กิเลนป่นปลาทู2-0,ชลโหด5-0/บิ๊กแบง เฮ1-0ด.1

Home / ข่าวฟุตบอลไทยลีก / กิเลนป่นปลาทู2-0,ชลโหด5-0/บิ๊กแบง เฮ1-0ด.1

ศึกลูกหนัง “ไทยพรีเมียร์ลีก 2011” เกม นัดที่ 9 ของฤดูกาล ประจำวันอาทิตย์ที่ 17 เม.ย. นี้ มีดวลแข้งกัน 5 คู่จาก 5 สนาม

เริ่มที่ ‘บิ๊กแมตช์’ ที่สนามยามาฮ่า สเตเดี้ยม “กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า 2 สมัย อันดับ 7 มี 14 คะแนน เปิดรังเหย้าดวลแข้งกับ “ปลาทูคะนอง” เอสซีจี สมุทรสงคราม เอฟซี อันดับ 8 มี 11 คะแนน  ท่ามกลางบรรยากาศแฟนบอลของทั้งสองฝั่งที่เข้ามาให้กำลังใจทีมรักกันเกือบหมื่นคน

นัดนี้ เอ็นริเก้ คาลิสโต้ กุนซือเมืองทองฯ จะส่งตัวหลักลงครบครัน  นำทัพโดย ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ เซนเตอร์กัปตันทีม วาง ดักโน่ เซียก้า กับ ดัสกร ทองเหลา สร้างสรรค์เกมตรงกลางป้อนบอลให้ ธีรศิลป์ แดงดา ทะลวงสกอร์

ส่วนทางด้านโค้ช พล ชมชื่น หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมเยือน จัดทัพมาสู้เต็มที่เช่นกันวาง ชัยวุฒิ วัฒนะ สวมปลอกแขนกัปตันทีมคุมเกมแผงมิดฟิลด์ โดยมี โชคลาภ นิลแสง เป็นตัวทีเด็ดแดนหน้า

เขี่ยบอลเล่นมา 20 นาทีเจ้าถิ่นครองบอลบุกใส่ได้เหนือกว่า แต่ยังหาทางเจาะไม่เข้า จนถัดไป 5 นาที เป็นทีมเยือนที่มามีลุ้นก่อนจาก เอฟเฟ่ โอโบเด้ แข้งแนวรุกที่ล้มตัวยิงจากลูกเปิดของเพื่อนร่วมทีมฝั่งขวาข้ามคาน

หลังจากหวุดหวิดเสียประตู ทัพกิเลนผยอง ตั้งลำพาบอลบุกขึ้นมาใหม่ กระทั่งนาที 41 สาวกอุลตร้าเมืองทองฯ ก็ได้แหกปากเฮกันลั่น เมื่อทีมมาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะ พงษ์พิพัฒน์ คำนวณ แผงหลังทีมเยือนไปทำฟาวล์ มิโรสลาฟ ทอธ ล้มในเขตโทษและเป็น ดากโน่ เซียก้า ที่อาสาสังหารเข้าไปกลางประตูให้เจ้าถิ่นนำทะยานนำช่วงครึ่งแรก 1-0

ดากโน่ เซียก้า ตะบัน จุดโทษพาเมืองทองฯนำ 1-0

จากนั้นกลับมาหวดต่อครึ่งหลังเพียง 3 นาที เจ้าถิ่นก็มาพังประตูนำห่างสำเร็จ จากจังหวะแนวรับทีมเยือนโหม่งเคลียร์ทิ้งลูกเปิดเตะมุมฝั่งขวาของ ดัสกร ทองเหลา ไม่ดีไปเข้าทางปืน มิโรสลาฟ ทอธ หัวหอกชาวสโลวัก ที่ง้างเท้าวอลเลย์ใบไม้ร่วงสุดสวยบริเวณหัวกะโหลกเสียบคานตุงตาข่ายงามหยดส่ง เมืองทองฯนำ2-0

พลันโดนนำห่างขุนพลแข้ง ปลาทูคะนอง เร่งเครื่องทันที นาที 48 ก็ใกล้เคียงมาทวงตีตื้นได้จาก วิทยา นนทะลี ที่สบโอกาสยิงไกลระยะ 30 หลาฝั่งซ้ายลูกพุ่งแรงจน กวิน นายทวารเจ้าถิ่นต้องบินปัดออกหลัง

ช่วงที่เหลือเมืองทองฯแม้นำห่างแต่ก็ยังไม่เพลาเกมบุกแต่อย่างใด แต่ก็ไม่มีสกอร์เพิ่มจบเกม เมืองทองฯเปิดรังทุบสมุทรสงคราม 2-0 คว้าสามแต้มไปครอง เก็บเพิ่มเป็น 17 คะแนน พุ่งพรวดมาอยู่อันดับ 4 ทำแต้มไล่จี้จ่าฝูงบุรีรัมย์ พีอีเอ เหลือเพียง  6 คะแนน ส่วนสมุทรสงคราม ตกไปอยู่ที่9 มี 11 แต้มเท่าเดิม

มิโรสลาฟ ทอธ(แดง) เกือบโดนแข้งปลาทูฯเตะเสยปลายคาง

ดัสกร (แดง) จอมทัพเมืองทองฯ สกัดบอลอย่างทุ่มเท

เอ็นจี ดีวาย (ฟ้า)แนวรับทีมเยือน บังทาง นฤพล อารมณ์สวะ มิดฟิลด์ดาวรุ่งกิเลนฯ

ดากโน่ เซียก้า (แดง) กองกลางผู้ซัดจุดโทษพาเมืองทองฯ ทะยานนำครึ่งแรก 1-0

ส่วนผลคู่อื่นๆ ที่น่าสนใจ

ที่สนามชลบุรี สเตเดี้ยม “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี  เปิดรัวโหดถล่ม “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี ผู้มาเยือนขาดลอย 5-0 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูจาก วลาดิเมียร์ ริบิค น.22, พิภพ อ่อนโม้ น.38, อดุล หละโสะ(สำรอง) น.53 และ สุกรี อีแต (สำรอง) น.76, 82 โดยชลบุรี เก็บเพิ่มเป็น20คะแนน รั้งรองจ่าฝูงเหมือนเดิม

ที่สนาม ม.ธรรมศาสตร์ (รังสิต) อินทรีเพื่อนตำรวจ เปิดรังเหย้าเฉือนหวิว บีอีซี เทโรศาสน ด้วยสกอร์ 1-0 จากประตูชัยของ ชาคริต บัวทอง น. 56

ที่สนามลีโอ สเตเดี้ยม บางกอกกล๊าส เอฟซี  คืนฟอร์มเก่งเปิดสังเวียนเหย้ารัวชนะ ราชนาวีสโมสร  ขาดลอย 4-0 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูจาก ศรายุทธ ชัยคำดี น. 22, สุธี สุขสมกิจ น.71 และ ซารูตะ ฮิโรโนริ เบิ้ลสองตุง น.82, 90

ปิดท้ายที่สนาม มรภ.มหาสารคาม ขอนแก่น เอฟซี  เปิดบ้านเฉือน เชียงราย ยูไนเต็ด  ผู้มาเยือนจากเมืองเหนือ 3-2 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูจาก คำแพง สายวุฒิ น.11, 49 และ จัตตุพล สิทธิเลาะ น.44 ส่วนทีมเยือนได้ประตูจาก ภานุพงษ์ อารัมภ์วิโรจน์ น.28 และ คัมภีร์ ปินฑะกูล น. 62

ขณะที่ผลฟุตบอล ดิวิชั่น 1 ที่ลงเตะในวันเดียวกัน ปรากฏผลดังนี้

‘บิ๊กแบง’ บีบีซียู เอฟซี เปิดสนามกองทัพบก เชือดหวิว ‘พลังเพลิง’ ปตท.ระยอง 1-0 ได้ประตูชัยจาก อนุชา ช่วยศรี มิดฟิลด์จอมขยันในช่วงต้นเกมครึ่งแรก นาทีที่ 10 ส่งผลให้ลูกทีมของ ‘ซิโก้เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ยังรักษาสถิติไม่แพ้ใครไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม แข่ง 9นัด ชนะ6 เสมอ3 มี 21 คะแนน อยู่อันดับสอง โดยมีแต้มเท่ากับ บุรีรัมย์ เอฟซี จ่าฝูงที่มีลูกได้เสียดีกว่า

สำหรับเกมนัดต่อไป บีบีซียู เอฟซี มีคิวยกพลออกไปเยือน เชียงใหม่ เอฟซี วันที่ 24 เม.ย.ที่สนามกีฬาสมโภช 700 ปี เวลา 18:00 น.

เจ.ดับบลิว รังสิต เอฟซี ชนะ สงขลา เอฟซี  1-0

อาร์แบค เอฟซี เจ๊า แบงค็อก ยูไนเต็ด 2-2

บุรีรัมย์ เอฟซี ชนะ กัลฟ์ สระบุรี เอฟซี 2-0

เอฟซี ภูเก็ต คว่ำ เชียงใหม่ เอฟซี  4-0