ใครจะแชมป์! ช้างศึก กับ เสือเหลือง ใครแกร่งกว่ากันชิงจ้าวอาเซียน

Home / sport variety, ข่าวฟุตบอลไทยลีก / ใครจะแชมป์! ช้างศึก กับ เสือเหลือง ใครแกร่งกว่ากันชิงจ้าวอาเซียน

DSC_6652

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศ เกมแรกที่ ช้างศึก ทีมชาติไทย จะเปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน รับการมาเยือนของ เสือเหลือง มาเลเซีย ในวันที่ 17 ธ.ค.57 ก่อนจะโยกไปเล่นที่ประเทศมาเลเซีย ในเกมที่ 2 วันที่ 20 ธ.ค.57 ซึ่งก็จะรู้แล้วว่า ช้างศึก จะคว้าแชมป์ สมัยที่ 4 เทียบเท่ากับ สิงคโปร์ ได้หรือไม่ หรือ มาเลเซีย ทีมเสือเหลืองเฒ่า จะเป็นแชมป์ที่ 2 ในประวัติศาสตร์

10690311_777133955693808_2067846192765996988_n
ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือช้างศึก ยิง เสือเหลือง ได้ตลอดยามที่พบกัน

อย่างที่ทุกคน ทุกท่านทราบกันว่า ช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดพลังหนุ่มเคยไล่แซงเอาชนะ เสือเหลือง (เฒ่า) ทีมชาติมาเลเซีย มาได้ 3-2 ในการเจอกันรอบแบ่งกลุ่มเมื่อวันที่ 26 พ.ย.57 ทำให้ สถิติการพบกันของทั้ง 2 ทีมเพิ่มเป็น 89 นัด โดย เสือเหลือง เอาชนะไปได้ 35 ครั้ง ส่วน ทีมชาติไทย เอาชนะได้ 26 ครั้ง และเสมอกัน 28 ครั้ง โดย ช้างศึก ทีมชาติไทย ยิงได้ 122 ประตู และทีมชาติมาเลเซีย ยิงได้ 130 ประตู

มาถึงตรงนี้เชื่อเลยว่าแฟนบอล ช้างศึก คงใจตกไปที่ตาตุ่ม ไม่มากก็น้อย แต่หากได้ดูสถิติการพบกันในรายการนี้ทุกชื่อ เชื่อว่าแฟนลูกหนังไทย คงใจชื้นขึ้นมาบ้าง เมื่อ ช้างศึก ทำได้ดีกว่า  ด้วยการเพิ่มชัยชนะเป็น 6 ครั้ง เสมอ 3 ครั้ง และแพ้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น

โดย 11 เกมที่พบกันรายการนี้ เริ่มจากปี 1996 ที่ประเทศสิงคโปร์ รอบแรก เสมอกันไป 1-1 เกมนั้น ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นคนซัลโว ให้ ช้างศึก นำไปก่อน แต่ก็มาโดนตีเสมอจาก ไซนัล ฮัสซัน จากนั้นทั้ง 2 ทีมก็ฝ่าฟันจนมาพบกันในนัดชิงดำ ก่อนที่ ซิโก้ กุนซือคนเก่งชุดปัจจุบัน จะพังประตูให้ทีมคว้าแชมป์ครั้งแรกมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ก่อนที่ทั้งคู่จะโคจรมาพบกันในรอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง และเป็น “ซิโก้” คนเดิมที่สวมบทฮีโร่ยิงประตูชัยตั้งแต่ น.9 ให้ทัพ “ช้างศึก” เฉือนเสือเหลือง 1-0 พร้อมครองเจ้าอาเซียนสมัยแรกได้สำเร็จ

อดิศักดิ์ ไกรษร ฮีโร่ที่ซัด 2 ประตูในเกมแรก จะพ้นโทษแบนกลับสู่ทีมอีกครั้ง
อดิศักดิ์ ไกรษร ฮีโร่ที่ซัด 2 ประตูในเกมแรก จะพ้นโทษแบนกลับสู่ทีมอีกครั้ง

จากนั้นทั้ง 2 ทีมก็ไม่ได้เจอกันในรายการนี้จนก้าวเข้าสู่ปี 2000 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ณ กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของปวงไทยเรา ซึ่งครั้งนั้น ช้างศึก ก็จัดการโขยกเอาชรนะไปได้ 2-0 จาก ซิโก้ และพี่แบน ตะวัน (ธชตวัน) ศรีปาน ก่อนทีมชาติไทย จะก้าวไปเป็นแชมป์สมัยที่ 2

อีก 2 ปีต่อมา เสือเหลือง มาเลเซีย ที่ซุมไฟแค้นไว้เต็มอก ก็มาจัดการล้างแค้น ช้างศึก ทีมชาติไทย ลงได้ในรอบแรก ด้วยการถล่มเรากระจาย 3-1 ทั้งที่ น้าเทิด เทิดศักดิ์ ใจมั่น ยิงให้เราออกนำไปก่อน แต่สุดท้ายแล้ว ไทย ก็ยังเป็น ไทย เข้าไปคว้าแชมป์ สมัยที่ 3 ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นสมัยสุดท้ายนับจนปุจจุบัน

จากนั้นในปี 2004 ช้างศึก ต้องตกรอบแรกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไปแบบน่าเจ็บใจ หลังจากโดน มาเลเซีย ไล่แซง 2-1 ในรอบแบ่งกลุ่ม ทำให้ ช้างศึก ฝั่งใจกับดินแดน เสือเหลือง เป็นยิ่งนัก

เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ เล่นงานผู้เล่น เสือเหลือง จนหัวหมุนไปตามๆกันในเกมแรก
เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ เล่นงานผู้เล่น เสือเหลือง จนหัวหมุนไปตามๆกันในเกมแรก

จากการแค้นฝั่งใจในครานั้น ส่งผลให้ ช้างศึก ทีมชาติไทย มุ่งมั่น และตั้งใจ และไม่เคยปราชัยให้กับ เสือเหลือง มาเลเซีย อีกเลยในรายการนี้ โดยปี 2007 ศรายุทธ ชัยคำดี ก็ซัดประตูโทนให้ไทย เชือด มาเลเซีย 1-0, ปี 2008 ช้างศึก จัดการอัด เสือเหลือง 3-0 จากการซัลโวของ สุธี สุขสมกิจ และเจ้ามุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา ที่กด 2 ตุงเกมนั้น จนดาวรุ่งดวงนี้เป็นที่จับตามาจนถึงปัจจุบัน

ปี 2010 ที่ เสือเหลือง มาเลเซีย ได้เป็นแชมป์ ครั้งแรกนั้น ทีมชาติไทย สามารถยันเสมอกับ มาเลเซีย ที่แข็งแกร่งยิ่งนักในยุคนั้นได้แบบไร้สกอร์ ซึ่งครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ทีมชาติไทย ตกรอบแรก และที่สำคัญไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย

และเมื่อ 2 ปีที่ผ่าน ทั้ง 2 ทีมต้องเจอกันถึง 2 เกมในรอบรองชนะเลิศ เกมแรกเสมอกัน 1-1 โดย ช้างศึก ได้ ธีรศิลป์ แดงดา ยิงประตูตีเสมอ ก่อนเกมที่ 2 เจ้ามุ้ย และเจ้าอุ้ม ธีราทร บุญมาทัน จะมาแผลงฤทธิ์ ซัดคนละประตูส่งทีมชาติไทย เข้าไปชิงชนะเลิศ แต่ก็ไปไม่ถึงแชมป์ กลายเป็น สิงคโปร์ ที่คว้าแชมป์สมัยที่ 4 ไปครอง

ชาริล ชัปปุยส์ อีกหนึ่งตัวทีเด็ดของ ช้างศึก ทีมชาติไทย
ชาริล ชัปปุยส์ อีกหนึ่งตัวทีเด็ดของ ช้างศึก ทีมชาติไทย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่าน อย่างที่รู้กัน ช้างศึก ยุคใหม่ ที่นำทัพโดย มิสเตอร์บอลอาเซียน ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง โชว์ให้เห็นถึงใจที่เข้มแข็งไล่แซง มาเลเซีย ที่ขึ้นนำได้ก่อนถึง 2 ครั้งไป 3-2 สร้างความเจ็บใจให้กับนักเตะ เสือเหลือง และแฟนๆยิ่งนัก

ส่วนสถิติการพบกัน 6 นัดที่พบกันหลังสุด ช้างศึก ทีมชาติไทย ยังไม่เคยพลาดท่าให้กับ เสือเหลือง เลยแม้แต่ครั้งเดียว เอาชนะไปได้ 4 ครั้ง เสมอ 2 ครั้ง ทีมชาติไทย ยิงได้ 11 ประตู เสียเพียง 3 ประตูเท่านั้น

เกมที่จะพบกัน 2 เกมสุดท้ายของปีนี้นั้นบอกเลยว่าเป็นเกมที่สำคัญมากต่อทั้ง 2 ทีม โดย ช้างศึก ทีมชาติไทย จะได้วัดกันว่าผู้เล่นสายเลือดใหม่ จะก้าวไปไกลได้มากน้อยขนาดไหน และจิตใจจะเข้มแข็งแค่ไหน ในการจะเขย่าบัลลังก์อาเซียน

ซึ่งทีมนี้มีนักเตะที่เด็ดหลายคน นำโดย ชาริล ชัปปุยส์, เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ประกิต ดีพร้อม, มงคล ทศไกร, อดิศักดิ์ ไกรษร และนักเตะอีกหลายคนที่พร้อมจะเป็นที่เด็ด

ส่วนเสือเหลือง มาเลเซีย ที่ใช้ผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นตัวเก๋า ผสานกับ ดาวรุ่งยุคใหม่ ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามีใจเด็ดเดี่ยวแค่ไหน ในเกมที่พลิกดับ เวียดนาม ในรอบตัดเชือก ซึ่งมี อัมรี ยาย่า และซาฟิก ราฮิม เป็น 2 ตัวทีเด็ดที่น่ากลัว

DSC_7118-300x199บอกเลยว่า 2 เกมที่เหลือ ช้างศึก จะไม่ได้เล่นง่ายอย่างนัดแลกที่พบกับ เสือเหลือง เป็นแน่แท้ เพราะทีมงานเสือเหลือง คงต้องหากลยุทธที่จะหยุดนักเตะไทย ให้ได้ แต่ก็อย่าลืมว่า ช้างศึก ก็ได้มองหาจุดบอดของคู่แข่งไว้แล้วเช่นกัน

ทั้งหมดทั้งมวล สถิติก็คือสถิติ อย่าไปใส่ใจอะไรมาก เอาเป็นว่าติดตามเกมในสนามปัจจุบันกันดีกว่า ว่าทีมไหนจะเหนือกว่ากัน และทีมไหนจะก้าวขึ้นมาเป็นจ้าวอาเซียน ในยุค 2014 ยังไงคนไทยก็อย่าลืมให้กำลังใจขุนพล ช้างศึก ทีมชาติไทย พบ เสือเหลือง มาเลเซีย ในวันที่ 17 และ20 ธ.ค.57 เวลา 19.00 น. ให้คว้าแชมป์แรกในรอบ 12 ปีกลับมาให้ได้