ยอมรับความแตกต่าง “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” ขอยึดอาชีพนักสู้หญิงเลี้ยงครอบครัว

Home / / ยอมรับความแตกต่าง “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” ขอยึดอาชีพนักสู้หญิงเลี้ยงครอบครัว

ชื่อของ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” ในวินาทีนี้ แฟนกีฬาศิลปะการต่อสู้ตัวจริงต้องรู้จัก เพราะเธอเป็นนักสู้หญิงไทยคนแรกและคนเดียวของประเทศที่คว้าเข็มขัดแชมป์โลก วัน ซูเปอร์ ซีรี่ส์ คิกบ็อกซิ่งและมวยไทยในเวลาไล่เลี่ยกัน จากรายการกีฬาศิลปะการต่อสู้ระดับโลก “วัน แชมเปี้ยนชิพ”

แม้แสตมป์จะทำให้วงการมวยหญิงไทยเป็นที่สนใจในสายตาทั่วโลกมากขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่สำหรับคนไทยด้วยกันเอง การยอมรับและชื่นชมในอาชีพนักมวยหญิงนั้นยังไม่เป็นที่กว้างขวาง อาจเพราะกีฬาต่อสู้กับความเป็นกุลสตรีไทยนั้นมันมีความขัดแย้งในตัวเอง จึงทำให้หลายคนมองว่าเป็นกีฬาที่อันตรายและไม่เหมาะกับผู้หญิง

“หากพูดกันตรงๆ อาชีพนักสู้สำหรับผู้หญิงอาจดูไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่นัก และหลายคนมองว่ามันอันตราย สมัยแสตมป์ชกแรกๆ คนแถวบ้านก็ชอบพูดกับพ่อแม่ว่าจะทรมานลูกทำไม ให้มันไปเรียนหนังสือดีกว่า ทรมานร่างกายเด็กเปล่าๆ”

แต่ด้วยคนเราเกิดมามีต้นทุนไม่เท่ากัน ทำให้แสตมป์ต้องคว้าทุกโอกาสที่มี เมื่อการชกมวยสามารถทำให้เธอมีรายได้ แบ่งเบาภาระของพ่อแม่ได้ แสตมป์จึงไม่ปฏิเสธแม้จะต้องแลกด้วยการเจ็บตัว

“เราเกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้มีพร้อมทุกอย่าง เงินเดือนพ่อแม่ก็แค่หมื่นกว่าบาท ถ้าเรามัวแต่คอยพ่อคอยแม่ เราก็คงไม่ได้ในสิ่งที่อยากได้ เราจึงต้องพยายามดิ้นรนด้วยตัวเอง หาเงินใช้เอง แล้วการต่อยมวยก็ทำให้เราได้เงิน”

“แม้บางคนอาจจะคิดว่าเราเป็นผู้หญิงที่ทำงานแตกต่างจากผู้หญิงทั่วไป แต่แสตมป์คิดว่าทุกคนต่างก็มีความชอบและความถนัดของตัวเอง บางคนเสิร์ฟอาหาร แต่แสตมป์ต่อยมวย เราถนัดทางด้านนี้ ซึ่งมันก็คืออาชีพเหมือนกัน และสามารถทำให้เรามีรายได้ เลี้ยงครอบครัวได้ และก็ได้เงินเยอะกว่างานปกติทั่วไปในระดับความรู้ที่เรามี”

แสตมป์ เผยอีกว่า เดิมทีนั้นเธอไม่คิดฝันว่าจะมาไกลถึงจุดนี้ ตอนสมัยมัธยมเธอตัดสินใจเรียนสาขาวิชาวิทย์-คณิตตามที่เธอชอบ และวางแผนว่าหลังจากเรียนจบจะไปทำงานเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ และหากมีเวลาว่างก็จะชกมวยเพื่อเป็นรายได้เสริม ไม่ได้คิดว่าจะยึดเป็นอาชีพหลัก เพราะเธอมองเห็นแล้วว่าตลาดมวยหญิงนั้นไม่ได้รับความสนใจมากนัก และคงไม่สามารถสร้างรายได้หลักให้เธอได้ แต่แล้วชีวิตเธอก็เปลี่ยนไปหลังจากที่ทาง “แฟร์เท็กซ์” ได้หยิบยื่นโอกาสให้

“ตอนนั้นทางแฟร์เท็กซ์สนใจเอาแสตมป์เข้ามาอยู่ในสังกัดเพื่อฝึกฝนให้เป็นนักกีฬา MMA ซึ่งตลาด MMA มันใหญ่กว่ามวยไทยและรายได้ดีกว่า เมื่อมีโอกาสเข้ามาแสตมป์ก็ต้องคว้าไว้ โดยแสตมป์นำพื้นฐานทางด้านมวยไทยที่มีอยู่แล้วมาต่อยอดในกีฬา MMA ได้ด้วย”

แสตมป์เริ่มเห็นอนาคตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น หลังจากเธอได้รับชัยชนะในรายการค้นหานักกีฬาดาวรุ่ง Rich Franklin’s แสตมป์ก็ได้รับโอกาสให้เข้าเป็นนักกีฬาในสังกัดของ “วัน แชมเปี้ยนชิพ” และขึ้นชิงเข็มขัดแชมป์โลก วัน ซูเปอร์ ซีรี่ส์ เป็นเส้นแรก ซึ่งเธอก็สามารถคว้ามันมาครอบครองได้ และตามด้วยเส้นที่สองในเวลาไล่เลี่ยกัน

“จากที่คิดว่าจะไม่ยึดอาชีพมวยเป็นหลัก ตอนนี้มันกลายเป็นรายได้หลักของครอบครัว แสตมป์รู้สึกภูมิใจที่ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ใช้ และยังสามารถแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ได้ ช่วยส่งเสียน้องเรียนได้ เราจึงต้องจริงจังเพราะมันคืออาชีพของเราค่ะ”

ทั้งนี้ แสตมป์ ได้กล่าวขอบคุณผู้ที่ให้โอกาสเธอทุกฝ่าย ทั้งค่ายแฟร์เท็กซ์ที่ให้การสนับสนุนและผลักดัน ขอบคุณ วัน แชมเปี้ยนชิพ ที่เปิดโอกาสให้นักสู้หญิงได้มีเวทีในการแสดงความสามารถ ขอบคุณพ่อแม่ที่เป็นกำลังใจ และสุดท้ายเธอขอบคุณตัวเองที่เป็นคนขยัน อดทน และเชื่อฟัง

ติดตามเป็นกำลังใจให้กับนักสู้สาวไทย “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” ได้ทางเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม Stamp Fairtex และติดตามผลงานของเธอบนสังเวียน “วัน แชมเปี้ยนชิพ” ได้ทาง www.onefc.com เฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ONE Championship