5 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้จากความพ่ายแพ้นัดแรก

Home / กีฬาอื่นๆ / 5 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้จากความพ่ายแพ้นัดแรก

Manchester United v Swansea City - Premier Leagueออกตัวได้น่าผิดหวังตั้งแต่นัดแรกกันเลย สำหรับ ปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของหลุยส์ ฟาน กัล ที่โชว์ฟอร์มในการแข่งขันจริงนัดแรก ได้ตรงกันข้ามกับ ฟอร์มในนัดอุ่นเครื่องแบบฟ้ากับเหว เมื่อประเดิมศึกพรีเมียร์ลีกด้วยการพ่ายแพ้ต่อ สวอนซี ซิตี้ 1-2  เรียกว่าเป็นการฉุดแฟนผีให้กลับมาอยู่ในโลกแห่งความจริงอีกครั้ง หลังจากที่ฝันหวานกับช่วงดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ตอนอุ่นเครื่อง แต่อย่างน้อยความพ่ายแพ้น่าจะให้อะไรบ้าง มาดู 5 สิ่งที่ เร้ดส์ เดวิลล์ ได้เรียนรู้จากความพ่ายแพ้นัดแรก

Manchester United v Swansea City - Premier League : News Photo

1. หลุยส์ ฟาน กัล ไม่ใช่ผู้วิเศษมาจากไหน

ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมต้องใช้เวลา เช่นกันกับ หลุยส์ ฟาน กัล แม้จะเป็นกุนซือผู้โชกโชนประสบการณ์และอุดมไปด้วยแท็คติกขนาดไหน ก็ย่อมต้องใช้เวลาเปลี่ยนแปลงทีมให้ได้แบบที่ต้องการ โดยเฉพาะการนำแผนเซนเตอร์แบ็ค สามตัวมาใช้กับทีมที่เล่นกองหลัง 4 คนมาตั้งแต่ยังจำความได้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องระบบครั้งใหญ่ หลายคนอาจจะมองว่า ช่วงปรีซีซั่น ก็ดูทุกคนเข้าใจกับแผนเป็นอย่างดี ต้องเข้าใจว่า การอุ่นเครื่องกับแข่งขันจริง มันคนละเรื่องกันเลย เพราะฉะนั้น ต้องให้เวลาผู้จัดการทีมปรับจูนทีมอีก

FBL-ENG-PR-MAN UTD-SWANSEA : News Photo

2.วิงแบ็คอาชีพคือ คีย์แมน ในระแบบ 3-5-2

ในระบบ 3-5-2 ตำแหน่งที่สำคัญที่สุดคือ วิงแบ็ค เพราะต้องรับผิดชอบพื้นที่แนวยาวที่สุดของสนามแต่เพียงผู้เดียว แถมยังต้องรับผิดชอบทั้งรับและรุก เป็นได้ทั้งปีก และเป็นได้ทั้งแบ็ค จึงจะทำให้หมากนี้ของ ฟาน กัล สมบรูณ์แบบ แต่ดูจากการจัดทีมในนัดแรกแล้ว บอกได้เลยว่าไม่มีใครสอบผ่านซักคน (เกมส์รุกไม่มีบท เกมส์รับแทบไม่ได้ช่วย)  เจซี่ ลินการ์ด ยังอ่อนประสบการณ์ แอชลี่ย์ ยัง คืนฟอร์มเดิมยังก้มหน้าก้มตาเปิดเหมือนเดิม และ อัตนัน ยานาไซ ก็เล่นได้แต่เกมส์รุก จนสุดท้ายทีมต้องปรับหมากเพื่อความสมดุล ส่วนตัวจริงที่จะฝากผีฝากไข้อย่าง ลุค ชอว์ แบ็กค่าตัว 27 ล้านปอนด์และ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ก็ยังไม่พร้อม งานนี้อาจจะต้องเสริมตรงตำแหน่งนี้เพิ่มหากต้องการประสบความสำเร็จด้วยระบบนี้

Manchester United v Swansea City - Premier League : News Photo

3.หมดเวลาสำหรับ ชิชาริโต้ และ มารูยาน เฟลไลนี่

ก่อนหน้านี้ ทั้งคู่มีชื่ออยู่ในโผที่จะโดนโละออกจากทีมมาตลอด แต่ยังได้รับโอกาสอยู่ สำหรับการออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริงของดาวยิงเม็กซิกัน ในช่วงที่ โรบินฟานเพอร์ซี่ และ แดนนี่ เวลเบ็ค ยังไม่สมบรูณ์ แต่ไม่สามารถพิสูจน์ ตัวเองได้เลย จนต้องโดนเปลี่ยนออกตั้งแต่จบครึ่งแรก ส่วน เฟลไลนี่ ก็ดูเหมือนว่า ได้รับโบนัส จากการพังประตูในเกมส์ปรีซีซั่นกับ บาเลนเซีย จนได้ลงมาเป็นตัวสำรองแทนที่ของ อันเดร์ เอร์เรร่า แต่ช่วงเวลา 20 กว่านาทีที่กองกลางทีมชาติเบลเยียมอยู่ในสนามแทบไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับทีมได้เลย แถมยังทำตัวเองให้เกือบงานเข้าเมื่อไปฟาดแขนให้ คี ซุง ยอง ยังดีที่กรรมการให้ฟาลว์ไปก่อน ดูแล้วเวลาของทั้งคู่น่าจะหมดแล้ว อย่าลืมชวน นานี่ ไปด้วย

Manchester United v Swansea City - Premier League : News Photo

4.ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ คือกำลังเสริมที่ดีแต่ไม่ใช่กำลังหลัก

ถือเป็นนักเตะที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และน่าประทับใจในช่วงปรีซีซั่นสำหรับ กองหลังดาวรุ่งวัย 20 ปีที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่เป็นเชาวชนอายุเพียงแค่ 8 ขวบ แต่การลงตัวจริง ในตำแหน่งกองหลัง 3 คนดูจะหนักหนาไปหน่อย สำหรับนักเตะที่ยังต้องการประสบการณ์ แถมยังไม่มีตัวเก๋าๆ คอยประคอง เพราะกองหลังอีก 2 คนอย่าง คริส สมอลลิ่ง และ ฟิล โจนส์ ก็ยังไม่เก๋าพอที่จะประคองน้องได้ เพราฉะนั้นแผงหลังสามคนคือ โจทย์อันดับต้นๆ ที่ กุนซือชาวดัตช์ต้องขบคิด และการซื้อกองหลังระดับที่มีคลาสเข้ามาเสริมทีมคือคำตอบเดียวเท่านั้น

FBL-ENG-PR-MAN UTD-SWANSEA : News Photo

5.เวนย์ รูนี่ย์ เหมาะสมกับปลอกแขนทุกประการ

เชื่อเหลือเกินว่า วันที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สะกิดบอร์ดบริหารให้ซื้อตัว เจ้าหนูกองหน้า หน้าเปื้อนกระวัย 18 ปีจากเอฟเวอร์ตันด้วยการค่าตัวแพงระดับ 30 ล้านปอนด์ น่าจะต้องการ มากกว่ากองหน้าที่ผลิตสกอร์ได้เท่านั้น และในวันนี้ แม้การสวมปลอกแขนเดินนำลูกทีมลงสู่สนามอย่างเป็นทางการนัดแรก จะประเดิมด้วยความพ่ายแพ้ แต่สิ่งที่ เวนย์ รูนี่ย์ แสดงให้เห็นเมื่อตอนอยู่ในสนาม แสดงถึงความมุ่งมั่น และทุ่มเท เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่ ผู้จัดการทีมคนใหม่มอบให้ แม้ผลจะไม่เป็นอย่างหวัง แต่แฟนบอลย่อมรู้สึกได้ถึงความทุ่มเทที่มีให้