ดราม่ากว่านมทาสี! เจ้าชายกบซัดแฮตทริกพาฉลามบุกพิชิตปราสาทถึงรัง

Home / ข่าวฟุตบอลไทยลีก / ดราม่ากว่านมทาสี! เจ้าชายกบซัดแฮตทริกพาฉลามบุกพิชิตปราสาทถึงรัง

ศึกฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก คู่ซุปเปอร์บิ๊กแมตช์ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า และรองจ่าฝูง เปิดรังนิวไอโมบายสเตเดี้ยม พ่ายให้กับกับ “ฉลามชล” ชลบุรีเอฟซี ทีมอันดับที่ 4 ของตาราง โดยในนัดนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ อีกหน้าของฟุตบอลไทย เมื่อ ใช้ทีมงานผู้ตัดสินจากประเทศญี่ปุ่นลงตัดสินทั้งหมด

เริ่มเกมส์ได้เพียงแค่ 3 นาที เจ้าบ้าน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากการขึ้นเกมส์ทางริมเส้น ที่เอกชัย สำเร ปีกความเร็วสูงได้โยนด้วยขวา บอลเลยมาถึงเสาสองถึง “แฟรงค์เล็ก” อาชิมปง จัดการยิงยัดบอลเข้าประตูไป ทั้งที่มีผู้เล่นของ ชลบุรีอย่าง สุทธินนท์ พุกหอม และ ชลทิตย์ จันทคาม พยายามเข้ามาสกัดแต่ก็ไม่ทัน “ปราสาทสายฟ้า” ออกนำ “ฉลามชล” แต่หัววัน 1-0“ขุนพลเซาะกราว” หลังได้ประตูนำเร็วยิ่งทำให้เล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น และเปิดเกมส์บุกกดดันใส่ อาคันตุกะ อย่าง ชลบุรี เอฟซี ต่อเนื่อง

นาที 16 ชลบุรี เพิ่งจะได้ตอบโต้หลังจากถูกนวดอยู่นาน และได้ลูกฟรีคิก ระยะประมาณ 20 หลาริมกรอบเขตโทษฝั่งขวา “น้าเทิด” เทิดศักดิ์ ใจมั่น โยนด้วยขวาไปหน้าประตู แต่ “เจ้ากบ” สุเชาว์ นุชนุ่ม ชิงโขกสกัดออกทิ้งได้ทัน   ชลบุรี เริ่มหายเมาหมัดและพยายาม ต่อเกมส์รุกขึ้นไปลุ้นประตูตีเสมอ และในนาที 28 กองเชียร์ฉลามชลเฮลั่น  เมื่อ “เจ้าชายกบ” พิภพ อ่อนโม้ แทงบอลให้ “ลูโด้” ลูโดวิช ทาคาม หลุดดับดักเช็กล้ำหน้าที่ เอกวาล่า เฮอร์แมน เช็กพลาด ให้ ศูนย์หน้าร่างตันเข้าไปกดด้วยขวา ผ่านมือ ศิวลักษณ์ เข้าประตู ชลบุรี เอฟซี ตามตีเสมอ บุรีรัมย์ เอฟซี 1-1

นาที 37 กลายเป็น “ฉลามชล” ที่พลิกแซงนำ บุรีรัมย์ เจ้าบ้าน เป็น 1-2 จาก “เจ้าชายกบ” พิภพ อ่อนโม้ ศูนย์หน้าร่างเล็กกับตันทีมของชลบุรี ที่ตามซ้ำลูกยิงของ คู่หูในแดนหน้าอย่าง ลูโด้วิช ทาคาม  นาที 42 “โค้ชเฮง” จำใจถอดเอา อดุล หละโสะ ที่บาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อต้นขาออก แล้วส่ง โทมัธ ดอสเซวี่ ลงไปเล่นแทน  นาที 43 แข้งเซาะกราว เกือบได้ประตูตีเสมอ จากลูกยิงจากแถวสองของ “เจ้าโน้ต” จักรพันธ์ แก้วพรม แต่บอลตรงตัว “เจ้าตี๋” สินทวีชัย หทัยรัตนกุล   จบครึ่งแรก “ปราสาทสายฟ้า” เจ้าบ้านโดนทีมเยือน “ฉลามชล” บุกมานำ 1-2

เริ่มครึ่งหลังได้ นาทีเดียว ยอดทีมจากอีสานใต้ สอยประตูตีเสมอทีมจากตะวันออกได้ สำเร็จ เมื่อ จักรพันธ์ แก้วพรม หลุดขึ้นไปทางขวาก่อนเปิดยัดเข้ากลาง กองหลังชลบุรี สกัดในจังหวะแรกได้ แต่ไม่พ้นอันตราย บอลไหลไปเข้าทาง เอกชัย สำเร กดเปรี้ยงเดียวหาย บุรีรัมย์ ไล่ตีเสมอ ชลบุรี 2-2  

นาที 60 “กองเชียร์เซาะกราว” ถึงกับเงียบสงัด เมื่อ ฉลามขึ้นเกมส์รุกมาทางฝั่งซ้าย และเป็น “เจ้าบอย” อนุชา กิจพงษ์ศรี หยอดบอลด้วยซ้ายข้างถนัดไปหน้าประตู  แล้วเป็น “กับตันโม้” พิภพ อ่อนโม้ ที่โฉบเข้าไปกระดกบอลข้ามหัว ศิวลักษณ์ ผู้รักษาประตู บุรีรัมย์ ที่ปราดออกมาตัดบอลแต่ช้าเกินไป ชลบุรี เอฟซี แซงขึ้นนำ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีกครั้งแบบสุดมันส์ 2-3

นาที 73 “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ฉีกหนีเจ้าบ้านไปอีกเป็น 4-2 จากจังหวะที่ เทิดศักดิ์ ใจมั่น เปิดบอลให้ คู่ซี้ พิภพ อ่อนโม้ กระโดดขึ้นโขกเหน่งๆ เป็นแฮตทริกของเจ้าตัว และเป็นประตูที่ 4 ของชลบุรี เอฟซีในเกมส์นี้ ทำเอาสถิติไร้พ่ายในบ้าน 39 นัดของ “ปราสาทสายฟ้า” (นับเฉพาะตั้งแต่เทคโอเวอร์มาจากไฟฟ้าอยุธยา) ถึงกับสั่นคลอน 

นาที 80 “ขุนพลนักรบปราสาทสายฟ้า” ไม่ยอมง่ายๆ และไล่ขึ้นมาได้สำเร็จ จากลูกยิงของ เอกชัย สำเร  ที่วิ่งเข้าไปซัดลูกที่อาชิมปง เปิดเข้ามาให้ สุริยา ดอมไธสง ตัวสำรองที่จับบอลลั่นมาเข้าทาง เอกชัย เลยได้ซัดประตูให้ บุรีรัมย์ ไล่ขึ้นมาเป็น 3-4  

จบเกมส์ ชลบุรี เอฟซี บุกมา ปราบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดได้แบบสุดระทึก 3-4 ทำให้ทีมจากเมืองน้ำเค็มแซงขึ้นนั่งแท่นรองจ่าฝูง และกลับมาอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์อีกครั้ง นอกจากนี้เกมส์นี้ยังถือเป็นการพ่ายแพ้นัดแรก ในเกมส์ไทยลีกของ “ปราสาทสายฟ้า” แถมเป็นการทำลายสถิติไม่พ่ายใครในบ้าน 39 เกมส์ของบุรีรัมย์    

โฉมหน้าทีมงานผู้ตัดสินชาวญี่ปุ่นที่ลงทำหน้าที่ในเกมส์นี้

สำหรับผลฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีกอีกคู่อาร์มี่ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเจ๊ากับ ทีทีเอ็ม เชียงใหม่ 2-2

รายชื่อ 11 ผู่เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด – ศิวลักษณ์ เทศสูงเนิน,ธีราทร บุญมาทัน,อภิเชษฐ์ พุฒตาล,โอบาม่า,เอกวาล่า เฮอร์แมน,เอกชัย สำเร,จักรพันธ์ แก้วพรม,สุรัตน์ สุขะ,จิรวัฒน์ มัครมย์,แฟร้งค์ อาชิมปง,สุเชาว์ นุชนุ่น

ชลบุรีเอฟซี – สินทวีชัย หทันรัตนกุล,ณัฐพงษ์ สมณะ,โฟเด้ บองกาลี่ ไดอิกิเต้,ชลทิตย์ จันทคาม,สุทธินันท์ พุกหอม,อดุล หละโสะ,คาซึโตะ คูชิดะ,เทิดศักดิ์ ใจมั่น,อนุชา กิจพงษ์ศรี,พิภพ อ่อนโม้,ลูโดวิช ทาคาม

เครดิตภาพจากเฟซบุคสโมสรชลบุรี เอฟซี