“เจ้าท่า” ปิดเลกแรกเข่นบีจี 2-1 ยึดที่ 4, กิเลนฯโหด4-0

Home / ข่าวฟุตบอลไทยลีก / “เจ้าท่า” ปิดเลกแรกเข่นบีจี 2-1 ยึดที่ 4, กิเลนฯโหด4-0

ศรายุทธ ชัยคำดี ดาวยิงกัปตัน "เจ้าท่า" จังหวะแหวกแนวรับบีจี

ศึกลูกหนัง ?สปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก 2010? นัดประจำวันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม ?มีแข่งขันด้วยกัน ทั้งหมด 4 คู่ จาก 4 สนาม ปรากฎผล ดังนี้

?บิ๊กแมทช์? ?เป็นการโคจรมาพบกันระหว่างสองทีมฟอร์มแรง ที่นัดล่าสุดต่างคว้าชัยชนะมาได้ด้วยกันทั้งคู่ ?สิงห์เจ้าท่า? การท่าเรือไทย เอฟซี อันดับ 6 มี 23 คะแนน เปิดรังเหย้า แพท สเตเดี้ยม(คลองเตย) ลงเล่นนัดสุดท้ายเลกแรก รับการไปเยือน ?กระต่ายแก้ว? บางกอกกล๊าส เอฟซี อันดับ 4 มี 24 คะแนน ?ท่ามกลางบรรยากาศแฟนบอลที่ต่างมาเชียร์ทีมรักของตนกันอย่างเนืองแน่น

เกมนี้เจ้าถิ่นเน้นเป็นพิเศษ เพื่อสามแต้มส่ง สมปอง สอเหลบ จับคู่ล่าตาข่ายแดนหน้ากับ ศรายุทธ ชัยคำดี ดาวยิงกัปตันทีม ส่วนทีมเยือนมี อำนาจ แก้วเขียว ปราการหลังกัปตันทีมคุมแนวรับ วาง อนนท์ บุญสุโข เป็นจอมทัพ มี พอล บีคอมโบ้ เอคโคโล่ หัวหอกผิวสีเป็นตัวทีเด็ดในการจบสกอร์

เปิดฉากมาทั้งสองทีมต่างดาหน้าทำเกมรุกบุกใส่กันอย่างสนุก แต่ยังหาจังหวะจบสกอร์กันไม่ได้ กระทั่งนาทีที่ 15 กองเชียร์ ?แรบบิท? ก็มาได้เฮ! กันสนามแทบแตก เมื่อทีมมาได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ พงษ์พิพัฒน์ คำนวณ แบ๊กซ้ายท่าเรือ ไปฟาล์ว พอล เอคโคโล่ หัวหอกบีจี ในเขตโทษ และเป็น ศุภชัย คมศิลป์ แบ๊กซ้าย ที่รับหน้าที่สังหารนิ่มๆ ยิงไปทางขวามือของตัวเองให้ บีจี ทะยานนำ 1-0

หลังเสียประตูเจ้าถิ่นโหมหนักทันที นาทีที่ 18 ใกล้เคียงจะได้ลูกตีเสมอเป็นที่สุด จากจังหวะที่ อาลิฟ เปาะจิ มิดฟิลด์ท่าเรือฯ ได้บรรจงอัดเน้นๆเต็มข้อ จากวงกลมสนามลูกพุ่งถากเสาแรกออกหลังไปแบบหวุดหวิด จากนั้นเกมส่วนใหญ่ยังตกเป็นของเจ้าถิ่นที่พยายามครองเกมบุกกดดันใส่อย่างไม่ลดละหมายจะทวงประตูคืนให้ได้ แต่การจบสุดท้ายยังไม่เด็ดขาดจบ 45 นาทีแรกท่าเรือฯจึงตามหลังอยู่ 0-1

สมปอง สอเหลบ หัวหอกท่าเรือ(ส้ม) ใช้หัวจนได้ดีโขก 1 ตุงจนทีมชนะ 2-1

ครึ่งหลังเจ้าถิ่นแก้เกมมาได้ดีทีเดียว จัดการปูพรมโหมบุกแหลก นาทีที่ 51 ก็มาไล่ตีเสมอสำเร็จ จาก สมปอง สอเหลบ ดาวยิงเลือดสะตอ ที่โหม่งลูกเตะมุมของเพื่อนร่วมทีม จมตาข่ายให้ท่าเรือฯ 1-1 มาถึงตรงนี้ เจ้าถิ่นเริ่มได้ใจ ถัดไปอีก 4 นาที ศรายุทธ ชัยคำดี เกือบจะมาบวกสกอร์ให้เจ้าถิ่นหนีห่างจาก จังหวะลากลุยขึ้นมาทางซ้ายก่อนตัดสินใจยิงลูกโค้งหลุดสามเหลี่ยมนิดเดียว

จากนั้นหลังจากทีมเยือนถูกกดดันบุกใส่อย่างต่อเนื่อง ก็มาพลาดท่าโดนเจ้าถิ่นพังประตูหนีห่างเป็น 2-1 จนได้นาทีที่ 62 จากจังหวะที่ ศุภชัย คมศิลป์ แบ๊กซ้ายบางกอกกอกกล๊าสฯ โหม่งสกัดบอลจากลูกเปิดฟรีคิกของ วรวุฒิ วังสวัสดิ์ มิดฟิลด์เจ้าถิ่น ผิดเหลี่ยมเข้าไป ท่ามกลางความสะใจของกองเชียร์ท่าเรือฯที่ตามเข้ามาชมเกมในสนามหลายพันชีวิต!

เข้าสู่ช่วงโค้งท้ายของการแข่งขัน ทั้งคู่ยังเปิดเกมแลกสู้กันได้อย่างสูสี นาทีที่ 74 อาจายี่ ซามูเอล กองหน้าผิวสีบางกอกกล๊าสฯเกือบจะพังประตูให้ทีมเยือนตีเจ๊าสำเร็จ ทว่าลูกกระชากหลุดขึ้นมาแตะหลบ มุนเซ่ อุลริช นายทวารเจ้าถิ่น กะยิงมุมแคบเบียดเสาแรก กลับโชคร้ายไปกระดอนชนเสากระเด้งออกมาหน้าตาเฉย ช่วงที่เหลือ บางกอกกล๊าสฯ พยายามเร่งเครื่องโหมบุกหนักแต่ก็ยังไม่สามารถหาทางเจาะแนวรับท่าเรือฯ ที่ยังยืนสกัดกั้นกันได้ดี

สิ้นเสียงนกหวีดยาว 90 นาที การท่าเรือไทย เปิดรังแซงชนะ บางกอกกล๊าส 2-1 คว้าสามแต้มไปแแบบสุดมันส์ พร้อมกับปิดท้ายเลกแรก ด้วยการติดทอบไฟฟ์ ยึดอันดับที่ 4 ของตารางได้อย่างยอดเยี่ยม

ส่วนผลคู่อื่นๆที่น่าสนใจ

ที่สนามยามาฮ่า สเตเดี้ยม? ?กิเลนผยอง? เมืองทองฯยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูง ที่มี 32 คะแนน พบ ?วิหคเพลิง? ทีโอที แคท เอฟซี ทีมอันดับ 8 มี 20 ปรากฏว่า เกมนี้เจ้าถิ่นที่อุดมไปด้วยนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ล้นทีม จัดการโชว์ฟอร์มสมราคาแชมป์เก่า เปิดรังไล่ถล่มเอาชนะทีมเยือนไปอย่างขาดลอย 4-0 พูลสวัสดิ์ โดยเมืองทองฯได้ประตูจากากรเรียงหน้าซัลโวของ พิชิตพงษ์ เฉยฉิว น. 3, ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ น. 39, ดากโน่ เซียก้า น. 65 (จุดโทษ) และปิดท้ายที่ ธธีรศิลป์ แดงดา น. 68

ที่สนาม ม.ธรรมศาสตร์ (รังสิต) ??โปลิศ? อินทรี-เพื่อนตำรวจ? อันดับ 12 มี 11 คะแนน พบ ?ปราสาทสายฟ้า? บุรีรัมย์ พีอีเอ อันดับ 3 มี 26 คะแนน เกมนี้แม้ว่าบุรีรัมย์ฯทีมเยือนจะค่อนข้างได้เปรียบในเรื่องชื่อชั้นนักเตะและอันดับทีมที่ค่อนข้างเหนือกว่า ทว่ากลับเก็บได้เพียงแต้มเดียว จากการเสมอ 1-1 โดยทีมเยือนได้ประตูจาก สุเชาว์ นุชนุ่ม นาทีที่ 42 ขณะที่เจ้าถิ่นตีเสมอจากฝีเท้าของ สุรชาติ สารีพิมพ์ นาทีที่ 44

ปิดท้ายที่สนามศรีนครลำดวน ?กูปรีอันตราย? ศรีสะเกษ-เมืองไทย เอฟซี อันดับ14 มีอยู่ 8 คะแนน รับการไปเยือนของ ?โลมาฟ้า-ขาว? พัทยา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5 มี 24 ผลปรากฏว่า เกมนี้เจ้าถิ่นเกือบเจ๊งคารัง เมื่อมาพลาดท่าโดนพัทยาฯ บุกมายิงนำก่อน 1-0 ในช่วงครึ่งแรกนาทีที่ 33 จากฝีเท้าของ ปฎิพณ เพชรวิเศษ กองหน้า ก่อนที่ศรีสะเกษฯจะมาไล่ตีเจ๊าจาก เอกพันธ์ จันดากร ในนาทีที่ 83 จบเกมเสมอกันไป 1-1 แบ่งกันทีมละแต้ม