“อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือ” บทเรียนชีวิตจริงของนักสู้หญิงระดับแชมป์โลก “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์”

Home / / “อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือ” บทเรียนชีวิตจริงของนักสู้หญิงระดับแชมป์โลก “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์”

 แทบไม่น่าเชื่อว่าแชมป์โลก ONE สองประเภทกีฬาอย่าง “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” จะเคยผ่านช่วงเวลาที่เกือบจะทำให้เธอไม่ได้เป็นนักกีฬาอาชีพอย่างทุกวันนี้ เพราะหากย้อนหลังไปเมื่อไม่กี่ปี เธอต้องละทิ้งความฝันเพราะไม่มีเวทีให้เธอได้แสดงออกซึ่งศักยภาพในตัวเอง

อย่างที่รู้กันว่าแสตมป์เกิดมาในครอบครัวที่พ่อเป็นอดีตนักมวยและลุงมีค่ายมวยของตัวเอง เธอฝึกฝนมวยไทยตั้งแต่อายุ 5 ขวบ และด้วยพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ป้องกันตัวจึงทำให้เธอคว้าชัยชนะในการแข่งขันมวยระดับท้องถิ่นและสั่งสมกระดูกมวยเรื่อยมาจนหาคู่ชกไม่ได้ และก็ต้องหยุดไปเมื่อวัย 9 ปี

“ตอนเด็กแสตมป์ตัวเล็กมาก ต้องยอมแบกน้ำหนัก เขาถึงจะชกด้วย พอชกไปเรื่อยๆ ก็เริ่มหาคู่ชกไม่ได้ เจอแต่คนเดิมๆ ที่เคยต่อยมาแล้ว สมัยนั้นเขาก็ไม่ค่อยอยากให้ผู้หญิงต่อยมวยอยู่แล้ว และเราก็เป็นผู้หญิงคนเดียวในหมู่บ้าน ผู้หญิงคนเดียวในค่าย เมื่อไม่มีคู่ชกสุดท้ายเราก็ต้องหยุดไป”

ต่อมาเมื่อค่ายมวยของลุงปิดตัวลง เท่ากับสายใยเชื่อมโยงระหว่างเธอกับมวยไทยถูกตัดสะบั้น แต่ด้วยระยะเวลาหลายขวบปีบนสังเวียนการต่อสู้ได้บ่มเพาะความรักที่มีต่อมวยไทยจนแสตมป์ถอนตัวไม่ขึ้น และเธอไม่เคยละทิ้งความปรารถนาที่จะหวนกลับคืนสู่สังเวียนเลย

“แสตมป์คิดถึงมวยไทย อยากชกมวย แต่ตอนอยู่มัธยมหุ่นค่อนข้างอวบเพราะหยุดซ้อมมวยไปนานและทานเยอะ พอบอกใครว่าเราเคยชกมวย ก็ไม่มีใครเชื่อ”

ระยะเวลา 8 ปีที่หายจากวงการมวย ในที่สุดโอกาสก็มาถึงเมื่อผู้ใหญ่บ้านติดต่อให้เธอขึ้นชกในงานใหญ่ประจำปีของจังหวัด แต่ครั้งนั้นพ่อของเธอคัดค้านเพราะเห็นว่ารูปร่างอวบเกินไป และไม่ได้ซ้อมมวยมานาน แต่เธออยากลองดูสักตั้ง จึงกลับมาฝึกซ้อมมวยไทย และหวังผลพลอยได้ในเรื่องรูปร่างให้กลับมาฟิตเหมือนนักกีฬาอีกครั้ง

จากที่เลิกล้มความคิดว่าจะยึดมวยไทยเป็นอาชีพ แต่ก็เหมือนเป็นจังหวะชีวิตที่ช่วงนั้นค่ายดังอย่าง “แฟร์เท็กซ์” สนใจที่จะปั้นนักกีฬาหญิงให้ขึ้นสังเวียน MMA เป็นคนแรกของค่าย แสตมป์จึงได้รับการทาบทาม และเมื่อเธอตกลงปลงใจ ก็เหมือนกับการเปิดประตูสู่ชีวิตใหม่ที่เหมือนกับการพลิกฝ่ามือ

พื้นฐานด้านการต่อสู้มวยไทยทำให้แสตมป์สามารถพัฒนาสู่ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสมผสานได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็เหมือนเป็นโชคชะตาที่ทำให้แสตมป์ต้องกลับมาขึ้นสังเวียนคิกบ็อกซิ่งและมวยไทย โดยได้รับโอกาสให้ชิงแชมป์ตั้งแต่ไฟต์แรกที่เหยียบย่างบนเวทีระดับโลก วัน แชมเปี้ยนชิพ เมื่อโอกาสมาถึงแล้ว แสตมป์บอกว่าเธอจะไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปอย่างไร้ความหมาย เธอรีบคว้ามันไว้ และนั่นทำให้เธอได้นั่งบัลลังก์แชมป์โลกควบสองประเภทกีฬาในคราวเดียวกันอย่างทุกวันนี้

“หนูดีใจมากค่ะที่ได้กลับมาชกมวย และมีส่วนช่วยในการโชว์ศิลปะมวยไทยให้โลกรับรู้ ทุกวันนี้อาจจะมีนักมวยคนไทยเก่งๆ หลายคนในเวทีระดับโลก แต่นักมวยหญิงนั้นแทบไม่มีเลย จากเมื่อก่อนที่มีคนรู้จักแสตมป์เฉพาะแถวบ้าน ตอนนี้แสตมป์กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกแล้ว หนูดีใจและตื่นเต้นกับโอกาสที่ได้รับนี้ และจะไม่ยอมให้มันสูญเปล่า
อย่างเด็ดขาด”

เรื่องราวของ แสตมป์ คงพอเป็นตัวอย่างในการใช้ชีวิตให้ทุกคน เมื่อโอกาสมาถึงแล้ว อย่าปล่อยให้หลุดมือ เพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีโอกาสดีๆ เกิดขึ้นอีก

ติดตามให้กำลังใจ “ฮีโร่สาวไทย” คนแรกและคนเดียวที่สามารถคว้าแชมป์โลก 2 ประเภทกีฬาอย่าง “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” ได้ทางอินสตาแกรม stamp_fairtex พร้อมติดตามผลงานของเธอบนสังเวียนระดับโลกได้ทาง www.onefc.com