บทเรียนราคาแพงของ “เซาะกราว เพชรยินดีอะคาเดมี่” หลังชกเบอร์หนึ่งคิกบ็อกซิ่งระดับโลก

Home / / บทเรียนราคาแพงของ “เซาะกราว เพชรยินดีอะคาเดมี่” หลังชกเบอร์หนึ่งคิกบ็อกซิ่งระดับโลก

“ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา” โบราณเปรียบเปรยเมื่อไม่เห็นผลลัพธ์ที่น่าสลดก็ไม่สำนึกถึงความร้ายแรงของสิ่งนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ “เซาะกราว เพชรยินดีอะคาเดมี่” หลังโคจรมาพบโคตรมวยคิกบ็อกซิ่งชาวอิตาลี “จอร์จิโอ เปโตรเซียน (Giorgio Petrosyan)” บนสังเวียน วัน แชมเปี้ยนชิพ ONE: HEART OF THE LION เมื่อ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา ณ ประเทศสิงคโปร์

ด้วยชื่อเสียงและตำแหน่งแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่งจากหลายสถาบันการันตีคุณภาพคับกล่องของ เปโตรเซียน ผู้ได้รับการกล่าวขานอันเลื่องลือเรื่องการออกอาวุธที่รวดเร็วและแม่นยำราวกับคุณหมอ จนได้ฉายาว่า “The Doctor” เขาผู้นี้จัดได้ว่าเป็นเบอร์หนึ่งคิกบ็อกซิ่งของโลกทีเดียว

เชื่อว่าคนไทยหลายคนคงคุ้นชื่อเขาเป็นอย่างดี เปโตรเซียน เคยเอาชนะนักชกไทยชื่อดังมาแล้วมากหน้าหลายตา แต่ครั้งที่คนไทยจดจำได้ดีคือไฟต์ที่ชกกับ บัวขาว ในศึกเควัน ตั้งแต่สมัยยังอยู่กับค่าย ป.ประมุข และผลออกมาเสมอกัน ปัจจุบัน เปโตรเซียน เก็บเกี่ยวประสบการณ์บนสังเวียนคิกบ็อกซิ่งมาแล้วนับ 100 ครั้ง

ถึงกระนั้นก่อนขึ้นชก เซาะกราว ก็มั่นใจฝีมือตัวเองไม่น้อย เพราะมีดีกรีแชมป์มวยไทยการันตี ทั้งยังได้รับชัยชนะจากเวที วัน แชมเปี้ยนชิพ ก่อนหน้านี้มาแล้วครั้งหนึ่ง

แต่หลังจากได้ประลองฝีมือกันบนสังเวียน เซาะกราว เป็นฝ่ายพ่ายไปแบบห่างชั้น ถึงขั้นเปรยว่าการปล่อยหมัดของ เปโตรเซียน นั้นว่องไวราวกับมีนับสิบมือ

 

Video: https://www.onefc.com/videos/sorgraw-petchyindee-academy-vs-giorgio-petrosyan/

 

“แรกๆ ผมมั่นใจในตัวเองสูงมาก ว่าจะสามารถเอาชนะนักชกต่างชาติได้ทุกคน เพราะเราเป็นมวยเหนือกว่าเขาแน่นอน อีกทั้งผมเป็นคนแข็งแรง ตัวสูงใหญ่ไม่เสียเปรียบใครด้วย แต่พอชกรายการ วัน แชมเปี้ยนชิพ ในครั้งที่ 2 ต้องมาพบกับ เปโตรเซียน ทั้งๆ ที่ก่อนชกผมทราบว่าเขาคือเบอร์หนึ่งคิกบ็อกซิ่ง แต่ก็ยังคิดว่าไม่เท่าไหร่ เพราะมวยไทยคือศิลปะการต่อสู้ที่เป็นที่หนึ่งในโลก แต่สุดท้ายหลังจากแพ้ลงมา เราเลยรู้ว่า เขาเก่งกว่าที่คิดเยอะ เราสู้เขาไม่ได้เลย โดยเฉพาะความเร็วในการออกหมัดและเตะ ซึ่งกีฬาคิกบ็อกซิ่งจะเน้นการเตะให้เข้าเป้า มากกว่าจังหวะฝีมือแบบไทยๆ ผมมาพลาดตรงจุดนี้เอง ตอนนี้ผมรู้แล้วครับ”

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ถือเป็น “บทเรียนราคาแพง” แต่หากมองในแง่ดีมันคือการได้เรียนรู้วิทยายุทธคิกบ็อกซิ่งจากยอดฝีมือที่ดีที่สุดอย่าง The Doctor ซึ่ง เซาะกราว ได้พยายามทบทวนข้อบกพร่องและนำไปปรับปรุงแก้ไข ตั้งใจว่าในอนาคตจะสามารถพัฒนาตัวเองขึ้นไปเทียบชั้นเบอร์หนึ่งของโลกและหาโอกาสที่จะชำระบัญชีแค้นครั้งนี้ให้จงได้