ข่าวลิเวอร์พูล ซาดิโอ มาเน่ เจอร์เก้น คล๊อปป์ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

อย่ารักใครมากกว่ากัน! จะทำให้สปิริตทีมเสีย

Home / ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ / อย่ารักใครมากกว่ากัน! จะทำให้สปิริตทีมเสีย

อย่ารักใครมากกว่ากัน! จะทำให้สปิริตทีมเสีย

จากเกมที่ลิเวอร์พูล ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ บุกไปถล่ม เบิร์นลีย์ 3-0 ถึงสนาม เทิร์ฟ มัวร์ พร้อมสร้างสถิติใหม่คว้าชัยชนะ 13 นัดติดต่อกันนับแต่ปี 1990 และกลับขึ้นไปนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ด้วยการมี 12 คะแนนเต็ม จาก 4 นัด ก่อนเบรกช่วงโปรแกรม ฟีฟ่า เดย์

การจัดนักเตะของ เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือคนเก่ง ใช้ผู้เล่นหลักและชุดที่พร้อมที่สุด และรูปเกมออกมาแบบหลายฝ่ายคาดไว้ คือ ตลอด 90 นาที เกมส่วนใหญ่เป็นของลิเวอร์พูล และมีบางช่วงที่ผ่อนคันเร่งให้เจ้าบ้านได้ลองท้าทายความเหนียวแน่นเกมรับทีมหงส์แดง แต่ไม่สามารถเจาะได้  โดย 3 ประตูของทีมหงส์แดง ได้จากจังหวะโชคของ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่เปิดบอลไปแฉลบ คริส วูด ผู้เล่นของเบิร์นลีย์ เปลี่ยนทางเข้าประตูไป ในนาทีที่ 33 และประตูที่ 2 จากความผิดพลาดนักเตะเจ้าบ้าน ที่จ่ายบอลเสียมาเข้าทาง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ แนวรุกหงส์แดงที่ขึ้นชื่อการแย้งบอลอยู่แล้ว และจ่ายให้ ซาดิโอ มาเน่ ปีกทีมชาติเซเนกัล วิ่งเข้ามายิ่งเข้าอย่างเฉียบคม นาทีที่ 37 และอีกหนึ่งประตูของ ฟีร์มีโน่ ในนาที่ 80 ที่ได้จังหวะเข้าซัดเต็มข้อด้วยขวาในกรอบเขตโทษ เป็นประตูที่ 50 ของเจ้าตัว ขึ้นแท่นเป็นนักเตะบราซิลที่ทำประตูมากสุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกด้วย

แน่นอนว่าทุกอย่างเหมือนจะดูสวยสดงดงามไปหมด อย่างไรก็ดีบางอย่างกลับเหมือนเป็นระเบิดเวลาของทีมหงส์แดง ซะอย่างนั้น ซึ่งใครที่ติดตามเกมนี้ จะเห็นว่าจังหวะเปลี่ยนผู้เล่นของลิเวอร์พูล ที่ ดิวอค โอริกี ถูกส่งมาแทนที่ มาเน่ ในนาที่ 85 แต่จังหวะดังกล่าว เจ้าตัวกลับบันดาลโทสะ เขวี้ยงเสื้อทีม และอธิบายด้วยอากัปกิริยา ว่า ทำไมคนที่โดนเปลี่ยนถึงเป็นตน จนเพื่อนร่วมทีมต้องเข้ามาปลอบใจกันยกใหญ่

ประเด็นดังกล่าวหลายฝ่ายพุ่งประเด็นไปที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ มาเน่ ที่แฟนบอลตั้งข้อสงสัยจากฤดูกาลที่ผ่านมาว่า คู่นี้แอบมีปัญหาเรื่องไม่ลงรอยกัน สาเหตุมาจากที่ ซาลาห์ ในระยะหลังค่อนข้างหวงบอล และพยายามจะทำประตูมากเกินไป เนื่องจากฤดูกาล 2017-2018 ที่เจ้าตัวย้ายมาเล่นกับลิเวอร์พูล สามารถทำประตูได้ถล่มทลาย ในฤดูกาลที่ทำประตู 32 ลูก จากนั้น ฤดูกาลถัดมา ถึงแม้ว่าจะ ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำเหมือนเดิม กว่า 22 ประตู เท่ากับ มาเน่ และ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้าอาร์เซน่อล ครองดาวซัลโวร่วมกัน 3 คน แต่สไตล์การเล่นของ ซาลาห์ กลับเปลี่ยนไป จังหวะเพื่อนโล่ง ๆ ไม่จ่าย รวมถึงจังหวะทำประตู และ พยายามเลี้ยงหลบนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งในเกมนี้กับ เบิร์นลีย์ ก็มีถึง 2 จังหวะโล่งๆ ที่ ซาลาห์ ไม่จ่ายให้ทั้ง ฟีร์มีโน่ และ มาเน่ ไม่แน่จบเกมอาจเป็น ลิเวอร์พูล ถล่ม เบิร์นลีย์ 5-0 แล้วก็ได้ ประกอบกับ คล็อปป์ ที่ดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับ ซาลาห์ ให้อยู่เล่นจนจบเกมหลายต่อหลายครั้ง และเป็น มาเน่ ที่ส่วนมากจะต้องถูกเปลี่ยนตัวออกก่อน จึงเป็นฉนวนให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

คล็อปป์ ได้ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า มาเน่ เป็นคนที่มีอารมณ์ร่วมกับเกมค่อนข้างมาก และบางอย่างก็ไม่เป็นไปตามที่เขาต้องการจึงไม่พอใจ ซึ่งไม่น่าใช่เรื่องของการเปลี่ยนตัว ซึ่งเดี๋ยวเราจะไปพูดคุยกันในห้องแต่งตัวอีกครั้ง

จริงอยู่ที่ มาเน่ ก่อนหน้านี้มีสไตล์การเล่นที่หวงบอล และชอบดันทุรังจะยิงประตูมากเกินไป แต่ คล็อปป์ ก็ปรับมาเน่ให้เป็นคนใหม่ที่ดีขึ้น ทั้งจังหวะเลี้ยงที่วูบวาบ จังหวะให้บอลที่เป็นประโยชน์ต่อทีม จังหวะยิงที่เฉียบคม แน่นอนว่า คล๊อปป์ ต้องทำสิ่งเหล่านี้กับ ซาลาห์ เช่นกัน ในเมื่อทิศทางในฤดูกาลนี้เริ่มต้นได้สวยแล้ว แฟนบอลย้อมอยากเห็นสปิริตในทีมที่ดีเช่นกัน ไม่ใช่เลือกที่จะรักใครมากกว่ากัน เพราะหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก อาจส่งผลต่อสปิริตทีมและการไล่ล่าแชมป์ของหงส์แดงในระยะยาวก็เป็นได้