2020 คลิป บราซิล บาร์เซโลน่า ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ลิเวอร์พูล เปแอชเช เยอรมัน

แมตช์แห่งทศวรรษ! 3เกมสุดช็อกที่จะอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลไปอีกนาน(คลิป)

Home / ข่าวฟุตบอล / แมตช์แห่งทศวรรษ! 3เกมสุดช็อกที่จะอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลไปอีกนาน(คลิป)

ทศวรรษเก่ากำลังจะผ่านไปพร้อมความทรงจำมากมายในวงการฟุตบอลในรอบสิบปีที่ผ่านมา มีเกมดีๆ ให้แฟนบอลได้ชมกันแต่คงจะไม่มีเกมไหนจะสร้างความอึ้งทึ่งให้แฟนบอลได้มากกว่าสามเกมนี้แล้ว

ปาฏิหาริย์ที่แอนฟิลด์

ลิเวอร์พูล 4-0 บาร์เซโลน่า (ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2018/19)

หลังจากบุกไปโดนถล่ม 3-0 ที่ ฅัมป์นู ความหวังในการทะลุผ่านเข้าสู่รอบชิงของทีมหงส์แดงดูเลือนรางเต็มที ที่สำคัญคือพวกเขาไม่มีแนวรุกคนสำคัญทั้ง โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในเกมเลกสองที่แอนฟิลด์ แต่ขุนพลหงส์แดงก็ไม่ท้อถอย พวกเขาลงเล่นด้วยความมั่นใจและค่อยๆ ไล่ถลุงบาร์ซ่าจนสุดท้ายมาได้ประตูตอกฝาโลง 4-0 จาก ดิว็อก โอริกี ในนาทีที่ 79 พลิกกลับมาเข้ารอบได้อย่างโคตรเหลือเชื่อ หลังจากนั้นพวกเขาก็จัดการเก็บเพื่อนร่วมลีกอย่าง สเปอร์ส 2-0 ในนัดชิงซิวถ้วยใบใหญ่ที่สุดของยุโรปไปครอง

สุดยอดการคัมแบ็คแห่งยุค

บาร์เซโลน่า 6-1 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง(ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2016/17)

การคัมแบ็คของ ลิเวอร์พูล ว่าเหนือชั้นแล้วแต่คงสู้เกมนี้ไม่ได้ เกมในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก บาร์ซ่าเจ้าเก่าโดน เปแอชเช เปิดบ้านอัดยับมา 4-0 ทว่าพอกลับมาเล่นเลกสองที่ คัมป์นู สถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อเจ้าถิ่นถล่มสามประตูภายใน 50 นาทีของเกม โมเมนตั้มจึงเหวี่ยงมาเข้าทางบาร์ซ่าเต็มๆ แต่เหตุการณ์ก็มาพลิกผันอีกเมื่อ เปแอชเช มาได้ประตูอเวย์โกลจาก เอดินสัน คาวานี่ ในนาทีที่ 62 ประตูนี้แทบจะผลัก บาร์ซ่า ตกรอบสนิทเพราะพวกเขาต้องยิงอีกถึงสามประตูถึงจะรอดจากความปราชัย

หลังจากนั้น เปแอชเช ตั้งหน้าตั้งตายันเจ้าบ้านเอาไว้ได้จนทำนบมาแตกช่วงท้ายเกม ในนาทีที่ 88 เมื่อโดนฟรีคิกสุดคมของ เนย์มาร์ ตีตื้นขึ้นมา 4-1 ต่อเนื่องประตูที่ห้าจากจุดโทษในนาทีที่ 90 และปิดฉากด้วยประตูชัยของ เซร์กี้ โรแบร์โต้ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จบเกม บาร์เซโลน่า ถล่ม เปแอชเช 6-1 เข้ารอบด้วยประตูรวม 6-5 แบบที่แฟนบอลไม่อยากจะเชื่อ

เรื่องช็อกฟุตบอลโลก

บราซิล 1-7 เยอรมัน (ฟุตบอลโลก 2014)

ก่อนทัวร์นาเมนต์ แชมป์โลกห้าสมัยอย่าง บราซิล ตั้งความหวังจะคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก ในบ้านตัวเองไว้สูงมาก และพวกเขาก็ทำได้ดีเมื่อกรุยทางมาถึงรอบตัดเชือกที่มี เยอรมัน อีกหนึ่งชาติมหาอำนาจขวางทางอยู่

เกมนี้ทัพแซมบ้าภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ กุนซือผู้พา บราซิล เป็นแชมป์โลกในปี 2002 ไม่มีนักเตะคนสำคัญอย่าง เนย์มาร์ ที่ได้รับบาดเจ็บไปก่อนเกมนี้รวมไปถึงกองหลังคนสำคัญ ธิอาโก้ ซิลวา ที่ติดโทษแบน แม้จะขาดนักเตะตัวหลักแต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าสุดยอดทีมแห่งอเมริกาใต้จะโดนขุนพลอินทรีเหล็กระดมยิงไม่ยั้งเท้าห้าประตูในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงแรกของเกม สกอร์ขาดลอยอย่างรวดเร็ว ก่อนเกมจะจบลงด้วยชัยชนะถล่มทลายของ เยอรมัน 7-1 ประวัติศาสตร์ต้องจารึกว่าเป็นความปราชัยที่ย่อยยับที่สุดใน ฟุตบอลโลก ของมหาอำนาจลูกหนังอย่าง บราซิล