนำที่ต้องการให้ได้ และมีโอกาส 2 ครั้งสุดท้ายจากเคราช์ ที่ได้วอลเลย์ในกรอบ 6 หลา ก่อนจะได้โหม่งในช่วงทดเวลาบาดเจ็บอีกหนแต่ก็ออกไป สุดท้ายก็เลยต้องยอมแบ่งแต้มกับมาซิโดเนีย ที่สู้ได้น่าประทับใจไปด้วยสกอร์ 0-0

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

อังกฤษ : พอล โรบินสัน 6,แกรี่ เนวิลล์ 7,จอห์น เทอร์รี่ 7,เล็ดลี่ย์ คิง 7,แอชลี่ย์ โคล 7,สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด 7,แฟรงค์ แลมพาร์ด 6,ไมเคิล คาร์ริค 6,สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง 6(ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ น.70,7) ,เวย์น รูนี่ย์ 6(เจอร์เมน เดโฟ น.75,6) ,ปีเตอร์ เคราช์ 6

ใบเหลือง : เจอร์ราร์ด น.49

มาซิโดเนีย : ยาเน่ นิโคลอฟสกี้ 8,นิโคลเซ่ โนเวสกี้ 6,โรเบิร์ต เปตรอฟ 7,โกเซ่ เซ็ดลอสกี้ 7,วลาเด้ ลาซาเรฟสกี้ 6,อิกอร์ มิเตรสกี้ 7,อเล็กซานเดอร์ มิเตรสกี้ 7,เวลิเซ่ ซูมูลิคอสกี้ 6,โกรัน มาซนอฟ 6,อิลโก้ เนามอสกี้ 6(สตอยคอฟ น.45,6) ,โกรัน ปานเดฟ 7(ดาโก้ ทาเซฟสกี้ น.83)

ใบเหลือง : เปตรอฟ น.47

ผู้ตัดสิน : มาร์คุส แมร์ก (เยอรมัน)