ผลบอล : สปิริตทีมล้วนๆ! เวลส์พลิกชนะเบลเยี่ยม 3-1 ทะลุรอบรองฯ ยูโร 2016

Home / ข่าวฟุตบอลยูโร 2016 / ผลบอล : สปิริตทีมล้วนๆ! เวลส์พลิกชนะเบลเยี่ยม 3-1 ทะลุรอบรองฯ ยูโร 2016

ผลบอล ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 หรือ ยูโร 2016 รอบก่อนรองชนะเลิศ (8 ทีมสุดท้าย)  เวลส์ อาศัยทีมสปิริตจากที่ตามหลัง 0-1 พลิกกลับมาเอาชนะ เบลเยี่ยม 3-1 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้ในที่สุด

during the UEFA EURO 2016 quarter final match between Wales and Belgium at Stade Pierre-Mauroy on July 1, 2016 in Lille, France.
ลูกยิงตีเสมอ 1-1 ของวิลเลียมส์ ก่อนจุดประหายให้เวลส์ผ่านเข้ารอบในที่สุด

 

ยูโร 2016 รอบก่อนรองชนะเลิศ
วันที่ 2 กรกฏาคม 2559
เวลส์ 3-1 เบลเยี่ยม
ผู้ทำประตู: 0-1 เนียงโกลัน 13′, 1-1 วิลเลียมส์ 30′, 2-1 ร็อบสัน-คานู 55′, 3-1 โวคส์ 85′
เวลา: 02.00 น.
สนาม: สต๊าด ปิแอร์-เมอรัว
ถ่ายทอดสด: ช่อง 3 HD (ช่อง 33)

น.7 เบลเยี่ยม น่าได้ประตูขึ้นนำอย่างยิ่งยวด จากจังหวะยิงโล่งๆ ของการ์ราสโก้ แต่ติดเซฟเฮนเนสซีย์ มาเข้าทางมูนิเยร์ที่ยิงซ้ำ แต่ยังไปติดตัวเทย์เลอร์ ก่อนที่อาซาร์จะซ้ำคนที่สามก็ยังไปติดกองหลังเวลส์ที่เข้ามาแพ็กหน้าประตูออกไปแบบน่าเสียดาย

น.9 เป็นเวลส์บ้างที่ได้ลุ้นประตู จากลูกยิงของเบลส์ทางฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษเบลเยี่ยม แต่ด้วยมุมที่แคบทำให้ยิงไม่ถนัด บอลพุ่งเข้าข้างตาข่าย

น.13 เบลเยี่ยมขึ้นนำเวลส์ 1-0 จากลูกยิงไกลของ รัดย่า เนียงโกลัน เสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงาม

during the UEFA EURO 2016 quarter final match between Wales and Belgium at Stade Pierre-Mauroy on July 1, 2016 in Lille, France.
ลูกยิงสุดสวยของเนียงโกลัน

น.26 หลังจากเวลส์ครองเกมอยู่นาน ก็เพิ่งมีโอกาสลุ้นประตู จากนีล เทย์เลอร์ แต่ยังติดเซฟกูร์กตัวส์ ที่โชว์ซูเปอร์เซฟครั้งแรกในเกมนี้

น.30 เวลส์ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากลูกโหม่งกดลงพิ้นของ แอชลี่ย์ วิลเลียมส์ ที่ขึ้นเทคตัวโล่งๆ จากจังหวะเตะมุมด้านขวา

น.34 เบลกระชากบอลกว่าครึ่งสนาม ก่อนกดด้วยขวาข้างไม่ถนัด บอลเบาเกินไป ก่อนไปติดเซฟของกูร์กตัวส์

หลังได้ประตูตีเสมอ เวลส์ยิ่งเล่นยิ่งครองเกมเอาไว้ได้ ผิดกับเบลเยี่ยมที่ตั้งเกมไม่ได้เลยหลังจากทำประตูขึ้นนำ

ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมทำอะไรไม่ได้ หมดครึ่งแรก! เวลส์เสมอเบลเยี่ยม 1-1

น.48 เบลเยี่ยมได้ทักทายครั้งแรกในครึ่งหลัง จากลูกโหม่งโล่งๆ ของโรเมลู ลูกากู แต่โหม่งบอลไม่เต็มหัว หลุดออกหลังไป อีกนาทีต่อมา เดอ บ

LILLE, FRANCE - JULY 01: Hal Robson-Kanu of Wales scores his team's second goal past Thibaut Courtois of Belgium during the UEFA EURO 2016 quarter final match between Wales and Belgium at Stade Pierre-Mauroy on July 1, 2016 in Lille, France. (Photo by Michael Regan/Getty Images)
ลูกยิงขึ้นนำ 2-1 ของเวลส์จากร็อบสัน-คานู

รอยน์ ลองยิงไกล แต่บอลก็ลอยหลุดออกหลังไป เบลเยี่ยมยังมาต่อเนื่อง จาก อาซาร์ ที่เลี้ยงตัดจากซ้ายเข้าในก่อนซัดด้วยขวา บอลหลุดเสาไกลออกไปแบบได้ลุ้นสุดๆ

น.55 กลายเป็นเวลส์ที่ขึ้นนำ 2-1 จาก ฮัล ร็อบสัน-คานู ที่ได้บอลจากริมเส้นของแรมซีย์ ก่อนม้วนตัวหนีกองหลังเบลเยี่ยมในกรอบเขตโทษ และซัดด้วยซ้ายเข้าไปอย่างสวยงาม

น.64 เบลเยี่ยมได้ลูกตั้งเตะบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ เต่เดอ บรอยน์ยิงเบาและไปตรงตัวเฮนเนสซีย์

น.74 เบลเยี่ยมลุ้นได้ประตูตีเสมอ จากลูกโหม่งของเฟลไลนี่ แต่บอลลอยเฉียดเสาออกหลังไปแบบได้ลุ้น

น.79 วิตเซล ลองยิงไกลดูบ้าง แต่บอลยังไม่เข้ากรอบ

น.85 เวลส์หนีเบลเยี่ยมเป็น 3-1 จากจังหวะที่คริส กันเทอร์ขึ้นมาทางขวา ก่อนเปิดให้ แซม โวคส์ สะบัดหัวโหม่งบอลเข้าไปเป็นประตูให้เวลส์นำ 3-1!

จบเกม! เวลส์ เอาชนะ เบลเยี่ยม 3-1 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ โดยไปพบ โปรตุเกส ในวันพุธหน้า

วิเคราะห์หลังเกม

  • เวลส์ยังคงแสดงให้เห็นถึงทีมที่มีสิปริตอันแรงกล้าในศึกยูโร 2016 หลังจากที่เป็นฝ่ายโดนเบลเยี่ยมคุมเกมในช่วงต้นครึ่งแรก ก่อนโดนยิงในเวลาต่อมา แต่หลังจากนั้น “มังกรแดง” แสดงให้เห็นถึงความเป็นทีม และควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ซึ่งเห็นได้ชัดในจังหวะที่พวกเขาช่วยกันถอยลงมาตั้งรับเพื่อป้องกันประตู และสกัดบอลจากผู้เล่นของเบลเยี่ยมได้อย่างขยันขันแข็ง ในเกมนี้ต้องชื่นชมผู้เล่นเวลส์ในทุกตำแหน่งที่ช่วยกันได้อย่างดี หากจะหยิบใครมาสักคน คงเป็น อารอน แรมซีย์ ที่มีบทบาทในเกมรุกและรับของเวลส์ตลอด ส่วนเบลเยี่ยม หลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำ พวกเขาดูทื่อลงไปทันตาเห็น ผู้เล่นต่างพยายามในการเข้าทำแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าเวลส์ทำได้ดีกว่าจริงๆ ซึ่งเป็นอีกเกมที่เวลส์แสดงให้เห็นว่าสปิริตทีมของพวกเขาสามารถล้มทีมที่มีสตาร์ดังมากมายได้อีกครั้ง
lineup
แผนผังผู้เล่นทั้งสองทีม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เวลส์: เวย์น เฮนเนสซีย์; แอชลี่ย์ วิลเลียมส์, เบน เดวี่ส์, เจมส์ เชสเตอร์, นีล เทย์เลอร์, คริส กันเทอร์; โจ เล็ดลี่ย์ (แอนดี้ คิงส์ 78′), โจ อัลเลน, อารอน แรมซี่ย์ (เจมส์ คอลลินส์ 90′), แกเร็ธ เบล; ฮัล ร็อบสัน-คานู (แซม โวคส์ 80′)
เบลเยี่ยม: ติโบต์ กูร์กตัวส์; โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, เจสัน เดนาเยอร์, โธมัส มูนิเยร์, จอร์แดน ลูกากู (ดรีส เมอร์เท่นส์ 75′); รัดย่า เนียงโกลัน, เอ็กเซล วิตเซล, เควิน เดอ บรอยน์, ยานนิค การ์ราสโก้ (มารูยาน เฟลไลนี่ 46′), เอเด็น อาซาร์; โรเมลู ลูกากู (มิชี่ บาตชูอายี่ 83′)

แมน ออฟ เดอะ แมตช์: อารอน แรมซีย์

ไฮไลท์ของเกม

คลิปไฮไลท์โดย fantasticfootball