5 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้หลังออกไปเฉือนนักบุญแบบทุลักทุเล

Home / กีฬาอื่นๆ / 5 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้หลังออกไปเฉือนนักบุญแบบทุลักทุเล

Southampton v Manchester United - Premier Leagueปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินหน้าคว้าสามแต้มเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกันแล้ว พร้อมกับขยับอันดับขึ้นมาอยู่ที่ 3 ของตาราง หลังจากบุกไปเอาชนะเซาแธมป์ตัน แบบไม่น่าประทับใจซักนิด เพราะรูปเกมส์เป็นรองเจ้าบ้านอย่างเห็นได้ชัด โดยทั้งเกมส์รุกและรับฉายให้เห็นความผิดพลาดเต็มไปหมด สำหรับแฟนบอลที่ไม่ได้ตื่นมาดูนัดนี้ ต้องบอกเลยว่า การที่ทีมของ โรนัลด์ คูมัน ไม่มีแต้มติดมือถือเป็นเรื่องโหดร้ายเกินไปส่วนแฟนบอลที่ตื่นมาดูก็คงจะเชื่อเช่นเดียวกันว่า สามแต้มที่ หลุยส์ ฟานกัล ฉกฉวยติดมือออกมาได้มันช่างโชคดีเหลือเกิน มาดู 5 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้จากเกมส์นัดนี้กัน

Southampton v Manchester United - Premier League : News Photo

สามแต้มนี้ RVP เขาจัดให้

นัดนี้ถือว่าเป็นนัดที่ หอกฟลายอิ้งดัตช์แมน โชว์ฟอร์มได้ที่ที่สุดในฤดูกาลนี้ก็ว่าได้ ไม่ใช่แค่ 2 ประตูที่ไปขโมยให้ทีมมากได้ แต่การทำตัวเป็นประโยชน์ ด้วยการพักบอลในแดนหน้าเชื่อมเกมส์ และเรียกฟาลว์ หรือแม้แต่ลงมาช่วยเกมส์รับถือว่าทำได้ดีทั้งนั้น ด้วยสภาพร่างกายที่ดูเหมือนจะเริ่มอยู่ตัวขึ้นเรื่อยๆ น่าจะทำให้ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ เรียกฟอร์มสมัยเป็นดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก ออกมาช่วยทีมในยามที่จำเป็นได้ และโดยเฉพาะยามที่คู่ขาแบบ เวนย์ รูนี่ย์ ฟอร์มตกไปอย่างน่าใจหายในวันนี้

Southampton v Manchester United - Premier League : News Photo

ห่วยพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับเลยว่า นัดนี้ผู้เล่นของปีศาจแดง โชว์ฟอร์มได้ไม่น่าประทับใจซักคน หนักหน่อยน่าจะ แพ็ดดี้ แม็คแนร์ กองหลังดาวรุ่ง ที่ออกทะเลจนต้องโดนเปลี่ยนออก รองลงมาก็เป็น มารูยาน เฟลไลนี่ ที่เล่นแบบใจลอยๆ และมีส่วนให้ทีมเสียประตูแรก และอีกคนที่น่าผิดหวังคือ กัปตันทีมอย่าง เวนย์ รูนี่ย์ ที่ได่พักมาในนัดกลางสัปดาห์ ต้องบอกว่านัดนี้ อะไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันเอาซะเลย จ่ายบอลก็เสียไปเองก็ไม่ได้ ส่วนคนอื่นๆก็แย่ไม่แพ้กัน จะมีเล่นดีแบบไม่ถูกตำหนิอยู่สองคนเท่านั้นคือ ฟานเพอร์ซี่ ที่กล่าวไปแล้ว และ ดาบิด เดเคอา ที่ยังงัดฟอร์มหนึบออกมาช่วยทีมได้เสมอ

Southampton v Manchester United - Premier League : News Photo

เจ็บอีกแล้ว

เป็นภาพที่ชินตาไปสำหรับทีมปีศาจแดงไปแล้ว เมื่อทุกนัดที่ลงเล่นมักจะมีผู้เล่นอย่างน้อยหนึ่งคนบาดเจ็บอยู่เสมอ และนัดนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น เมื่อ คริส สมอลลิ่ง ได้รับบาดเจ็บตั้งแต่ต้นเกมส์ และเป็น โอกาสของ จอนนี่ อีแวนท์ ที่หายหน้าหายตาไปนานได้กลับมาลงสนาม แบบเหวอๆ เพราะมีสนิมเกาะเต็มหน้าแข้ง คงต้องใช้เวลาปรับอีกหน่อย เรียกว่าได้อีกคนกลับมาก็เสียอีกคนไป ไม่มีทางมีทีมที่สมบรูณ์ นอกจากนี้การที่มีผู้เล่นบาดเจ็บตั้งแต่ต้นยังส่งผลเรียกโควต้าเปลี่ยนตัวแก้เกมส์ที่ต้องเสียไปฟรีๆอีกต่างหาก งานนี้ได้แต่เกาหัวและภาสนาอ้อนวอน ไม่ให้ทีมตัวเก่าอีกเลย

Southampton v Manchester United - Premier League : News Photo

 หมากหลังสามสำหรับเกมส์เยือนใช่วาจะเวิร์กเสมอไป

เป็นการตอกย้ำอีกครั้ง ว่า หลุยส์ ฟาน กัล เริ่มมั่นใจแล้วว่า การเล่นปราการหลังสามคน คือแผนการเล่นที่จะทำให้ทีมรับได้อย่างมั่นใจในการออกไปเยือนคู่แข่ง เพราะก่อนหน้านี้เคยใช้ได้ผลกับการบุกไปชนะ อาร์เซน่อล มาแล้ว แต่นัดนี้มีบางอย่างต่างไป เพราะการถูกผู้เล่นของเซาแธมป์ตันไล่เพรสซิ่งกดดันตั้งแต่ในแดนตัวเอง จนทำให้การเซตบอลทำไม่ได้ และที่หนักคือ แม็คแนร์ สติแตกจนต้องโดนถอดออก แล้วส่ง อันเดร์ เอร์เรร่า ลงสนามแทนแล้วดันคาร์ริค ลงไปยืนเป็นเซนเตอร์แทน เมื่อไม่มีคนคุมเกมส์แดนหน้าที่ไว้ใจได้ทำให้แผงหลังทำได้เพียงแค่สาดบอลไปข้างหน้าเท่านั้น จนข้างหน้าที่ไม่ถนัดลูกโด่งเก็บบอลกันไม่ได้ สถิติการยิงแค่ 3 ครั้งตลอดทั้งเกมส์ ส่วนเจ้าบ้านมีโอกาสส่องถึง15 ครั้งคือเครื่องยืนยันว่า รูปเกมส์เป็นรองอย่างเห็นได้ชัด

Southampton v Manchester United - Premier League : News Photo

แอชลี่ย์ ยัง และ วาเลนเซีย ทีมวิธีเล่นเกมส์รุก

สิ่งที่น่าอึดอัดตลอดทั้งเกมส์ที่มักจะเห็นทีมจ่ายบอลเสียบอลผิดพลาดอยู่เป็นประจำยังดีที่ เจ้าบ้านไม่สามารถแปรเปลี่ยนเอาความผิดพลาดเหล่านั้นมาลงโทษได้ สิ่งที่น่ารำคาญไม่น้อยคือการเติมเกมส์รุกของแบ็กทั้งสองข้างอย่าง อันโตนีโอ วาเลนเซีย และ แอชลี่ย์ ยัง ทั้งๆที่ทั้งคู่ตำแหน่งโดยธรรมชาติคือการเล่นปีก แต่เมื่อโดนตัดแต่งพันธุกรรมต้องมารับบทตัวรับแบบแบ็ก กลับมีการเติมเกมส์ที่ไม่เอาไหน โดยปีกชาวเอกวาดอร์ อาการหนักมา ตลอดทั้งเกมส์แทบจะไม่มีการเปิดบอลจากด้านข้างเข้าไปลุ้นเลย ส่วน ยัง ก็ยังคงเปิดบอลแบบไม่มีเรดาห์ต่อไป ไม่รู้ว่าต้องทำบุญด้วยอะไรถึงจะโหม่งบอลที่พี่แกเปิดได้ ยังดีที่ขยันลงไปช่วยเกมส์รับ ทำให้ผลงานไม่ออกมาดูแย่ไปกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตามหากจะเล่นกลางแบบไดมอนต์เน้นกระจุกอยู่ตรงกลาง การเติมเกมส์จากแบ็กคือสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ หากอย่างให้เกมส์รุกน่ากลัวกว่านี้ต้องปรับตรงนี้โดยด่วน

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะได้เฝ้ารังโอลด์แทร็ฟฟอร์ดทำศึกแดงเดือดกับลิเวอร์พูล ในวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคมนี้