บุนเดสลีก้า พรีเมียร์ลีก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รองแชมป์ ลาลีก้า

5 สุดยอดการเป็น “รองแชมป์” ที่เป็นประวัติศาสตร์มาจนถึงทุกวันนี้

Home / ข่าวฟุตบอล / 5 สุดยอดการเป็น “รองแชมป์” ที่เป็นประวัติศาสตร์มาจนถึงทุกวันนี้

เป็นเรื่องน่าเศร้าของ ลิเวอร์พูล ที่ยังไม่ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ซะทีโดยเฉพาะในฤดูกาลนี้ที่พวกเขาโชว์ฟอร์มเปรี้ยงตั้งแต่ต้นฤดูกาล แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังคงเป็น “ผู้แพ้ที่น่าจดจำ” อยู่ดีเพราะแต้ม 97 คะแนนที่พวกเขาทำได้ ทำให้ทีมหงส์แดงกลายเป็นทีมรองแชมป์ที่ทำคะแนนสูงสุดในประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดอังกฤษ ถ้าเป็นฤดูกาลอื่นพวกเขาก็คงซิวถ้วยแชมป์ไปนานแล้ว แม้อย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้เดียวดายเพราะมีหลายเหตุการณ์ทีเดียวที่ “รองแชมป์” ก็น่าจำไม่แพ้ทีมแชมป์

นิวคาสเซิล 1995/96

สุดยอดการแหกโค้งของวงการฟุตบอลอังกฤษ พวกเขาเป็นจ่าฝูงนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ห่างถึง 12 คะแนนใน พรีเมียร์ลีก ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แต่ลูกทีมของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ไม่ถอดใจทำแต้มจี้ตามหลังอย่างไม่ลดละ บวกกับสงครามจิตวิทยาของบรมกุนซือชาวสก็อตแลนด์ทำให้ เควิน คีแกน กุนซือสาลิกาดงประสาทเสีย สุดท้ายทัพสาลิกาดงฟอร์มหลุดในช่วงโค้งสุดท้ายพลาดแชมป์ปล่อยให้ทีมปีศาจแดงเข้าวินด้วยแต้มห่างสี่คะแนน เป็นมหากาพย์แห่งการวืดแชมป์มาจนถึงทุกวันนี้

 

 

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 2001/02

ตำนานรองแชมป์แห่ง เยอรมัน พวกเขาวืดแชมป์สามถ้วยภายใน 11 วัน เริ่มตั้งแต่การพลาดแชมป์ บุนเดสลีกา ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลให้กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนต์ แพ้ ชาลเก้ ในศึก เยอรมันคัพ และแพ้ เรอัล มาดริด ในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ทัพห้างขายยาชุดนั้นประกอบไปด้วยนักเตะชั้นยอด พวกเขามี ลูซิโอ กองหลังชาวบราซิลคุมแนวรับ มิชาเอล บัลลัค เป็นพลังขับเคลื่อนแดนกลาง และ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ กองหน้าลีลาคลาสสิคยืนแนวรุก

 

 

เชลซี 2007/08

หลังจาก โรมัน อับราฮิโมวิช ปลด โฆเซ่ มูรินโญ่ เมื่อกันยายนปี 2007 เขาให้ อัฟราม แกรนท์ กุนซือชาวอิสราเอลเข้ามาคุมทีมแทน แม้ว่า แกรนท์ จะพาทีมมีลุ้นถึงสามถ้วย แต่ลงท้ายพวกเขาก็วืดหมดทุกแชมป์ ทัพสิงห์บลูพ่ายให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ใน ลีกคัพ เสียแชมป์ พรีเมียร์ลีก ให้กับ แมนฯ ยูฯ และสุดท้ายคือการยกแชมป์ให้ทีมปีศาจแดงอีกครั้งในถ้วย ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก จากการดวลจุดโทษตัดสิน เมื่อ จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีมยิงพลาดในลูกนำชัย ทำให้ทีมปีศาจแดงฟิ้นจากหลุมอีกครั้ง และกลับมาคว้าแชมป์ได้ในที่สุด

 

 

เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า 1993/94

เลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ ลาลีกา ได้แค่สองปี แต่พวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และในปี 1994 พวกเขาเข้าใกล้แชมป์ลีกสุดๆ เพราะเหลือเกมในบ้านแค่เกมเดียวกับ บาเลนเซีย ถ้าชนะนัดนี้จะซิวถ้วยแชมป์ทันที เกมนัดนี้ทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมอ แต่โอ้อนิจาดราม่ามาบังเกิดเมื่อเจ้าบ้านมาได้จุดโทษในนาทีที่ 89 แต่คนรับอาสา มิโรสลาฟ ยูคิช ดันยิงไม่เข้า ซีซั่นนั้น บาร์เซโลน่า เลยคว้าแชมป์ไปครองด้วยกฎเฮ้ดทูเฮ้ดที่ดีกว่าเพราะคะแนนเท่ากับ เดปอร์ฯ

 

บอร์กโดซ์ 1995/96

แฟนบอลยุคเก่าน่าจะจำได้กับฟุตบอลรายการ อินเตอร์ โตโต้คัพ ทัวร์นาเมนต์ที่ถูกยุบไปแล้ว บอร์กโดซ์ ต้องแข่งถึงแปดนัดเพื่อจะผ่านเข้าไปเล่น ยูฟ่าคัพ รอบแรก และต้องแข่งอีกถึงสิบนัดกว่าจะไปถึงรอบชิงชนะเลิศซึ่งเล่นกันในระบบเหย้าเยือน แต่คู่แข่งพวกเขา บาเยิร์น มิวนิค แข็งแกร่งเกินไป ทีมดังจากแดนน้ำหอมภายใต้การนำทัพของ ซีเนดีน ซีดาน จึงพ่ายแพ้ทั้งในเกมเหย้า และเกมเยือน เป็นการวืดแชมป์ที่น่าเสียดายอย่างยิ่งถ้าเทียบกับการต่อสู้ที่ยาวนาน พร้อมความพยายามของพวกเขา