คู่ชิงในฝัน!แซมบ้ามาตามนัดขย้ำโคเคนทะลุชิงดำกระทิงอีกคำรบ

Home / ฟุตซอล / คู่ชิงในฝัน!แซมบ้ามาตามนัดขย้ำโคเคนทะลุชิงดำกระทิงอีกคำรบ

ศึกฟุตซอลโลก “ฟีฟ่า ฟุตซอล เวิร์ดคัพ ไทยแลนด์ 2012” รอบรองชนะเลิศ คู่ที่ 2 “แซมบ้า” บราซิล เจ้าของแชมป์โลก 4 สมัย ที่ทำสถิติ ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้ 7 สมัยติดต่อกัน โดยรอบที่แล้ว ได้ พ่อมดฟุตซอลอย่าง ฟัลเกา สวมบทฮีโร่ เบิ้ลคนเดียว 2 ลูกพาทีมแซงดับ อริร่วมทวีปอย่าง “ฟ้าขาว” อาร์เจนติน่า จะลงสนามดวลกับ ม้ามืด ประจำทัวร์นาเม้นท์อย่าง โคลัมเบีย ที่พลิกโค่น ยูเครนมาได้ ผ่านเข้ามารอบตัดเชือกเป็นครั้งแรก จากการลงโม่แข้งในศึกฟุตซอลโลกเป็นหนแรกอีกด้วย

เริ่มเกมส์ เป็น แซมบ้าที่เหนือกว่า เยอะ ครองเกมส์บุก ยังไม่ทันจะครบนาทีดี เป็น เฟอร์นันดิญโญ่ ได้ยิงไปติดเซฟของ ฮวน โลซาโน่ หลังจากนั้นไม่กี่วินาที บราซิลก็ทะยานออกนำจนได้ จากการยิงเสียบเสาแรกของ กาเบรียล ให้ แซมบ้าขึ้นนำ 1-0 จากนั้น เกมส์บุกของ แชมป์โลก 4 สมัยยังมาเป็นพายุ นาทีที่ 3 เฟอร์นันดิญโญ่ ป้ายบอลให้ ซิมิ ซัดไปตรงตัว ฮวน โลซาโน่ นายทวาร โคเคน ผ่าน 5 นาทีแรกของเกมส์ ยังคงเป็น บราซิล ที่เหนือกว่าทุกกระบวนท่าครองบอล หาช่องเจาะ แนวรับโคลัมเบีย อยู่อย่างต่อเนื่องนาที่ที 9 โคลัมเบียได้ โอกาส ตอบโต้บ้าง จากการยิงไกลของ  อันเดรียส เรเยส จน ติอาโก้ นายทวาร แซมบ้าต้องออกแรงปัดให้บอลข้ามคานออกไป

นาที 11 เกมส์กลับไปเป็นของ บราซิลอีกครั้ง โดยขึ้นบอลกันมาทางขวา ที่ วินิซิอัส กับตันทีม ไหลบอลเข้ามาให้ วิลเก้ กดเต็มข้อ แต่ ฮวน โลซาโน่ ยังล้มตัวรับไว้ได้ สำหรับ ผู้ชมในวันนี้ ค่อนข้างให้ความสนใจเข้าเข้ามาชมเกมส์แบบหนาตา จนเกือบเต็มความจุของ อินดอร์ สเตเดี้ยมหัวหมาก นาที่ 14 หลุยซ์ บาเรเนเชห์ ลากลุยขึ้นมา แล้วพยายามเลี้ยงผ่าน ซิมิ แต่โดนดักแย่งบอลไปได้ ก่อนเป็น ซิมิที่ลากจี้ ทำเกมส์สวนกลับ ก่อนจ่ายให้ เนโต้ ที่รออยู่ทางขวาแล้วพยายามจะชิ่งคืนมาให้ ซิมิยิงโล่งๆ แต่ หลุยซ์ บาเรเนเชห์ ยังตามาไปแก้ตัวด้วยการทิ้งตัวสกัดบอลทิ้งได้ทัน

เหลือ 3 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก เกมส์ที่ดูเหมือนจะง่าย แต่ก็ไม่ง่าย สำหรับบราซิล เมื่อ เจอโซนตั้งรับของ โคลัมเบีย ที่รับกันอย่างเหนียวแน่นในแดนตัวเอง ทำให้นักเตะ บราซิล ที่แม้จะครองบอล หาช่องอยู่ตลอด แต่ก็แทบไม่มีโอกาส สร้างสรรค์จังหวะรุก เพื่อลุ้นประตูเพิ่มได้  นาที 18 ราฟาเอล ได้ซัดไกล แต่ก็ยังติดเซฟ ของ โลซาโน่  นาที 19 โคลัมเบีย น้องใหม่ของศึกฟุตซอลโลก ก็จัดการช็อกพี่ใหญ่อย่าง บราซิล เมื่อได้ประตูตีเสมอจากจังหวะสวนกลับ ที่ โจเซ่ แทงบอลให้ เยอิซัน ฟอนเนก้า ลากบอลไปจ่ายให้ โจนาธาน โตโร่ ที่เติมขึ้นมา จับหนึ่งจังหวะ ก่อนแปด้วยซ้าย สวนตัว ติอาโก้ ที่ถลันออกมาปิดมุม ตุงตาข่าย ให้โคลัมเบียตามตีเสมอ 1-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลัง มาร์กอส โซราโต้ กุนซือบราซิล ตัดสินใจส่ง พ่อมดฟุตซอลอย่าง ฟัลเกาลงมาวาดลวดลาย จนได้ เรียกเสียงกริ๊ดกระหึมจากแฟนๆ ฟุตซอลภายในสนาม และเพียง นาทีแรก ฟัลเกา ก็โชว์สเต๊ป ลากเลื้อยหลบ ผู้เล่นของ โคลัมเบีย เข้าไปยิงด้วยซ้าย แต่ยังติดเซฟของ ฮวน โลซาโน่  นาทีที่ 23 ฟัลเกา มีบทบาทกับเกมส์ค่อนข้างมาก และสร้างโอกาสให้ทีมได้อีกครั้ง จากลูกลักษณะเดิม แต่คราวนี้บอลไปชนเสา แม้ พ่อมดฟัลเกา จะร่ายมนต์ สะกดแฟนๆในสนาม แต่นักเตะโคลัมเบีย ไม่โดนสะกดไปด้วย และฉวยโอกาสโต้กลับ เร็วและเป็น อเลสซันโดร เซอน่า ที่ได้ยิงแต่ยังไปติดเซฟจอง ติอาโก้

นาที 28 บราซิล ออกนำอีกครั้ง หลังครองบอลนวดแนวรับ โคลัมเบียอยู่นาน จากจังหวะที่ ซิมิ พยายามจ่ายย้อนเข้าตรงกลางมาให้ กาเบรียล แต่บอลไปติด ผู้เล่นของ โคลัมเบีย แต่กลายเป็นดี เหมือนตั้งให้ กาเบรียล ซัดเต็มข้อ เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมส์นี้ และ เป็นประตูให้ แชมป์โลกสี่สมัยกลับมานำ 2-1 และอีกเพียงอึดใจ แชมป์เก่า หนีห่างออกไป อีกลูกจนได้ จากจังหวะซัดไกลของ กาเบรียล คนเดิมที่บอลไปแฉลบหัวของ โจนาธาน โตโร่ เข้าประตูไปให้แซมบ้าได้เริงร่า นำ 3-1  แต่ กาเบรียบ ชวดมีรายชื่อเป็นผู้ทำแฮตทริกในนัดนี้ เนื่องจากฟีฟ่า ประกาศเป็นการทำเข้าประตูตัวเองของ โตโร่

เหลือเวลาอีก 8 นาทีเศษ โคลัมเบียที่ตกเป็นรอง สถานการณ์ย่ำแย่ ลงไปอีกเมืท่อเสียฟาวล์รวมไป 5 ครั้ง โดยที่ฝั่งบราซิลไม่เสียซักครั้ง ทำให้ต้องเล่นอย่างระมัดระวังตัวมากขึ้น เพราะหากเสีย ฟาวล์ อีกครั้งจะถูกบราซิลล่อเป้า ที่จุดโทษจุดที่ 2 ระยะ 10 เมตร ทันที แม้จะตกเป็นรอง แต่นักเตะโคลัมเบีย ไม่ตื่นเต้นตกใจมาก และยังงัดลูกเล่นสวยๆ ออกมาเรียกเสียงฮือฮา จากแฟนบอล โดยเฉพาะ อัลเจลเลตโต้ คาโด้ และ อันเดรียส เรเยส ที่มีลูกเล่นลีลาเหลือร้ายไม่แพ้ แข้งแซมบ้าเจ้าของตำรับ

จบเกมส์ เป็น “แซมบ้า” บราซิล ที่ปราบ โคลัมเบีย ที่ต่ำชั้นกว่า ชนิดเหงื่อตก เข้าไปชิงชนะเลิศ กับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง สเปน ถือเป็นการรีแมตท์ชิงชนะเลิศ ครั้งที่ 4 ของคู่นี้  สำหรับ โคลัมเบีย ได้เข้าไปชิงที่ 3 กับอิตาลี เพื่อเป็นรางวัลปลอบใจ หลังจากสู้กับแชมป์โลก 4 สมัยได้แบบสูสี จนแฟนบอลต้องปรบมือให้ กับหัวใจนักสู้ของ แข้งโคเคน  สำหรับรอบชิงชนะเลิศ จะแข่งขันกันในวันที่ 18 พฤศจิกายน โดยเริ่มคู่แรก เวลา 17.00 น. เป็นคู่ชิงที่สามระหว่างผู้อกหักโดย อิตาลี จะ ดวลแข้งกับ โคลัมเบีย และ คู่ชิงชนะเลิศ เริ่มเวลา 19.00 น. สเปน พบ บราซิล ที่ อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก 

ชม Gallery ต่อคลิก