อเวย์โกลเหนือกว่า! ปราสาทฯฉลุยชิงโต้โยต้า แม้บุกพ่ายฉลาม2-3

Home / ข่าวฟุตบอลไทยลีก / อเวย์โกลเหนือกว่า! ปราสาทฯฉลุยชิงโต้โยต้า แม้บุกพ่ายฉลาม2-3

การแข่งขันฟุตบอล โตโยต้าลีกคัพ2011 รอบรองชนะเลิศ นัดสอง  ที่สนามชลบุรี สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างทีมเต็งแชมป์  บุรีรัมย์ พีอีเอ  ที่ยกพลไปเยือน ชลบุรี     โดยนัดแรก ปราสาทสายฟ้าเปิดบ้านทุบชนะไปก่อน  1-0 ผลงานล่าสุดในลีก  “ปราสาทสายฟ้าบุกไปเฉือน  เดอะแรบบิท” 2-1   ส่วนทางฉลามชล”  บุกไปลุยศึกเอเอฟซีคัพ เอาชนะ นาซาฟ 1-0 ก่อนพ่ายเป้าดวลจุดโทษ

อรรถพล ปุษปาคม  ส่งตัวหลักอย่าง คลาเรนซ์ บิทัง จูเนียร์  และ “ซูเปอร์แฟรงค์”  แฟรงค์ อาร์ชีพงษ์  ลงยืนแดนหน้าแนวรับมี โอบามา โจเซฟ ฟอร์เรนท์  ยืนปักหลักกับ อีฟ เอ็ควอลล่า เฮอร์แมน  ขณะแดนกลางมี  รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค บัชญาเกมร่วมกับ ,  สุเชาว์  นุชนุ่ม  และ จักรพันธ์  แก้วพรม

“โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล  เตรียมเปิดเกมรุกเต็มที่ โดยมีตัวหลักอย่าง  เทิดศักดิ์  ใจมั่น  คุมทัพกับ  อดุล  หละโส   พร้อมทั้ง  กัสตัน ราอูล กอสซาเลส  และ คาซูโตะ คูชิดะ  ขณะที่แนวรับมี  ชลทิศ  จัทคาม จับคู่กับ ดาร์โก  ราโคเซวิซ  และยังส่ง  พิภพ  อ่อนโม้  กองหน้าตัวเก่งยืนเป็นหน้าเป้า

เริ่มเกม นาที4  กลายเป็นทีมเยือนได้เฮก่อน เมื่อ รังสรรค์  วิวัฒน์ชัยโชค  เปิดลูกเตะมุมมาทีเสาแรก  สุจินต์ นาคนายม  ออกมาตัดบอลพลาด ทำให้เลยมาถึง สุเชาย์  นุชนุ่ม  โหม่งจ่อๆ  ไม่เหลือ ให้ทีมออกนำ  1-0 อย่างไรก็ตาม นาที 16  ชลบุรี ที่นานๆ ได้สวนที  มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากการสกัดไม่ขาดของกองหลังบุรีรัมย์  ซึ่งมาจากลูกเตะมุม บอลขลุกขลิกอยู่หน้าประตูก่อนมาเข้าทาง กัสตัน ราอูล กอนซาเลซ ยิงเข้าไปตุงตาข่าย

เข้าสู่นาที 24   ชลบุรี ที่กำลังตั้งเกมได้  มาเหลือผู้เล่น 10 คน  เมื่อ เค็นเน็ต อัคปูเอเซ่  กองหลังมาโดนใบเหลืองใบที่สอง จาการไปซอกใส่  แฟรงค์ อาร์ชีพงษ์  จนล้มลงไป ผู้ตัดสินควักใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงโดนไล่ออกจากสนาม ช่วงท้ายเกม  บุรีรัมย์ ที่ผู้เล่นเหนือกว่า กลับมาโดนยิงแซง 2-1 ในน.37  จากจังหวะที่เตะมุม ที่กองหลังบุรีรัมย์เคลียร์กันไม่ดีเอง  ทำให้ชลบุรีได้เปิดยัดเข้าไปหน้าประตู และเป็น พิภพ  อ่อนโม้  ตามเข้าฮอตระยะ 5 หลาเข้าไปอย่างสวยงาม ส่ง ชลบุรี  ในครึ่งเวลาแรก 2-1  ทำให้ประตูรวมเท่ากัน 2-2

ครึ่งหลัง  บุรีรัมย์ แก้เกมส่ง แฟรงค์ โอแฮนด์ซ่า กองหน้าตัวเก่งลงมาเล่นแทน  ซารีฟ สายนุ้ย  ที่วันนี้โดนประกบติดจนเล่นไม่ออก กระทั่งนาที 53 ผู้เล่นบุรีรัมย์ ที่ต่อบอลกันมาได้อย่างสวยงาม  ไหลต่อให้  แฟรงค์ โอแฮนด์ซ่า รับบอลนอกกรอบก่อนอาศัยความสามารถเฉพาะตัวพลิกยิงด้วยเท้าซ้ายเสียบสาม เหลี่ยมอย่างสวยงามช่วยทีมตีเสมอ 2-2

จากนั้นเกมจึงกลับมาสูสีอีกครั้ง  แต่ทางชลบุรี ที่ผู้เล่นน้อยกว่า มาขึ้นนำอีกครั้ง 3-2  จาก พิภพ อ่อนโม้ คนเดิม  ที่ตะบันให้ทีมออกนำอีกครั้งในนาที  72  ทำให้ทีมต้องการอีกหนึ่งประตูเพื่อผ่านเข้ารอบ ในช่วง 15 นาทีสุดท้าย บุรีรัมย์ เปลี่ยนเอา  แฟรงค์ อาร์ชีพงษ์  ออกและส่ง  ยุทธจักร  ก้อนจันทร  มิดฟิลด์ตัวรับลงไปตัดเกม  ส่วนทางชลบุรี ที่ต้องการอีกหนึ่งประตูเพื่อผ่านเข้ารอบ ส่งทั้ง เนย์ ฟาเบียโน่ กับ อาทิตย์ สุนทรพิธ  ลงไปเปิดเกมบุกเต็มที่

ทว่า หลังจากนั้นก็ไม่มีประตูเพิ่มจบเกม บุรีรัมย์ พีอีเอ บุกมาพ่าย ชลบุรี  หวุดหวิด 2-3   ทำให้สกอร์รวมกันเสมอ 3-3  แต่ “ปราสาทสายฟ้า”  ได้ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้เป็นปีที่ 2 ได้สำเร็จ  ตามกฎอเวย์โกล  ที่เปิดรังชนะ “ฉลามชล”มานัดแรก 1-0

ตัวจริง

บุรีรัมย์ พีอีเอ : ศิวรักษ์  เทศสูงเนิน (GK),อภิเชษฐ์  พุฒตาล,  โอบามา, อีฟ เอ็ควอลล่า เฮอร์แมน, ธีราทร บุญมาทัน, จักรพันธ์  แก้วพรม, รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค, สุเชาว์  นุชนุ่ม, ซารีฟ สายนุ้ย,คลาเรนซ์ บิทัง, จูเนียร์, แฟรงค์ อาร์ชีพงษ์

ชลบุรี  :  สุจินต์  นาคนายม(GK), สุรีย์ สุขะ, ชลทิศ จันทคาม,ดาร์โก้ ราโคเซวิช , ไดกิ ฮิกูชิ, คาซูโต๊ะ อูชิดะ, เทิดศักดิ์ ใจมั่น, อดุลย์ หละโส,  กัสตัน  ราอูล  กอสซาเลซ,  เค็นเน็ต อัคปูเอเซ่, พิภพ อ่อนโม้

เครดิตข่าว-ภาพ burirampea.com