ผลฟุตบอล : เม็ด3ไม่มา!! ปืนลุยแหลกอัดโมนาโกหมดสภาพ มัดสกอร์รวมปิ๋วอเวย์โกล

Home / ข่าวฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก / ผลฟุตบอล : เม็ด3ไม่มา!! ปืนลุยแหลกอัดโมนาโกหมดสภาพ มัดสกอร์รวมปิ๋วอเวย์โกล

ผลฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย (นัด2)
วันอังคารที่ 17 มีนาคม 2558
โมนาโก 0-2 อาร์เซน่อล (สกอร์รวม โมนาโก เข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน 3-3)
รายชื่อคนทำประตู : 0-1 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.36, 0-2 อารอน แรมซี่ย์ น.79
เวลา : 2.45 น.
สนาม : สต๊าด หลุยส์ เดอซ์
ถ่ายทอดสด : TrueSport1, TrueSportHD2, True4U

AS Monaco v Arsenal: UEFA Champions League Round of 16ศึกชี้ชะตาการผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายบนเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยนัดแรก อาร์เซน่อล เล่นในบ้านโดน โมนาโก ไล่ยำมาด้วยสกอร์ 3-1 ทำให้เกมในนัดนี้ทัพ “ปืนใหญ่” จำเป็นต้องยิงให้ได้ในรัง สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ อย่างต่ำๆ 3 ประตู และห้ามเสียแม้แต่ลูกเดียวเพื่อโอกาสในการเข้ารอบต่อไป แต่สถิติของเจ้าบ้านก็โหดได้ใจ หลังจากไม่เคยเสียประตูให้ใครแม้แต่เกมเดียวเมื่อได้เล่นในรังเหย้า ต้องมาดูว่า อาร์แซน เวนเกอร์ จะพาลูกทีมทำผลงานใน 90 นาทีได้เยี่ยมแค่ไหน /// [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก ถือว่ารูปเกมยังคงค่อนข้างสูสี แต่ทางฝั่งเจ้าบ้านเอาบอลไปป้วนเปี้ยนหน้าปากประตู อาร์เซน่อล ได้มากกว่า แต่โอกาสในการจบสกอร์แบบเหน่งๆยังไม่มีให้เห็นด้วยกันทั้งคู่

5นาที 14 ปืนใหญ่ พลาดได้ประตูที่ต้องการอย่างเหลือเชื่อ หลังจาก โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ มีโอกาสขึ้นโขก บอลย้อยๆลงมากำลังจะเสียบเสา น่าเสียดายที่สุดท้ายทิศทางบอลโค้งออกหลังไปแค่นิดเดียว เกมผ่านไปถึงนาที 25 ถือว่าทัพ ปืนใหญ่ เริ่มหาพื้นที่ในการเจาะตาข่าย โมนาโก ได้เยี่ยม แต่จังหวะสุดท้ายความแม่นยำยังคงขาดๆเกินๆอยู่เล็กน้อย GOAL! นาที 36 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ปลุกความหวังของเพื่อนร่วมทีมกลับมาได้สำเร็จ หลังจากหลุดเขาไปซัดจังหวะแรกไม่ผ่านมือของ ดาเนียล ซูบาซิช ก่อนบอลจะเด้งมาเข้าทางได้ซัดอีกครั้ง และคราวนี้ไม่พลาดบอลพุ่งเสียบตาข่าย ทำให้สถิติไม่เสียประตูของเจ้าบ้านถูกพังลงไปเรียบร้อย นาที 45 ทีมเยือนพลาดได้ประตูที่ 2 แบบสุดช็อค หลังจาก โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (คนทำประตูแรก) มีโอกาสเข้าชาร์จจ่อยิ่งกว่าจ่อ แต่ดูจะหวังยิงเหมือนบอลจะลั่น ทำให้น้ำหนักค่อนข้างเบา สุดท้าย ดาเนียล ซูบาซิช เก็บตกเซฟไว้ได้สบาย

[จบครึ่งแรก] อาร์เซน่อล ยังต้องการอีก 2 ประตู เพื่อจะเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบในการเข้ารอบต่อไป แต่ต้องห้ามเสียให้ โมนาโก แม้แต่ประตูเดียวถึงจะเพียงพอสำหรับรอบ 8 ทีมสุดท้าย ต้องมาดูว่ารูปเกมในครึ่งหลัง เทรนเนอร์ของทั้งสองฝั่งจะปรับหมากมารับมือกับอีก 45 นาทีที่เหลือยังไง

AS Monaco v Arsenal: UEFA Champions League Round of 16[เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 53 อาร์เซน่อล เกือบได้ประตูที่ 2 จากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา เมซุต โอซิล รับอาสาปั่นด้วยซ้าย บอลพุ่งเข้าหาสามเหลี่ยมแต่ ดาเนียล ซูบาซิช ยังทำได้เยี่ยม ลอยตัวปัดลูกนี้ออกไปได้แบบเฉียดฉิว นาที 63 ประตูที่ 2 ของ อาร์เซน่อล ยังไม่มาสักที จังหวะนี้เป็นทาง เมซุต โอซิล ที่ได้กระหน่ำด้วยซ้ายข้างถนัดหน้ากรอบเขตโทษ น้ำหนักค่อนข้างรุนแรงแต่ทิศทางผิดเหลี่ยมห่างเป้าไปเยอะ เกมผ่านมาถึงนาที 75 ทัพ ปืนใหญ่ เดินหน้าลุยแหลก แถมยังได้โอกาสจบสกอร์อยู่หลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบขาดพอ GOAL! นาที 79 อารอน แรมซี่ย์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง เบิกสกอร์ที่ 2 ให้ อาร์เซน่อลได้สำเร็จ จากจังหวะกดด้วยขวาในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเรียดเสียบตาข่ายเข้าไปไม่พลาด ทำให้ตอนนี้ ปืนใหญ่ ต้องการอีกแค่ลูกเดียวเท่านั้นก็จะผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย UCL

[จบเกม] ปืนใหญ่สู้ขาดใจโดยเฉพาะช่วงท้ายเกมที่เกือบจะได้ประตูที่ 3 แต่สุดท้ายเป็นทางฝั่ง โมนาโก ที่ยังเหนียว เบียดอาร์เซน่อลเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยกฏอเวย์โกล (สกอร์รวม 3-3)

11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

โมนาโก : ดาเนียล ซูบาซิช, ฟาบินโญ่, อายเมน อับเดนนูร์, วัลเลซ, เลย์แว็ง คูร์ซาว่า, เฌเรมี่ ตูลาล็อง, นาบิล ดิราร์, เจฟเฟรย์ ก็องด็อกเบีย, เจา มูตินโญ่, อ็องโตนี่ มาร์กเซียล, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ

อาร์เซน่อล : ดาวิด ออสปิน่า, เอคตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟรานซิส ค็อกเกอแลง, ซานติ กาซอร์ล่า, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, แดนนี่ เวลเบ็ค, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

FBL-EUR-C1-ATLETICOMADRID-BAYERLEVERKUSEN

ส่วนผลของอีกหนึ่งสนามเป็นการพบกันของสองตัวแทนจาก สเปนและเยอรมัน โดยทางฝั่ง แอตเลติโก มาดริด ได้กลับมาเฝ้าบ้านรับการมาเยือนของ เลเวอร์คูเซ่น โดยนัดแรก “ห้างขายยา” ซิวชัยมาได้ก่อน 1-0 คราวนี้กลับมาเล่นในรัง บิเซนเต้ กัลเดรอน ของทัพ “ตราหมี” จบ90นาที เจ้าบ้านเชือดผู้มาเยือน 1-0 ทำให้ต้องไปหาผู้เข้ารอบด้วยการต่อเวลาพิเศษ แต่ยังคงหาผู้ชนะไม่ได้ ทำให้ต้องไปชี้ชะตากันที่การดวลจุดโทษ และเป็นทาง แอตเลติโก มาดริด ที่แม่นกว่าเอาชนะ เลเวอร์คูเซ่น ไปได้ด้วยการดวลเป้าแบบสมศักดิ์ศรี 3-2 ทะลุรอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบสุดหืดจับ