การท่าเรือ เอฟซี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โตโยต้า ไทยลีก 2019 ไทยลีก

จ่าฝูงเปลี่ยนหน้า! บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกลูบคมสยบ การท่าเรือ 3-1 ศึก โตโยต้า ไทยลีก 2019

Home / ข่าวฟุตบอลไทยลีก / จ่าฝูงเปลี่ยนหน้า! บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกลูบคมสยบ การท่าเรือ 3-1 ศึก โตโยต้า ไทยลีก 2019

“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกมาลูบคมเอาชนะ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี 3-1 คว้า 3 คะแนนสำคัญ แซงขึ้นมารั้งตำแหน่งจ่าฝูง โตโยต้า ไทยลีก 2019

 

การแข่งขันฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก 2019 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 ที่สนามแพท สเตเดี้ยม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง ยกทัพออกมาทำศึกซูเปอร์บิ๊กแมตช์แย่งบัลลังก์กับ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี

 

เริ่มเกมในครึ่งแรกได้ไม่นาน นาทีที่ 3 ปราสาทสายฟ้า ได้ขึ้นเกมทางขวา นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ยกบอลให้ รัตนากร ใหม่คามิ กระดกบอลล้นไปในเขตโทษกองหลังเจ้าถิ่นสกัดมาเข้าทาง เปโดร จูเนียร์ ได้ลากเข้าเขตโทษแล้วโดนรวบล้ม ผู้ตัดสินไม่รอช้าเป่าเป็นจุดโทษ และเป็น อันเดรส ตูเญซ รับหน้าที่สังหารซัดด้วยเท้าซ้ายเข้าประตูไป บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกออกนำ 1-0

 

จากนั้นทั้ง 2 ทีมก็เปิดเกมแลกกันอย่างดุเดือดทามกลางเสียงแฟนบอลที่ดังกึกก้องสนาม แต่ก็ไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มได้ จบครึ่งแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกมานำ การท่าเรือ เอฟซี อยู่ 1-0

เกมในครึ่งหลัง นาทีที่ 46 การท่าเรือ มาได้ประตูตีเสมอเมื่อขึ้นเกมทางซ้าย ปัณณ์พันธุ์พงษ์ ปิ่นกอง วิ่งไปเก็บบอลก่อนจะเปิดเข้ามาที่เสาแรก เซอร์จิโอ ซัวเรซ วิ่งโฉบเข้าไปโหม่งบอลเข้าประตูไป สิงห์เจ้าท่า ตีเสมอ 1-1

จากนั้นนาทีที่ 55 สุภโชค สารชาติ ได้บอลกลางสนามแทงบอลออกทางซ้ายให้ เปโดร จูเนียร์ ใช้ความเร็วควบไปถึงบอลก่อนจะลากตัดเข้าเขตโทษแล้วยิงแหวกผู้เล่น การท่าเรือ เอฟซี บอลพุ่งเข้าไปนอนที่ก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ปราสาทสายฟ้า ขึ้นนำ 2-1

 

นาทีที่ 63 ปราสาทสายฟ้า ได้เตะมุมทางขวา ศศลักษณ์ ไหประโคน เปิดบอลเข้าไปที่เสาแรก เปโดร จูเนียร์ โขกบอลไปโดน วัชระ บัวทอง ปัดมาเข้าทาง ชิติพัทธ์ แทนกลาง ได้ขึ้นโขกเหน่งๆ บอลเสียบสามเหลี่ยมเข้าประตูไป บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หนีเป็น 3-1

 

จากนั้นทั้ง 2 ทีมก็เปิดเกมใส่กันแบบไม่มีใครยอมใคร แต่ก็ไม่มีฝ่ายใดที่จะเจาะแนวรับของคู่แข่งเข้าไปทำประตูเพิ่มได้ จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ การท่าเรือ เอฟซี 3-1 คว้า 3 คะแนนไปครอง ส่งผลให้ ปราสาทสายฟ้า ขึ้นไปรั้งบัลลังก์จ่าฝูง ด้วยการมี 29 คะแนน จาก 14 นัด ส่วน สิงห์เจ้าท่า หล่นไปเป็นรองจ่าฝูงด้วยการหยุดอยู่ที่ 28 คะแนน จาก 14 นัด

 

รายชื่อ 11 ตัวแรกทั้งสองทีม

การท่าเรือ เอฟซี : วัชระ บัวทอง (GK) – นิติพงษ์ เสลานนท์ , เอเลียส ดอเลาะ (ใบเหลือง น.40) , ทศพล ลาเทศ (สุมัญญา ปุริสาย น.65) , ปัณณ์พันธุ์พงษ์ ปิ่นกอง – ดาบิด โรเชลา , ศิวกร จักขุประสาท (อาทิตย์ บุตรจินดา น.85) – ปกรณ์ เปรมภักดิ์ (นูรูล ศรียานเก็ม น.75) , เซร์คิโอ ซัวเรส , บดินทร์ ผาลา – ดราแกน บอสโควิช

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (GK) – พรรษา เหมวิบูลย์ , อันเดรส ตูเญซ , ชิติพัทธ์ แทนกลาง (ใบเหลือง น.24) – นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม (ใบเหลือง น.50) , ฮาจิเมะ โฮโซไก (ใบเหลือง น.45) , รัตนากร ใหม่คามิ , ศศลักษณ์ ไหประโคน – สุภโชค สารชาติ (ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา น.79) , ศุภชัย ใจเด็ด (ใบเหลือง น.5) (กรกช วิริยอุดมศิริ น.90+3) , เปโดร จูเนียร์

 

…………………………………….

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

– ทั้งคู่พบกันแล้ว 17 นัดรวมทุกรายการ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชนะ 11 เสมอ 4 และแพ้ 2 นัด
– 2 นัดที่ การท่าเรือ เอฟซี ชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือการเล่นในบ้านทั้ง 2 นัด เริ่มจาก ในปี 2012 ที่เปิดบ้านชนะ 2-1 และ ในปี 2014 ที่เปิดบ้านชนะ 1-0 ในเกมลีก
– จเด็จ มีลาภ คุม การท่าเรือ เอฟซี ไม่เคยชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดย 4 นัดที่ผ่านมา เสมอ 2 นัด และ แพ้ 2 นัด นอกจากนี้ ตลอดชีวิตการคุมทีม ยังเอาชนะ ปราสาทสายฟ้า ได้เพียงนัดเดียวเท่านั้น ในสมัยที่คุม วัวชน ยูไนเต็ด เปิดบ้านชนะ 2-1 ในโตโยต้า ไทยลีก ปี 2012