สะใจกว่านี้มีอีกมั้ย! ช้างศึก ทวงบัลลังก์อาเซียนกลับไทย

Home / ข่าวฟุตบอลไทยลีก / สะใจกว่านี้มีอีกมั้ย! ช้างศึก ทวงบัลลังก์อาเซียนกลับไทย

10615988_10152621717813380_7514978883101053389_n

ผลฟุตบอลสด เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศ เกมที่ 2

วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2557

ทีมชาติมาเลเซีย 3-2 ทีมชาติไทย

(สกอร์รวม 2 นัด ไทย นำ มาเลเซีย 4-3)

ประตู : 1-0 ซาฟิก รอฮิม น.5, 2-0 ปุตรา มหายุดดิน น.45+2, 3-0 ซาฟิก รอฮิม น.56, 3-1 ชาริล ชัปปุยส์ น.80, 3-2 ชนาธิป สรงกระสินธ์ น.88

สนาม : บูกิต จาริล เวลา : 20.00 น. (เวลาท้องถิ่นตรงกับ 19.00 น. เวลาไทย)

S__60375089การแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศ เกมที่ 2 ณ สนามบูกิต จาริล เสือเหลือง มาเลเซีย อดีตแชมป์ 1 สมัย รับการมาเยือนของ ช้างศึก ทีมชาติไทย อดีตแชมป์ 3 สมัย ซึ่งเกมแรก ช้างศึก เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้ก่อน 2-0 เกมนี้หากแพ้ไม่เกิน 1 ประตู ก็จะคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ไปครองทันที

โดยเกมนี้ ทีมชาติไทย ยังคงจะยึดผู้เล่นชุดหลักจากเกมแรกเป็นส่วนใหญ่ จะเปลี่ยนก็แค่ ประกิต ดีพร้อม ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแทนที่ของ มงคล ทศไกร ส่วนผู้เล่นหลักรายอื่นอยู่กันครบ ไม่ว่าจะเป็น ชาริล ชัปปุยส์, เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์, เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, เจ้ากอล์ฟ อดิศักดิ์ ไกรษร

สภาพอากาศที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ วันนี้ตั้งแต่ช่วงเที่ยงมีฝนตกลงมาโดยตลอด ซึ่งก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่ม 4 ชั่วโมงฝนถึงจะเบาลง ทำให้วันนี้สนามคอนข้างที่ชุ่มน้ำพอสมควร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแฟนบอลมาเลเซียหลายหมื่นคน ก็ยังเดินทางมาสนามตั้งแต่เที่ยงวัน ทั้งที่เกมการแข่งขันจะมีขึ้นในเวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง

และก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่ม 3 ชั่วโมง กองเชียร์ทีมชาติไทย ก็เดินทางมาถึงสนามเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังคงน้อยกว่าเหล่าอุลตร้ามาเลย์ ที่ว่ากนว่าเชียร์ได้ทรงพลังและดุดัน ซึ่งก็ได้มีการจุดพลุแฟร์กันแต่หัววัน แต่เป็นการจุดภายนอกสนาม

เวลา 19.09 น. กองทัพ ช้างศึก ทีมชาติไทย ก็เดินออกจากห้องพักนักกีฬา เพื่อลงสนามวอร์มก่อนการแข่งขัน ซึ่งก็ได้รับเสียงเชียร์จากแฟนบอลไทย ประมาณ 5000 คนลั่นสนาม นอกจากนี้แฟนบอลมาเลเซีย ต่างก็ลุกปรบมือใหกับ ช้างศึก ด้วยเช่นกัน

1656321_10152621792518380_164761169548683702_nเวลา 19.52 น. นักเตะทั้ง 2 ทีมเดินลงสนามโดย ช้างศึก ทีมชาติไทย ใส่ชุดสีแดงล้วน ส่วนเจ้าบ้าน เสือเหลือง มาเลเซย มาในชุดเสื้อนำเงิน กางเกงขาว ถุงเทาน้ำเงิน

เริ่มเกมครึ่งเวลาแรก ช้างศึก เขี่ยลูกก่อนบุกจากขวาไปซ้าย และเป็นทาง เสือเหลือง ที่ทำเกมได้ดีกว่าเล็กน้อย นาทที่ 4 ก็มาได้จุดโทษ ซาฟิก รอฮิม ดาวเตะตัวเก่งของเจ้าบ้านสังหารไม่พลาด เรียกเสียงเฮได้ลั่นสนาม ทำให้สกอร์ 2 นัด มาเลเซีย ไล่มาเปน 1-2

นาทีที่ 10 ช้างศึก เกอบที่จะได้ประตูตีเสมอเมื่อ เจ้ากอล์ฟ อดิศักดิ์ ไกรษร ได้หลุดไปล่อเป้าแต่บอลดันผ่านหน้าปากประตูออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 12 โอกาสของทีมชาติไทย ก็มาอกรั้ง เจ้าบาส พีรพัฒน์ โน๊ตชัยยา ได้ลองสับไกด้วยเท้าขวาข้างไม่ถนัดแต่บอลพุ่งเป็นจรวดโค้งปลายเฉี่ยวเสาออกหลังไปนิดเดียว

จากนั้น ช้างศึก ทีมชาติไทย ก็ขึงเกมบุกได้ฝ่ายเดียว มาเลเซีย ทำได้แค่รับและรอหาจังหวะโต้กลับเร็วเท่านั้น นาทีที่ 21 เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้ส่องจากระยะไกลบอลพุ่งเรียดไปโดน ฟารีซาล มาร์เลียส ออกมาแต่ไม่มีนักเตะไทยเข้าชาร์จถึง

มาเลเซีย ที่ออกนำ ช้างศึก 1-0 เกมดูเป็นรองไทย จนต้องงัดลูกเก่งคือเตะคนมาใช้ แต่นักเตะไทย ก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเล่นบอลแบบไม่สนใจ นาทีที่ 28 เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก็งัดที่เด็ดมาหลอกจนเจ้าบ้านหัวปั่นไปหลายจังหวะ

10435981_10152621792513380_6291625174428099879_nนาทีที่ 31 ช้างศึก ต่อบอลกันอย่างสวยก่อน เมสซี่เจ จะจ่ายบอลออกไปให้ เจ้าต้น นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม ได้หลุดไปในกรอบเขตโทษแต่ทว่าเจ้าตัวไม่ยิง เลือกที่จะจ่าย ทั้งที่ยิงได้ลุ้น แต่ก็บอลแรงเกินไปเพื่อนเข้าไม่ถึงพลาดโอกาสได้ประตูตีเสมอ

นาทีที่ 44 ช้างศึก มีโอกาสได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อ อดิศักดิ์ ไกรษร ได้บอลกระชากเข้าไปในฝั่งเสือเหลือง ก่อนจะจ่ายให้ เมสซี่เจ ก่อนที่เจ้าตัวจะตวัดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ หลุดเข้าไปยิงติดเซฟ ฟารีซาล มาร์เลียส

จากนั้นช่วงทดเวลานาทีที่ 2 แฟนบอลเสือเหลือง ก็ได้เฮกันทั้งสนามเมื่อ ช้างศึก เล่นกันผิดพลาดในแดนหลังทำให้ ปุตรา มหายุดดิน ทะยานขึ้นโขกบอลข้ามตัว กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เข้าประตูไป จบครึ่งแรก มาเลเซีย ออกนำ ทีมชาติไทย 2-0 สกอร์รวมเท่ากันที่ 2-2หากมีประตูเกินขึ้นอีกเกมจะจบลงที่ 90 นาทีแน่นอน

เริ่มครึ่งหลังมาได้ 2 นาที ช้างศึก ก็เกือบที่จะได้ประตูเมื่อ เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้หลุดเดี่ยวแต่จับบอลแรกไม่ดีพอได้จังหวะยิงบอลแฉลบแผงหลัง เสือเหลือง มาเลเซีย ออกหลังไป

จากนั้น ช้างศึก ก็โหมบุกเข้าใส่อย่างหนักทำให้กองหลังมาเลเซีย เริ่มที่จะออกลูกลนลานให้ได้เห็น นาทีที่ 52 เจ้าตังค์ สารัช อยู่เย็น ได้เติมขึ้นมายิงแต่บอลก็ลอยข้ามคานออกไปอีก

10857816_10152621792508380_4799147198558852158_nนาทีที่ 56 เสือเหลือง มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย ซาฟิก รอฮิม วิ่งเข้าไปปั่นบอลโค้งเสียบเสาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม มาเลเซีย ขึ้นนำ ทีมชาติไทย 3-0 ทำให้สกอร์รวม มาเลเซีย ออกนำ 3-2

หลังจากโดนทิ้งห่าง ช้างศึก ที่ขอเพียงประตูเดียวก็จะโยนความกดดันไปให้เจ้าบ้าน ก็ยังคงเปิดเกมเข้าใส่อย่างหนักแบบไม่มีอะไรจะเสีย

นาทีที่ 80 ช้างศึก มาได้ฟรีคิกระยะน่ารักน่าลุ้นหน้ากรอบเขตโทษ เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ วิ่งข้ามบอล เจ้าตังค์ สารัช อยู่เย็น ปั่นไปโดน ฟารีซาล มาร์เลียส ปัดออกมาเข้าทาง ชาริล ชัปปุยส์ ซัดจังหวะเดียวเข้าเสาสองไป ช้างศึก ไล่มาเป็น 1-3 สกอร์รวมเท่ากันที่ 3-3 หากจบสกอร์นี้จะคว้าแชมป์ทันทีด้วยกฎอเวย์โกล

หลังจากได้ประตูตีไข่แตก ช้างศึก ก็ยังคงเปิดเกมเข้าใส่นาทีที่ 88 เสียงเชียร์ มาเลเซีย ต้องเงียบทั้งสนามเมื่อ เมสซี่เจ แผลงฤทธิ์ได้ปั่นโค้งหน้ากรอบเขตโทษบอลพุ่งหายเข้าไปในประตู ช้างศึก ไล่มา 2-3 เข้าใกล้แชมป์สมัยที่ 4 เพราะมาเลเซีย ต้องยิงถึง 2 ลูกถึงจะได้แชมป์

เวลาที่เหลือไม่มีทีมใดพังประตูเพิ่มได้ทำให้จบเกม ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่แพ้ 3-2 ก็ยังสามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ไปได้ พร้อมกับเป็นแชมป์แรกในรอบ 12 ปี รับรางวัลต่างๆไปกว่า 25 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ยังกลายเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ลูกหนังอาเซียน ที่สามารถคว้าแชมป์ได้ทั้งสมัยเป็นผู้เล่น และเป็นกุนซือ ส่วน ซาเลห์ กลายเป็นคนแรกที่ได้ ดับเบิ้ลรองแชมป์ ทั้งนักเตะ และกุนซือ

สำหรับนักเตะยอดเยี่ยม (MVP) ตกเป็นของ เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ด้านดาวซัลโว ตกเป็นของ ซาฟิก รอฮิม

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม

ทีมชาติมาเลเซีย : ฟารีซาล มาร์เลียส (ผู้รักษาประตู), คุนานลาน ซุบรามาเนียม, ชูกอร์ อาดาน (C), อาฟิฟ อมิรุดดิน, ซูบีร์ อัซมี่, อาซามมุดดิน อากิล, บาดรี่ ราดซี่, อัมรี่ ยาห์ยาห์, ซาฟิก รอฮิม, ปุตรา มหายุดดิน, นอร์ชาห์รุล ตาลาฮา

ทีมชาติไทย : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK) (C), นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม, สุทธินันท์ พุกหอม, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีรพัฒน์ โน๊ตชัยยา, สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ประกิต ดีพร้อม (ศราวุฒิ มาสุข น.62), เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ (อดุล หละโสะ น.88), อดิศักดิ์ ไกรษร