ผลบอลเอฟเอ : เซลซีแกร่งอัด4-1 หม้อสุดแสบตีเจ๊า1-1

Home / ข่าวฟุตบอล / ผลบอลเอฟเอ : เซลซีแกร่งอัด4-1 หม้อสุดแสบตีเจ๊า1-1

ผลบอลเอฟเอ คัพ รอบที่ 5

เซลซี (พรีเมียร์ลีก) 4-1 คาร์ดิฟฟ์ (แชมเปี้ยนชิพ)

เชลซีสภาพความพร้อมไม่ค่อยดี หลัง ต้องเสีย จอห์น เทอร์รี่ ที่บินกลับไป ขอคืนดีภรรยา จึงใช้งาน อเล็กซ์ แทน ส่วน กองหน้าใส่ สเตอร์ริดจ์ คู่หน้ากับ ดร็อกบา ด้าน ทีมเยือน คาร์ดิฟฟ์ ที่ฟอร์มไม่ค่อยดี ใช้ แอนโธนี่ เจอร์ราร์ด ปราการหลังทีมชาติอังกฤษ ที่ติดธง U21 ให้ ไมเคิ่ล โชปรา ลงล่าตาข่าย

เริ่มเกมครึ่งแรกแค่ 2 นาที เป็นจังหวะที่บอลเริ่มเขี่ยขึ้น และมิเกล วางบอลยาวเข้าไปในฝั่งของ คาร์ดิฟฟ์ เป็น ดร็อกบา วิ่ง หลุดกับดักล้ำหนังของกองหลังคาร์ดิฟฟ์? หลุดเข้าไปยิงผ่านหน้า? เดวิด มาร์แชลล์ ผู้รักษาประตูทีมเยือน ให้ เชลซีขึ้นนำ 1-0

10 นาทีแรกผ่านไป ทีมเยือนมีลุ้นได้เสียว 2 จังหวะซ้อน ลูกแรก เป็นการขึ้นเทกตัวโม่ง ของ แอนโธนี่ เจอร์ราร์ด? มีโอกาสโหม่งเน้นๆ แต่ อิลาริโอ บินปัดได้ หวุดหวิด คาร์ดิฟฟ์ยังได้ลุ้นต่อจากลูกเตะมุมฝั่งขวา โยนเข้ามาแล้ว ได้โหม่งเน้นบอลจะมุดเข้าประตูแล้ว แต่ ดันไปติดหัวของ โชปรา ทีมเดียวกัน บอลหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย? เกมเป็นทางฝ่ายคาร์ดิฟฟ์ กลับมามีลุ้นดีเสมอได้

ในนาทีที่ 34 เป็น เจย์ โบธรอยด์ เปิดบอลโยนด้วยซ้าย เกือบถึงมุมธงเข้ามา อเล็กซ์ ประกบไม่ดี โชปรา กระโดนขึ้นโหม่ง อย่างง่ายๆเสียบเข้าไปหมดสิทธิ์ อิลาริโอ จะเซพไว้ได้ ทีมเยือนตีเสมอ 1-1

หลังจากนั้น คาร์ดิฟฟ์ เป็นเกมได้ใจ บุกเข้าใส่เชลซีหลายจังหวะ แต่ยังไม่สามารถเรียกประตูที่ 2 จากเชลซีได้ จากนั้น เป็นทางฝั่งเชลซีเริ่มตั้งเกมได้ โหมบุกหนักหวังจะทวงประตูขึ้นนำ จบ 45 นาทีแรก เซลซี 1-1 คาร์ดิฟฟ์

เปิดฉากเกมครึ่งหลัง ทางฝั่งเชลซี เหมือนจะเอาจริง เปลี่ยนคาลู ลงมาและเอา โจ โคล ที่แทบไม่ได้สัมผัสบอลในครึ่งแรก ไปพักข้าง

ในนาที่ 50 จากจังหวะพลาดเสียประตูเหมือนต้นเกมของทีมเยือน? และเป็น ดร็อกบา เปิดบอลหักข้อจากตรงกลาง บอลโยนยาวไปด้านขวา มีบัลลัค ประครองอยู่ วิ่งเข้าไปสะกิด ดีดบอลหนีมือ มาร์เชลล์ เข้าไปเชลซีนำเป็น 2-1 เกมสู้กันเป็นเชลซีครองเกมได้เหนือกว่า

เกมกำลังเข้าสู่ช่วงแรก ในนาทีที่ 59 เชลซีเกือบได้ 3-1 จากจังหวะที่ดร็อกบา จ่ายบอลทะลุช่อง ให้ สเตอร์ริดจ์ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษดวลเดี่ยวๆกับผู้รักษาประตู แต่แต่งจังหวะบอลมากเกินหมดโอกาสยิง กองหลังทีมเยือนเข้ามารุมกัน 4 คน ยังเป็นเกมของเชลซีต่อไป

หลังจากออกนำ 2-1 แล้ว เชลซียังไม่พอใจ ยิงลูกที่ 3 ในนาทีที่ 69 เป็นจังหวะของคาลู จ่ายบอลทะลุมาให้ ดร็อกบา พยายามเลี้ยงหลบ 3 กองหลังของ คาร์ดิฟฟ์ก่อนจิ้มบอลกระดอนกลิ้งมาหน้าประตู สเตอร์ริดจ์? ยืนอยู่ตรงนั้น แปโล่งๆ ลอดขามาร์แชลล์ เข้าไป เป็น 3-1

ยังไม่พอแค่นั้นสำหรับ ทีมจากพรีเมียร์ลีก เมื่อเข้าสู่ในนาทีที่ 87 เมื่อ ซาโลม็อง คาลู ซัดประปิดกล่อง ให้ เซลซี หนีห่างไปไกลเป็น 4-1 จบเกม 90 นาที เซลซี ถล่ม คาร์ดิฟฟ์ สบาย 4-1 ทะลุเข้าสู่รอบต่อไปศึกเอฟเอ คัพ 2009/10

ผู้เล่นตัวจริงทั้งสองทีม

เชลซี : อิลาริโอ , เปาโล แฟร์เรยร่า, อเล็กซ์, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, ยูริ เซอร์คอฟ, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, จอห์น โอบี มิเคล, มิชาเอล บัลลัค, โจ โคล ,ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา, แดเนียล สเตอร์ริดจ์

คาร์ดิฟฟ์ : เดวิด มาร์แชลล์ ,เควิน แม็คนาฟตัน, กาบอร์ กีเปส, แอนโธนี่ เจอร์ราร์ด, มาร์ค เคนเนดี้ ,คริส บูร์ก, อารอน วิลดิก, ยาวิน เรีย, ปีเตอร์ วิตติ้งแฮม,ไมเคิ่ล โชปรา, เจย์ โบธรอยด์

ผลบอลเอฟเอ คัพ รอบ 5


แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก) 1-1 สโต็ค ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)

ศึกเอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 16 ทีมสุดท้าย ประจำวัน ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปะทะ “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ซิตี้ เกมนี้เจ้าถิ่นไม่ส่งชื่อ คาร์ลอส เตเวซ แดนหน้าให้ เอมมานูเอล อเดบายอร์ เป็นกองหน้าตัวเป้า ด้านทีมเยือน ชุ้ดใหญ่ลงสนาม นำทัพโดย ตุนกาย ซานลี่, มามาดี้ ซิดิเบ้ และ ริคาร์โด้ ฟูลเลอร์

เริ่มเกมถึงนาทีที่ 7 ก็มีโอกาสลุ้นประตูครั้งแรก จากจังหวะกระชากขึ้นมาทางฝั่งซ้ายของ เวย์น บริดจ์ เลี้ยงผ่านกองหลัง สโต๊ค จนถึงสุดเส้นหลัง ก่อนที่จะเปิดเข้ามากะให้ อเดบายอร์ ที่รออยู่กลางประตู แต่เป็น โธมัส โซเรนเซ่น ที่ออกมาคว้าบอลไว้ได้ก่อน

และในนาทีที่ 11 กองเชียร์เรือใบสีฟ้าก็ได้เฮลั่นสนามอย่างรวดเร็ว เมื่อทีมรักพังประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ ตักบอลข้ามหัวกองหลังทีมเยือนให้กับ ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ หนีกับดักล้ำหน้าเข้าไปกระดกบอลข้ามตัว โธมัส โซเรนเซ่น ก่อนที่จะตามเข้าไปซ้ำเข้าไป โดยมี ไรอัน ชอว์ครอสส์ ที่พยายามเข้ามาสกัดแต่ไปทัน

นาทีที่ 29 ทีมเยือน ยังสามารถเดินเกมตามสไตล์ของตัวเองได้บ้าน และ ก็เกือบได้ประตูตีเสมอเมื่อลูกโยนจากทางกราบซ้ายของ ตุนกาย ซานลี่ เลยไปถึงเสาสอง เลียม ลอว์เรนช์ ง้างเท้าวอลเล่ย์สวนทันที แต่ไปติดบล็อกกองหลัง แมนฯ ซิตี้ ออกไปอย่างน่าเสียดาย

เข้าสู่ช่วงนาทีที่ 39 ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ ยังป่วนแนวรับของทีมเยือนได้เรื่อยๆ สามารถเรียกฟรีคิกให้ทีมได้หลังจาก แอนดี้ วิลกินสัน ไปตัดฟาวล์แล้วรับใบเหลืองไป มาร์ติน เปตรอฟ รับหน้าที่ยิงฟรีคิกจากริมกรอบเขตโทษด้านซ้าย บอลเลยผ่านเสาสองออกไป จบ 45 นาทีของครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ออกนำ สโต๊ค ซิตี้ 1-0

เริ่มเกมครึ่งหลังเจ้าถิ่นนาทีที่ 50 จังหวะหวาดเสียวยังเป็นฝั่งเจ้าถิ่นได้ได้ลุ้นก่อน แกเร็ธ แบร์รี่ เก็บตกได้ตรงหน้าเขตโทษ ก่อนที่จะหาเหลี่ยมเข้าซ้ายแล้วยิงทันทีด้วยข้างถนัด บอลไปเข้าข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย

และแล้วนาทีที่ 57 หลังจากที่ทีมเมืองแมนเชสเตอร์ ต้องมาเสียประตูให้กับ สโต๊ค จากลูกทีเด็ดทุ่มไกลของ รอรี่ ดีแล็ป ทุ่มเข้าเขตโทษ เป็นทาง ริคาร์โด้ ฟูลเลอร์ ที่โฉบมาจากด้านหลัง ชิงโหม่งได้ก่อนผู้เล่น แมนฯ ซิตี้ บอลตกพื้นเข้าไปซุกก้นตาข่ายชนิดที่ เชย์ กิฟเว่น ได้แค่มอง สโต๊ค ตีเสมอเป็น 1-1

ในนาทีที่ 74 เจ้าถิ่นยังหาโอกาสเข้าทำได้อย่างต่อเนื่อง บอลยาวของ เวย์น บริดจ์ เปิดให้กับ อเดบายอร์ ได้พักบอลลงในเขตโทษแล้วกลังตัวยิงด้วยซ้ายทันที แต่ก็ยังไม่ดีพอบอลข้ามคาน

เจ้าถิ่นเกือบได้ประตูชัย นาทีที่ 80 ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาอย่างแม่นยำเข้ามากลางประตูให้กับ แกเร็ธ แบร์รี่ ที่โฉบเข้ามาถึงบอลก่อนใครได้โขกเต็มกบาล แต่โดน โธมัส โซเรนเซ่น โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกหลังไปได้

ช่วงเวลาที่เหลือยังเป็นการเดินเกมรุกของ แมนฯ ซิตี้ แต่จังหวะสุดท้ายไม่คมพอ จบ 90 นาที “เรือใบสีฟ้า” เสมอกับ สโต๊ค ซิตี้ ไป 1-1 ต้องไปเตะรีแมตช์ กันอีกครั้งที่สนาม บริททานเนีย

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เชย์ กิฟเว่น, ปาโบล ซาบาเลต้า, โคโล่ ตูเร่, โจลีออน เลสค็อตต์, เวย์น บริดจ์, ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์, แกเร็ธ แบร์รี่, ไนเจล เดอ ย็อง, มาร์ติน เปตรอฟ, สตีเฟ่น ไอร์แลนด์, เอมมานูเอล อเดบายอร์

สโต๊ค ซิติ้ : โธมัส โซเรนเซ่น, แอนดี้ วิลกินสัน, โรเบิร์ต ฮูธ, ไรอัน ชอว์ครอสส์, แดนนี่ ฮิกกิ้นบอตแฮ่ม, แม็ทธิว เอเธอริงตัน, ซาลิฟ ดิเยา, เกล็น วีแลน, ตุนกาย ซานลี่, มามาดี้ ซิดิเบ้, ริคาร์โด้ ฟูลเลอร์

ผลบอลเอฟเอ คัพ รอบ5


ดาร์บี้ (แชมเปี้ยนชิพ) 1-2 เบอร์มิงแฮม ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)


เซาแธมป์ตัน (ลีก วัน) 1-4 พอร์ทสมัธ (พรีเมียร์ลีก)

เร้ดดิ้ง (แชมเปี้ยนชิพ) 2-2 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (แชมเปี้ยนชิพ)