พรีเมียร์ลีก เจมี วาร์ดี้ เบรนเดน ร็อดเจอร์ส เลสเตอร์ ซิตี้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์

ไม่มีก็ไม่ตาย! เหตุผลที่ เลสเตอร์ ยังผงาดขึ้นท็อปโฟร์ พรีเมียร์ลีก แม้ไร้ แม็กไกวร์

Home / ข่าวฟุตบอล / ไม่มีก็ไม่ตาย! เหตุผลที่ เลสเตอร์ ยังผงาดขึ้นท็อปโฟร์ พรีเมียร์ลีก แม้ไร้ แม็กไกวร์

ภายใต้การคุมทีมของ เบรนเดน ร็อดเจอร์ส ทีมจิ้งจอกสยามขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับสามของตารางคะแนนหลังจากถล่ม นิวคาสเซิล 5-0 มีแต้มตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูงแค่สองคะแนน อนาคตช่างสดใสกับการลุ้นติดท็อปโฟร์ไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก แบบยาวๆ

การต้องเสียปราการหลังทีมชาติอังกฤษ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้เกิดรูโหว่ขนาดใหญ่ในแนวรับของ เลสเตอร์ แต่มาถึงตอนนี้การขาดกองหลังค่าตัวสถิติโลก 80 ล้านปอนด์ดูจะไม่ได้ส่งผลร้ายแรงกับทีมสุนัขจิ้งจอกแต่อย่างใดเพราะตอนนี้พวกเขามี คักลาร์ โซยุนคู แนวรับชาวตุรกีมาเติมเต็มตรงนี้

โซยุนคู วัย 23 ปีย้ายมาจากสโมสร ไฟร์บวร์ก ใน บุนเดสลีกา ด้วยค่าตัว 19 ล้านปอนด์ การจับคู่ของเขากับ จอนนี่ อีแวนส์ อดีตแนวรับทีมปีศาจแดงเป็นไปอย่างลงตัวยอดเยี่ยม พวกเขาผสานพลังเล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง เจ็ดนัดแรกใน พรีเมียร์ลีก พวกเขาช่วยให้ทีมเสียไปแค่ห้าประตู น้อยที่สุดในลีกเท่ากับทีมจ่าฝูง ลิเวอร์พูล นอกจากนี้ เลสเตอร์ ยังแพ้ไปแค่เกมเดียวจากการลงสนามสิบนัดหลังสุดในทุกรายการ

ส่วนในแนวรุกพวกเขามี เจมี่ วาร์ดี้ ที่กลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้ง กองหน้าชาวอังกฤษยิงไปถึง 14 ประตูจาก 17 นัดในลีกและนับตั้งแต่ ร็อดเจอร์ส เข้ามาคุมทีมในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เลสเตอร์ เก็บคะแนนในลีกไปแล้ว 31 คะแนนเป็นรองแค่เพียงสองทีมคือ ลิเวอร์พูล ที่ทำได้ 49 คะแนนและ แมนฯ ซิตี้ ที่ทำได้ 43 คะแนน