5 เหตุผลที่ ทีมชาติไทย ชุดนี้จะทวงคืนบัลลังก์จ้าวอาเซียน

Home / กีฬาอื่นๆ / 5 เหตุผลที่ ทีมชาติไทย ชุดนี้จะทวงคืนบัลลังก์จ้าวอาเซียน

DSC_6657เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศเรียบรอยแล้ว บทสุปเป็นอันว่า ทีมชาติไทยของเรา จะต้องเจอกับ  มาเลเซีย ที่พลิกล็อคบุกไปเอาชนะ เวียดนามได้แบบเหลือเชื่อ 4-2 ผ่านเข้ามาล้างตากับไทยอีกครั้งหลังจากที่เคยอยู่ร่วมสายกันมาก่อนในรอบแรก และเป็นทีม “ช้างศึก” ที่เอาชนะมาได้ก่อน 3-2 แต่เชื่อว่าการเล่นนัดชิงแบบเหย้าเยือนมันจะเป็นอะไรที่แตกต่างออกไปอย่างแน่นอน แต่มีหลายเหตุผลที่จะเชื่อว่าทีมลูกหนังไทยจะปีนขึ้นมาเขย่าบัลลงก์อาเซียนอีกครั้ง หลังจากที่อกหักมาตลอดการเข้าชิง 3 ครั้งหลังสุด

DSC_6725

  1. ความสดใหม่ของนักเตะสายเลือดใหม่

ทีมชาติไทยชุดนี้มีผู้เล่นหลงเหลือจากชุดรองแชมป์เมื่อสองปีก่อนเพียงแค่ 6 คนเท่านั้น และ 1 ในนั้นมีเพียงคนเดียวที่เป็นตัวหลักจนถึงชุดนี้คือ เมสซี่เจ เท่านั้น เรียกได้ว่า ทีมชาติชุดนี้คือสายเลือดใหม่ ความหวังใหม่ของคนไทยทั้งประเทศ จุดแข็งของทีมชาติชุดนี้คืออายุเฉลี่ยที่ค่อนข้างน้อย โดยมีเพียงคนเดียวที่อายุ 31 ปี คือชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา หรืออนุชา ในชื่อเดิมเท่านั้น ส่วนใหญ่เกินครึ่งเป็นผู้เล่นที่ต่อยอดมาจากชุดเอเชี่ยนส์เกมส์เมื่อไม่กี่เดือนก่อนทั้งนั้นซึ่งส่วนใหญ่อายุไม่เกิน 23 ปีทั้งนั้น ถือว่าความสดของผู้เล่นกินขาด แถมยังมีไฟกระหายในความสำเร็จ

DSC_7106

  1. ไม่ยึดติดกับตัวผู้เล่น

ตลอด 5 นัดที่ผ่านมาตั้งแต่รอบแรกจนผ่านรอบรองชนะเลิศ ทีมชาติไทยใช้ผู้เล่น 11 ตัวจริงไม่ซ้ำกันแม้แต่นัดเดียว แม้แต่ กวิน ธรรมสัจจานันท์ นายทวารมือหนึ่งยังได้ลงสนามไม่ครบทุกนัด โดยได้พักในนัดที่พบกับเมียนมาร์ โดย 22 ผู้เล่นที่เรียกมาได้มีโอกาสลงสนามไปรับใช้ชาติกันถ้วนหน้าทั้งๆที่การแข่งขันไม่จบทันจะจบด้วยซ้ำ หมายความว่าทุกๆคนสามารถเรียกใช้งานได้ตามแท็คติกที่เหมาะสม แม้แต่ตอนที่กองหน้าสองคนที่ใช้งานประจำอย่าง กีรติ และ อดิศักดิ์ ลงสนามไม่ได้ ก็ยังปรับเปลี่ยนตำแหน่ง โดยดันให้ ชนาธิป ขึ้นไปยืนเป็นหน้าเป้ามาแล้วแถมผลงานเยี่ยมอีกด้วย

DSC_6975

  1. แฟนฟุตบอลหนุนหลัง

ของการแข่งขันรายการนี้ คือการลงเล่นแบบเหย้าเยือนในรอบรองชนะเลิศไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศทำให้ทุกนัดที่เล่นในบ้าน ฝ่ายที่เป็นเจ้าบ้านจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อกุมความได้เปรียบให้ได้มากที่สุด ไม่น่าเชื่อว่าทีมชาติชุดนี้จะสามารถปลุกกระแสของฟุตบอลทีมชาติไทยที่หลับใหลให้ลุกขึ้นมาผงาดได้อีกครั้ง โดยในการเล่นในบ้านในรอบรองชนะเลิศกับ ฟิลิปปินส์  ซึ่งคนไทยได้เห็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยคือ แฟนบอลเข้าไปชมเกมส์เต็มความจุ ของสนามราชมังคลากีฬาสถาน จนมาถึงนัดชิงชนะเลิศ ตั๋วกว่า 5 หมื่นใบจากทุกช่องทางการจัดจำหน่ายถูกซื้อหมดไปโดยใช้เวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเศษๆเท่านั้น เป็นเครื่องการันตีอย่างดีว่า นัดชิงชนะเลิศกับมาเลเซีย นัดแรก ขุนพลแข้งไทยจะได้รับกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยมเช่นเดิม

DSC_6916

  1. ผู้ชายที่ชื่อ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

การดันอดีตศูนย์หน้าจอมตีลังกาขึ้นมารับบททีมชาติไทยชุดนี้ น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกใจแฟนๆครั้งหนึ่งในรอบหลายปีของสมาคมฟุตบอล หลังจากพิสูจน์ฝีมือในการพาทีมทวงเหรียญทองซีเกมส์คืนกลับมา และพาทีมคว้าที่ 4 เอเชี่ยนส์แกมส์แบบประทับใจ โค้ชซิโก้ เดินหน้าสร้างทีมของตัวเองขึ้นมาใหม่ด้วยการใช้ผู้เล่นการชุดเอเชี่ยนส์เกมส์ที่รู้มือกันดีเป็นแกนหลัก และให้โอกาสกับนักเตะที่ กุนซือทีมชาติคนก่อนๆไม่เหลียวแลอย่าง ประกิต ดีพร้อม ได้ลงสนามและสามารถตอบแทนด้วยการทำสถิติจ่ายบอลให้เพื่อนทำสูงสุดในการแข่งครั้งนี้ และไม่ใช่แค่การวางหมากในสนาม แต่การวางตัวนอกสนามของ กุนซือวัย 41 ปีก็อยู่ในขั้นยอดเยี่ยม เพราะสัมภาษณ์แต่ละครั้งนอกจากจะได้ใจทั้งลูกทีม และคนไทยทั้งประเทศ แม้แต่คู่แข่งยังให้ความเคารพ ตรงนี้ช่วยคลายความกดดันของของทีมไปได้อีกเยอะ ทีเดียว

DSC_6751

  1. เกมส์รับที่เหนียวแน่น

มาถึงตรงนี้แล้ว ทีมชาติไทยของเราเป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ โดยโดนเจาะตาข่ายไปแค่ 3 ลูกเท่านั้น โดยสองลูกมาจากคู่แข่งในนัดชิงของเราเอง เชื่อว่างานนี้ทีมงานสต๊าฟต้องทำการบ้านแก้หมากกันอย่างดี สำหรับแนวรับชุดนี้ 4 คนไล่เรียงตั้งแต่ผู้รักษาประตู กวิน ธรรมสัจจานันท์ แบ็กขวา นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม แบ็กซ้าย พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา แต่เซนเตอร์ฮาร์ฟ ธนบูรณ์ เกศารัตน์ เล่นร่วมกันมาตั้งแต่เอเชี่ยนเกมส์แล้ว และ 3 คนในแผงหลังอยู่ในสังกัด บีอีซี เทโรด้วยกันแม้ “เจ้าต้น” นฤบรดินทร์ จะย้ายไปอยู่กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดก็ตาม การเล่นด้วยกันมานานทำให้มีความเข้าขาและเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง บวกกับเซนเตอร์ประสบการณ์สูงในระดับสโมสรอย่าง สุทธินันท์ พุกหอม ลงไปประคอง ยิ่งมีตัวสกรีนข้างหน้าที่วิ่งไม่มีหมดแบบ สารัช อยู่เย็น ที่เล่นดีจนเบียดตัวเก๋าอย่าง อดุล หสะโสะ ไปนั่งสำรองน่าจะทำให้แนวรับแข็งแกร่งขึ้น บอลแบบนี้ถ้าไม่เสียประตูซะอย่างโอกาสแพ้ยาก ยิ่งใช้กฏยิงประตูทีมเยือนหากรักษาคลีนชีตในบ้านได้งานอีกนัดจะง่ายขึ้นอีกเป็นกอง

แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามา ทีมไทยยังเหลือบันไดอีกสองขั้นให้ ก้าวขึ้นไปหยิบถ้วยที่ไม่เคยได้สัมผัสมา 12 ปี โดยมาเลเซีย จะเป็นผู้ตอบคำถาม ในวันที่ 17 ธันวาคม และ 20 ธันวาคมนี้