คิงส์ คัพ คิงส์คัพ 2019 ทีมชาติไทย สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

การตัดสินใจอยู่ที่โค้ช! สมยศกล่าวถึง ‘เมืองทอง’ กับทีมชาติไทย

Home / ข่าวฟุตบอลไทยลีก / การตัดสินใจอยู่ที่โค้ช! สมยศกล่าวถึง ‘เมืองทอง’ กับทีมชาติไทย

พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผยถึงความคืบหน้าและความพร้อมสำหรับการจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 47 ที่จะจัดขึ้น ณ สนาม ช้าง อารีนา จังหวัด บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 5-8 มิถุนายน 2562 นี้

พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ กล่าวว่า “การจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 มิถุนายน 2562 ณ สนามช้าง อารีน่า จังหวัดบุรีรัมย์ ทางสมาคมฯ ได้รับผิดชอบในการทำหน้าที่เรื่องของการจัดการแข่งขัน ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางสนามช้างอารีน่า ของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีความพร้อม เชื่อว่าการจัดการแข่งขันจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้”

“สำหรับ ทีมชาติไทย เรามีการเตรียมความพร้อม โดยสมาคมฯ ได้แต่งตั้งให้ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย และ “โค้ชโชค” โชคทวี พรมรัตน์ เป็นผู้รับผิดชอบในการเตรียมทีม เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลรายการดังกล่าว”

“กรณีที่มีข่าวในสื่อต่างๆ ว่าทาง สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไม่ต้องการให้ทางสมาคมฯ เรียกผู้เล่นในสังกัดของสโมสรเอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ด นั้น ในส่วนตัว ผมมองว่า สมาคมฯ มีความรับผิดชอบในส่วนหนึ่ง ส่วนเรื่องผู้เล่น การเตรียมทีม หรือ การฝึกซ้อมนั้น เป็นความรับผิดชอบ และการตัดสินใจของโค้ชและทีมงาน สมาคมฯ ไม่เคยก้าวก่ายในส่วนนี้”

“เราต้องการให้โค้ชและทีมงานมีอิสระในการตัดสินใจที่จะเลือกตัวผู้เล่น หรือการฝึกซ้อมต่างๆ โดยที่สมาคมฯ มีหน้าที่สนับสนุนและอำนวยความสะดวก เพราะฉะนั้นอยากให้โค้ชใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจ เพราะโค้ชได้ออกไปดูตัวนักฟุตบอล โค้ชย่อมมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการตัดสินใจ มากกว่าสมาคมฯ ส่วนโค้ชจะตัดสินใจเลือกนักเตะในสังกัดเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด หรือไม่ ก็อยู่ที่ โค้ชโต่ย และโค้ชโชค จะตัดสินใจ”

“กรณีของมุ้ย (ธีรศิลป์ แดงดา) ส่วนตัวผมมองว่า นักกีฬาหลายคนเคยทำหน้าที่รับใช้ชาติ เคยทำหน้าที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ ถ้าเขายังคงมีความสามารถที่จะทำหน้าที่แทนคนไทยทั้งชาติได้ ก็อยากให้โอกาสเขา ได้แสดงฝีมือ และพิสูจน์ตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นการเรียกฟอร์มที่ดีกลับมาได้ ซึ่งมันเป็นประโยชน์แก่ประเทศไทย และเป็นประโยชน์แก่สโมสรด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมในฐานะ นายกสมาคมฯ ก็ไม่อยากจะพูดอะไร เพื่อให้มีผลกระทบกับสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสโมสรต้นสังกัดของนักกีฬา”

“สมาคมฯ รับผิดชอบเรื่องทีมชาติก็จริง แต่นักกีฬาเป็นทรัพย์สมบัติของสโมสร ถ้าสโมสรและสมาคมฯ มีความขัดแย้งกันหรือไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี เพราะฉะนั้นผมยังเคารพในความคิด เชื่อว่าทางสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คงมีเหตุผล”

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลรายการชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 จะจัดขึ้นในวันที่ 5 และ 8 มิถุนายน 2562 ณ สนามช้าง อารีน่า จังหวัดบุรีรัมย์ โดยแฟนฟุตบอลไทยทุกท่านสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ที่หน้าสนามแข่งขัน และช่องทางออนไลน์ที่ www.thaiticketmajor.com รวมถึงมีการถ่ายทอดสดผ่านทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32

 

 

โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 47 มีดังนี้

วันที่ 5 มิถุนายน 2562

ทีมชาติกือราเซา พบกับ ทีมชาติอินเดีย ที่สนาม ช้าง อารีนา เวลา 15.30 น.

ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติเวียดนาม ที่สนาม ช้าง อารีนา เวลา 19.45 น.

 

วันที่ 8 มิถุนายน 2562

คู่ชิงอันดับ 3 ที่สนาม ช้าง อารีนา เวลา 15.30 น.

คู่ชิงชนะเลิศที่สนาม ช้าง อารีนา เวลา 19.45 น.

 

…………………………………..

 

ข้อมูลที่น่าสนใจ

– การจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ก่อนหน้านี้เคยจัดขึ้นที่ต่างจังหวัดมาแล้ว ได้แก่ สนามสุระกุล จ.ภูเก็ต ปี 2005, 2009, สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จ.เชียงใหม่ ปี 2013 และสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา ปี 2009, 2010 และ 2015

– กรณีหากใช้สนามช้างอารีนา จ.บุรีรัมย์ จะถือเป็นการจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ขึ้นเป็นครั้งแรก

– ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพถูกจัดขึ้นที่ประเทศไทยทุกปี เริ่มจัดครั้งแรกในปี 1968 และมีการจัดต่อเนื่องทุกปีจนถึงปัจจุบันยกเว้นในปี 2008, 2011 และ 2014 โดยในบางปีจะมีการรับเชิญทีมสโมสรมาร่วมแข่งด้วย ทีมที่ชนะสูงสุดคือฟุตบอลทีมชาติไทย (ทีมเจ้าภาพ) ได้ 15 สมัย