วิเคราะห์โอกาสรอดของ เจ้ามุ้ย ใน ลาลีกา มีแค่ 48%

Home / กีฬาอื่นๆ / วิเคราะห์โอกาสรอดของ เจ้ามุ้ย ใน ลาลีกา มีแค่ 48%
ธีรศิลป์ แดงดา

กลายเป็นนักเตะ ยูดี อัลเมเรีย แบบครึ่งตัวไปซะแล้วสำหรับ “เทพมุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา เจ้าของยูนิฟอร์มหมายเลข 18 คนใหม่แห่งรัง เอสตาดิโอ เด ลอส ฆูเอกอส หลายคนตั้งขอสงสัยว่าซุปตาร์ตัวแทนประเทศไทยคนนี้จะไหวกับศึก ลา ลีกา สเปน เวทีที่ขึ้นชื่อว่าติด 1 ใน 3 ลีกที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

ถ้ามองจากสถานะการทีมเมื่อซีซั่นที่แล้วต้องยอมรับเลยว่าพวกเขาเพิ่งโกงความตายมาชัดๆ หลังจากได้ช็อตมหัศจรรย์ช่วยไว้เยอะเหมือนกันสำหรับช่วงท้ายฤดูกาล ทำให้ปัจจุบัน อัลเมเรีย ของ ธีรศิลป์ แดงดา ยังคงลอยหน้าลอยตาอยู่บนเวที ลา ลีกา ได้ในปัจจุบัน

สิ่งสำคัญที่จะทำให้ “เจ้ามุ้ย” ประสบความสำเร็จ 

อันดับแรก คือ ความสามารถเฉพาะตัว – แน่นอนอยู่แล้วสำหรับใครที่ได้ติดตามฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกเป็นประจำจะรู้ดีว่า ธีรศิลป์ คือนักเตะที่เอาตัวรอดเก่งมากๆ ส่วนทักษะด้านอื่นๆคงไม่ต้องพูดถึงให้เสียเวลา เพราะนี่คือเจ้าของศูนย์หน้าเบอร์หนึ่งของเมืองไทยคนปัจจุบัน
(เปอร์เซ็นรอด +8%)

อันดับ 2 คือ แอตเลติโก้ มาดริด – การได้ไปลับฝีเท้ากับบรรดาผู้เล่นที่เพิ่งคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของของสเปน มาสดๆร้อนๆ น่าจะเป็นแรงบวกให้ “เจ้ามุ้ย” ยกระดับฝีเท้าขึ้นมาได้บ้าง แถมต้องเจอกับสภาพ อากาศที่โคตรจะหนาว ทำให้อย่างน้อยๆเรื่องของประสบการณ์ และความคุ้นเคยกับระบบที่เป็นมืออาชีพกว่าบ้านเรา(มาก) เชื่อว่า ธีรศิลป์ น่าจะปรับตัวในส่วนนี้ได้ไม่ยาก
(เปอร์เซ็นรอด +8%)

อันดับ 3 คือ อัลเมเรีย – การได้เข้ามาอยู่กับสโมสรที่ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น แน่นอนเรื่องประสิทธิภาพนักเตะแย่กว่าหลายทีมตั้งแต่กลางตารางขึ้นไปอยู่แล้ว ทำให้ มุ้ย น่าจะมีโอกาสลงสนามอย่างต่ำๆประมาณ 10-15 เกมชัวร์ๆ เพราะนอกจาก ลา ลีกา แล้ว ยังมีโปรแกรมบอลถ้วยให้เตะอีกเพียบ แล้วยิ่งถ้าวันไหนผีเข้าไปพังตาข่ายบรรดายักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด หรือแอต.มาดริด ขึ้นมา คราวนี้ความมั่นใจมาเพียบแน่ๆ
(เปอร์เซ็นรอด +15%)

อันดับ 4 คือ ไร้ดาวดัง – ถ้าให้ไล่ชื่อมาตั้งแต่ ผู้รักษาประตู ยันกองหน้า สิ่งแรกที่อยากจะถามคือพวกนี้เป็นใคร? ชื่อไม่คุ้นหูซักคน? แต่สิ่งที่เหมือนกับแย่ ผมมองว่ามันเป็นเรื่องดีที่ฟุตบอลของ อัลเมเรีย คือการเล่นเป็นทีม ไม่ใช่หวังพึ่งพาผู้เล่นแค่คนเดียวในการซัดประตู ทำให้ค่าเฉลี่ยความโดดเด่นของนักเตะแต่ละเกมจะอยู่ใกล้ๆกัน เชื่อว่าการที่ไร้ความกดดันเมื่อลงสนาม จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ “เจ้ามุ้ย” เค้นฟอร์มที่แท้จริงออกมาได้ และไม่แน่ถ้าผลงานดันไปเตะตาบรรดาทีมกลางตาราง(หรือสูงกว่านั้น) ธีรศิลป์ อาจได้เป็นกระบอกเสียงให้แมวมองหันมาสนใจแข้งไทยไปร่วมลีกก็เป็นได้
(เปอร์เซ็นรอด +17%)

สิ่งที่จะทำให้ “มุ้ย” พังไม่เป็นท่าบนเวที ลา ลีกา

อันดับแรก คือ เวลลิงตัน ซิลวา เทพ FM วัย 21 ปีที่ อัลเมเรีย เพิ่งยืมตัวมาจาก “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ถือเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ ธีรศิลป์ เลยทีเดียว เพราะดาวรุ่งชาวบราซิเลี่ยนรายนี้สามารถเล่นได้ทั้งหน้าต่ำ และปีก ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกันกับที่บรรดาสื่อต่างๆคาดว่า “เจ้ามุ้ย” จะถูกใช้งานตรงจุดนั้น(หน้าต่ำ)
(เปอร์เซ็นร่วง -7%)

อันดับ 2 คือ ไร้เงาซูโซ่, โรดริ – 2 คีย์แมนที่ยืมตัวมาจาก ลิเวอร์พูล และบาร์เซโลน่า เบ เมื่อซีซั่นที่แล้ว คือนักเตะที่ฉุดทีมขึ้นมาจากโซนนรกแตกอย่างแท้จริง โดยเฉพาะจังหวะสำคัญต่างๆที่ทำให้ทีมเก็บ 3 แต้มกลับบ้านส่วนใหญ่จะมาจากสองคนนี้ทั้งสิ้น มาดูกันว่า อัลเมเรีย จะอุดรูโหว่ช่องนี้ได้ยังไงเมื่อไม่มีทั้ง ซูโซ่ และโรดริ 2 แนวรุกตัวเก่งอยู่ช่วยทีมในซีซั่นหน้า
(เปอร์เซ็นร่วง -19%)

อันดับ 3 คือ ภาษา – ถึงจะได้ศึกษามาบ้างเกี่ยวกับภาษาสเปนที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ตำรากับชีวิตจริงบางครั้งมันก็ไม่เหมือนกัน เพราะเมื่อไหร่ที่ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่โค้ชหรือเพื่อนร่วมทีมต้องการสื่อสารด้วย(เวลาลงแข่ง) บางทีสิ่งที่ซ้อมกันมาอาจจะไม่ได้ใช้เลยก็ได้
(เปอร์เซ็นร่วง -8%)

อันดับ 4 คือ แนวรับระดับโลก – ถ้าให้ไล่รายชื่อมาไม่ว่าจะเป็น เปเป้, รามอส, ปิเก้, โกดิน, มิรานด้า และกองหลังอีกหลายรายที่พร้อมจัดหนักใส่แนวรุกคู่แข้งให้สลบเหมือบในโรงหมอไปหลายเดือนอยู่แล้ว เพราะขนาด เมสซี่, โด้จิ๋ว และเนย์มาร์ ที่ว่าเทพๆยังเกือบเอาตัวไม่รอดจากบรรดาตัวรับขาโหดพวกนี้เหมือนกัน กลัวว่า “เจ้ามุ้ย” จะโดนรับน้องหนักๆจนต้องพักไปหลายเดือน สุดท้ายส่งผลกระทบไปยังฟอร์มการเล่นจนต้องโดนดองไปในที่สุด
(เปอร์เซ็นร่วง -18%)

รวมทั้งหมด = โอกาสได้ไปต่อ 48 เปอร์เซ็น (ไม่ถึงครึ่ง)
ส่วตัวคิดว่าว่ายังไงซะ อัลเมเรีย ก็ไม่น่าอยู่รอดในศึก ลา ลีกา ฤดูกาลหน้าแน่ๆ แต่ขอให้บรรดาสโมสรในยุโรปหรือลีก สเปน คว้าตัวเจ้ามุ้ยไปร่วมทัพแบบถาวร เพื่อการันตีว่า เด็กไทยก็สามารถเป็นยอดแข้งระดับโลกแบบใครๆได้สบาย … สาธุ !!

 

ธีรศิลป์ แดงดา

ปล.บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของ ถุงเท้าทองคำ ล้วนๆ ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยเน้อ