ช้าง เอฟ.เอ.คัพ 2019 ตราด เอฟซี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

“ปราสาทสายฟ้า” ยังเหนียว! โดนนำ 2-0 ตีเจ๊าดวลจุดโทษคว่ำตราด 5-4 ศึก ช้าง เอฟ.เอ. คัพ 2019

Home / ข่าวฟุตบอลไทยลีก / “ปราสาทสายฟ้า” ยังเหนียว! โดนนำ 2-0 ตีเจ๊าดวลจุดโทษคว่ำตราด 5-4 ศึก ช้าง เอฟ.เอ. คัพ 2019

“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์ 4 สมัยยังเหนียว ดวลจุดโทษเอาชนะ ช้างขาวจ้าวเกาะ ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศศึก ช้าง เอฟ.เอ. คัพ 2019

การแข่งขันฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ 2019 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อวันพุธที่ 7 สิงหาคม 2562 ที่สนามกีฬากลางจังหวัดตราด “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์รายการนี้ 4 สมัย ยกทัพออกมาเยือน “ช้างขาวจ้าวเกาะ” ตราด เอฟซี

เริ่มเกมในครึ่งแรกเป็นไปอย่างสนุก ต้องรอถึงนาทีที่ 44 ถึงมีสกอร์แรกเจ้าถิ่นได้เตะมุมทางขวา ธัชนนท์ นคราวงศ์ เปิดบอลเข้าไปที่เสาสอง ดิยุฟ บีรัม โขกบอลย้อยทางเด้งลงที่โคนเสาเข้าประตูไป ตราด เอฟซี ออกนำ 1-0 ทำให้จบครึ่งแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตามหลัง ตราด เอฟซี 0-1

เกมในครึ่งหลัง นาทีที่ 51 ตราด เอฟซี ได้ขึ้นเกมทางซ้าย ล็องซานา ดุมบูญา เก็บบอลได้ที่สุดเส้นหลัง แล้วจ่ายยัดเข้าไปในเขตโทษ วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ วิ่งเข้าไปยิงบอลพุ่งเข้าประตูไป ตราด เอฟซี หนีเป็น 2-0

แต่นาทีที่ 72 ปราสาทสายฟ้า ได้ฟรีคิกทางขวา ศศลักษณ์ ไหประโคน เปิดบอลเข้าไปที่เสาสอง ทศพร ศรีเรือง ปัดบอลไม่ดี นาสเซอร์ บาราซิต ได้ยิงจ่อๆ บอลเข้าประตูไป บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไล่มาเป็น 1-2

นาทีที่ 85 ปราสาทสายฟ้า ได้เตะมุมทางขวา ศศลักษณ์ ไหประโคน เปิดเข้าไปในเขตโทษผู้เล่น ตราด เอฟซี โขกสกัดบอล 2 จังหวะมาเข้าทางผู้เล่นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก่อนที่จะเป็น อันเดรส ตูเญซ ที่ได้ยิงดาบสุดท้ายบอลพุ่งเข้าประตูไป บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตามตีเสมอ 2-2 จบ 90 นาที บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกเสมอ ตราด เอฟซี 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป 30 นาที และไม่สามารถทำอะไรกันได้ต้องดวลจุดโทษ

โดยจุดโทษ 5 คนแรกของทั้ง 2 ทีม ยิงเข้าเท่ากัน 4 คน เสมอกัน 4-4 สกอร์รวม 6-6 ต้องยิงกันแบบตัวต่อตัว รัตนากร ใหม่คามิ ยิงเข้าประตูไป ส่วน ตราด เอฟซี ส่ง ณภัทร ธำรงศุภกร มายิง ปรากฏว่ายิงข้ามคานออกไป ทำให้จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เอาชนะไปในช่วงยิงจุดโทษ 5-4 รวมสกอร์ 7-6 ส่งผลให้ ปราสาทสายฟ้า ได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่อไป

 

รายชื่อ 11 ตัวแรกทั้งสองทีม

ตราด เอฟซี : ทศพร ศรีเรือง(GK) – สุพจน์ วงษ์หอย(น.120 เฉลิมศักดิ์ แก้วสุขแท้) , ไบฮัคกี ไคซาน , นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ , สถาพร แดงศรี – พิชิต ใจบุญ(น.114 ณภัทร ธํารงศุภกร) , วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ , ธัชนนท์ นคราวงศ์(น.70 เกรียงไกร พิมพ์รัตน์) , กาฟาร์ ดูโรซินมี – ลอนซานา ดุมบูญา , บิรัม ดิยุฟ

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (GK) – พรรษา เหมวิบูลย์ , อันเดรส ตูเญซ , ชิติพัทธ์ แทนกลาง – ศศลักษณ์ ไหประโคน , สเตฟาน ปัลลา , ฮาจิเมะ โฮโซไก(น.59 ศุภณัฏฐ์เหมือนตา) , สุภโชค สารชาติ , อิรฟาน ดอเลาะ(น.46 รัตนากร ใหม่คามิ) – แรสมุส ยอนส์สัน , ศุภชัย ใจเด็ด