เจ็บจิ๊ดถึงขั้วหัวใจ!โต๊ะเล็กไทยพ่ายยุ่นขาด 6-1 ศึกชิงแชมป์ฺเอเชีย

Home / ข่าวฟุตบอลไทยลีก / เจ็บจิ๊ดถึงขั้วหัวใจ!โต๊ะเล็กไทยพ่ายยุ่นขาด 6-1 ศึกชิงแชมป์ฺเอเชีย

ศึกฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย (เอเอฟซี ฟุตซอล แชมป์เปี้ยนชิพ) ระหว่าง ทีมชาติไทย ทีมอันดับที่ 10 ของโลก ที่ในรอบรองชนะเลิศหักปากกาเซียน โค่นอิหร่าน เบอร์ 1 ของเอเชียมาอย่างสุดมันส์ พบ ทีมชาติญี่ปุ่น ทีมอันดับ 12 ของโลกที่รอบรองสยบ ออสเตรเลีย มาได้สบายเท้า ซึ่งสถิติที่พบกัน ไทยเป็นรองอยู่เล็กน้อย โดยพบกันทั้งหมด 14 ครั้งเป็นไทยที่สามารถเอาชนะไปได้ 5 ครั้ง เสมอกัน 1 ครั้งและ ญี่ปุ่นชนะ 8 ครั้ง

เริ่มเกมส์เพียง นาทีแรก เป็น ญี่ปุ่นที่ได้ลุ้นประตูก่อนจาก โคกูเระ ที่ได้ยิงด้วยซ้ายบอลชนเสาเหลี่ยมนอกเด้งออกไป ช่วงต้นเกมส์ทั้งสองฝ่าย ต่างใช้การบีบพื้นที่ในแดนคู่ต่อสู้เพื่อไม่ให้ครองเกมส์ได้ถนัด

ญี่ปุ่นเริ่มเกมส์ได้ดีกว่า เมื่อได้ลุ้นยิงจ่อๆ จาก ราฟาเอล เฮนมี่ ที่คลึงบอลหลบผู้เล่นไทยก่อนซัดด้วยซ้ายเต็มๆ แต่สุรพงษ์ ทมพา ยังไว พุ่งปัดออกหลังไปได้ แต่ในนาทีที่ 4 ญี่ปุ่นก็ได้ประตูออกนำไปก่อนจนได้ จาก จังหวะที่ โคมิยาม่า ยูซึเกะ เปิดบอลมาหน้าประตูให้ เคนิชิโร่ โคกูเระ ได้ยิงผ่านมือสุรพงษ์เข้าประตูไปง่ายๆ ญี่ปุ่นนำไทย 1-0 ทีมโต๊ะเล็กไทยพยายามฉวยโอกาสยิงจากลูกคิกอินเหมือนนัดที่พบ อิหร่านแต่ ญี่ปุ่นแก้ทางมาดีอ่านทางบล็อกลูกยิงของไทยไว้ได้

นาที 11 ทีมชาติไทยได้ประตูตีเสมอจนได้ หลังจากที่เชตบอลกันอยู่ในแดนตัวเองพักใหญ่ๆ และเป็น ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง จ่ายบอลให้ กฤษดา วงษ์แก้ว ได้หลุดเข้าไปยิงอย่างเหนือชั้นผ่านมือ คาวาฮาร่า ฮิซามิซุ ผู้รักษาประตูของญี่ปุ่นเข้าประตูไปให้แข้งโต๊ะเล็กไทย ตามมาไล่ตีเสมอ โต๊ะเล็กปลาดิบสำเร็จ 1-1   นาที 15 แนวรับไทยพลาด เสียประตูให้ญี่ปุ่นง่ายๆ ในจังหวะที่ เคนิชิโร่ โคกูเระ ป้ายบอลเข้ากลางให้ คิตาฮาร่า วาตารุ ใช้เหลี่ยมบังบอลก่อนที่จะพลิกยิงบอลไหลเข้าเสาสอง ญี่ปุ่น กลับมานำไทยที่สกอร์ 2-1 อีกครั้ง นาที 17 ทีมชาติไทยเกือบได้ประตูตีเสมอ เมื่อ สุรพงษ์ ทมพา ฉวยโอกาส ขว้างบอลยาวให้ “เจ้าอาร์ม” ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง เกี่ยวบอลลงแต่จังหวะยิง โดนไม่ดีทำให้ ผู้รักษาประตูญี่ปุ่นรับสบาย

จบครึ่งแรก ทีมฟุตซอลไทย ตามหลัง ญี่ปุ่นอยู่ 1-2

ครึ่งหลัง นาที 21 ไทยเกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ ศุภวุฒิไหลบอลตามช่องให้ จิรวัฒน์ สอนวิเชียร หลุดขึ้นไปทางขวาก่อนเปิดบอลเข้ากลางไปให้ ก้องหล้า ที่รออยู่หน้าประตู แต่ก้องหล้ายิงไม่ถนัด เนื่องจาก ฮาร่า ฮิซามิซุ ผู้รักษาประตูของญี่ปุ่น เข้ามาบล็อกเร็ว ทำให้ญี่ปุ่นรอดพ้นจากเสียประตุไปได้ นาที 27 คิตาฮาร่า วาตารุ ถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม เมื่อไปเสียบน่าเกลียดใส่ ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน ญี่ปุ่นต้องเหลือผู้เล่น 4 คนในเวลา 2 นาทีเป็นโอกาสให้ไทยได้บุก นาที 29 ทีมชาติไทยได้เปรียบผู้เล่น และโหมบุกหนัก เพื่อหวังทวงประตูคืน เจษฎา ชูเดช ซัดไปชนคานเต็มๆ

ครบเวลา 2 นาที ที่ญี่ปุ่นถูกพักแข้ง ทีมชาติไทไม่สามารถ ทำประตูตีเสมอได้ ทำให้ ญี่ปุ่นกลับมามีผู้เล่น 5 คนอีกครั้ง นาที 31 ไทยเสียประตู ที่ 3 จากลูกตั้งเตะ หน้ากรอบเขตโทษที่ สุรพงษ์ ไปถือบอลนานเกิน 4 วินาที โดยญี่ปุ่นเล่นสูตรให้ อินาบะ โคตาโร่ ยิงเล่นทางด้วยซ้ายเข้าประตูไป ญี่ปุ่นหนีห่างเป็น 3-1

ไทยต้องการประตุเพื่อกลับสู่เกมส์ วิคเตอร์ เฮอร์มัน กุนซือชาวดัตช์จึงตัดสินใจใช้ เพาเวอร์เพลย์ แต่พลาด ถูกญี่ปุ่น ฉกบอลและเป็น ราฟาเอล เฮนมี่ ลักไกยิงไกลจากแดนตัวเองให้ญี่ปุ่นขยับหนีห่างเป็น 4-1  แผนเพาเวอร์เพลย์ของไทย เหมือนใช้ไม่ได้ผล และพลาดอีกครั้ง จนถูกคาวาฮาร่า ฮิซามิซุ ผู้รักษาประตูของญี่ปุ่นที่รับบอลไว้ได้ และฉวยโอกาสยิงไกลจากหน้าปากประตูตัวเอง ให้ญี่ปุ่นหนีห่างเป็น 5-1 นาที 38 โคมิยาม่า ฉกบอลได้ และยิงไกลเข้าประตูไปอีกครั้ง ญี่ปุ่นนำขาด 6-1

จบเกมส์ ญี่ปุ่นเอาชนะ ไทยไปได้ท่วมท้น 6-1 คว้าแชมป์เอเชียเป็นสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ ส่วนทีมไทย อกหัก ได้เพียงรองแชมป์ เป็นสมัยที่ 2 เช่นกัน