เรื่องแซ่บในทีมผีจากการแฉของ รอย คีน ในหนังสือเล่มใหม่(จบ)

Home / กีฬาอื่นๆ / เรื่องแซ่บในทีมผีจากการแฉของ รอย คีน ในหนังสือเล่มใหม่(จบ)
คีน-ชไมเคิล เพื่อนรักฟัดกันเอง
คีน-ชไมเคิล เพื่อนรักฟัดกันเอง

ต่อจากตอนก่อนที่ รอย คีน เขียนถึงเฟอร์กี้รวมถึง คาร์ลอส เครอซ ไปแล้ว คราวนี้มาดูเพื่อนร่วมทีมที่คีนเขียนถึงบ้างเริ่มจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ที่เคยมีเรื่องมีราวถึงขั้นชกต่อยกับเขา ตามข่าวนี้ คลิ๊ก

คีนเล่าว่าเขาชกกับ ชไมเคิล โดยมี นิคกี้ บัตต์ รุ่นน้องในทีมเป็นกรรมการ และเสียงทะเลาะกันยังดังจน เซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน สมาชิกอาวุโสและฮีโร่ของสโมสรที่นอนโรงแรมเดียวกับเขาตื่นขึ้นมาดูเหตุการณ์ ซึ่งคีนเขียนตำหนิเซอร์บ็อบที่ไม่คิดจะห้ามปรามแต่อย่างใด หลังจากเหตุการณ์ เซอร์อเล็กซ์ รู้ข่าวนี้จึงเรียกทั้งสองคนไปคุย ต่อว่าทั้งคู่ว่าสร้างความอับอายให้กับสโมสร ก่อนที่ ชไมเคิล จะยอมรับความผิดไปแต่ผู้เดียว

article-2585074-0040551A00000258-935_634x497

เพื่อนร่วมทีมอีกคนที่คีนเขียนถึงคือ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ที่ถูกแบนแปดเดือนหลังจากไม่ไปตรวจโด๊ปตามกำหนดในกันยายนปี 2003 คีนเขียนว่าถ้าเป็นเขาคงไม่ลืมเรื่องสำคัญแบบนี้แน่นอน และเขาก็ไม่คิดว่าริโอมีเจตนาจะหลีกเลี่ยงการตรวจ

แล้วก็มาถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพชรเม็ดงามที่สโมสรเซ็นสัญญามาร่วมทีมเมื่อปี 2003 ซึ่งขณะนั้น โรนัลโด้ มีอายุแค่ 18 ปีเท่านั้น คีนเล่าว่าปีกชาวโปรตุเกสรายนี้โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจมากในเกมอุ่นเครื่องที่ทีมปีศาจแดงเอาชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 3-1 โดยในเกมนั้น โรนัลโด้ เล่นงาน จอห์น โอเช ปราการหลังของทีมจนอยู่หมัด

คีนเขียนถึงเกมนัดนั้นว่า “เชซี่(ชื่อเล่นของ โอเช)ต้องให้หมอตรวจตอนพักครึ่ง เขามีอาการเวียนหัว เราล้อเลียนเขาเสมอว่าทำให้การเซ็นสัญญาครั้งนี้เกิดขึ้นได้เพราะถูก(โด้)เล่นงานอย่างกับตัวตลก ที่จริงคือเขามีอาการเจ็ตแล็กจากการนั่งเครื่องมาจากอเมริกาเหมือนเราทุกคนในทีมนั่นแหละ”

คีน-โด้
คีน-โด้

เขาเล่าถึง โรนัลโด้ อีกว่า “หลังจากดูเขาฝึกซ้อมได้สองสามวัน ผมคิดเลยว่าในวันข้างหน้าเขาจะกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลก เขายังเด็กแต่คือหนึ่งในนักเตะที่ทำงานหนักที่สุดในยูไนเต็ด”

นี่ยังเป็นแค่น้ำจิ้มเพราะในหนังสือเล่มนี้คีนยังพาดพิงถึงหลายคนในวงการฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นคู่อริอย่าง อัล์ฟ อิงเก้ ฮาลันด์ หรือ ปาทริค วิเอร่า รวมไปถึง เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมปีศาจแดงผู้รับช่วงต่อจาก เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ใครอยากอ่านคงต้องรอหนังสือวางแผงในวันพฤหัสบดีนี้ ส่วนภาคภาษาไทยคงต้องรอกันไปอีกซักพักใหญ่ๆ