5 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้หลังเปิดบ้านถล่มหงส์แดงขาดลอย

Home / กีฬาอื่นๆ / 5 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้หลังเปิดบ้านถล่มหงส์แดงขาดลอย

Manchester United v Liverpool - Premier Leagueจบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับศึก แดงเดือดขบวนที่ 192 เป็น ปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เก็บชัยชนะนัดที่ 76 เหนือผู้มาเยือนอย่างลิเวอร์พูลลงไปได้ด้วยสกอร์ที่ค่อนข้างขาดลอย 3-0 และเป็นการเก็บชัยชนะนัดที่ 6 ติดต่อกัน ซึ่งต้องย้อนไปถึงสมัยที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันคุมทีม ถึงมีสิทธิ์ทำแบบนี้ได้  หากดูเฉพาะสกอร์แล้ว แน่นอนว่าหลายๆคนอาจคิดว่า รูปเกมส์ค่อนข้างขาด แต่หากดูให้ดีเจ้าบ้านเป็นรองนิดๆด้วยซ้ำ แต่เพราะอะไรทำไมสกอร์ถึงได้ออกมาขาดวิ่นขนาดนั้นมาดูกัน

Manchester United v Liverpool - Premier League : News Photo

เบอร์หนึ่งที่ชื่อ ดาบิด เดเคอา

นายทวารชาวสเปนรักษาฟอร์มการเซฟเอาไว้ได้อย่างน่าประทับใจ แม้ต้องทำงานร่วมกับแนวรับที่ถูกเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตามาเรื่อยๆ แต่ก็ยังสามารถเก็บคลีนชีตเอาไว้ในเกมส์สำคัญ แถมยังโชว์ซ็อตซุปเปอร์เซฟช่วยทีมเอาไว้หลายครั้ง และหนึ่งในนั้นคือจังหวะเซฟลูกยิงของ ราฮีม สเตอร์ลิง ในช่วงต้นเกมส์และหลังจากนั้นเพียง 25 วินาที เวนย์ รูนี่ย์ ก็ซัดสกอร์เบิกร่องให้กับทีมได้ประตูออกนำ เลยนำพาให้ทีมลดความกดดันลงไปได้เยอะ วันนี้แนวรับของแมนยูทั้งหมดคงต้องพา เดเคอา ไปเลี้ยงอาหารค่ำเพราะช่วยทีมไว้อีกเพียบ อย่างที่เราเห็นว่าในจังหวะครึ่งหลัง ทั้งลูกหลุดเดี่ยวของ สเตอร์ริง และ ลูกยิงเน้นๆของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ล้วนไม่ผ่านมือของ อดีตมือกาวจากแอตฯมาดริด แม้แต่ลูกเดียว หาก 3 แต้มที่แล้ว ฟานเพอร์ซี่ เป็นผู้เสกให้ นัดนี้ก็เป็น  เคเคอา ที่ได้เครดิตไปเต็มๆ

Manchester United v Liverpool - Premier League : News Photo

อุณหภูมิที่ถูกปรับให้ลดลง

สิ่งที่เห็นเป็นประจำในเกมส์แดงเดือดก็คือ ใบแดง ที่มักจะมาพร้อมกับการตัดสินเกมส์ โดยมีการบันทึกสถิติว่า ศึกเร้ดวอร์มีใบแดงมากถึง 15 ใบ และคนที่โดนไล่ออกเยอะที่สุด 4 ครั้งคือ เนมันย่า วิดิช อดีตกัปตันที่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว สำหรับวันนี้ในช่วงต้นเกมส์ มารูยาน เฟลไลนี่ ที่มีหน้าที่ปะทะกับกองกลางทีมเยือนตลอดทั้งเกมส์เสียใบเหลืองตั้งแต่ต้นเกมส์ จากนั้น  จอนนี่ อีแวนส์ และ ฟิล โจนส์ คู่เซนเตอร์ก็ตามมาติดอีกคนคือ คนที่อารมณ์ร้อนอย่าง เวนย์ รูนี่ย์  เดาว่าครึ่งหลังนักเตะ แมนยูมีโอกาสโดนไล่ออกแน่ๆ แต่จนแล้วจนรอดครึ่งหลัง ไม่มีใครถูกใบเหลืองเพิ่มขึ้นซักใบ คงเป็นการกำชับจาก หลุยส์ ฟานกัล ที่ต้องการให้ลูกทีมเบาเรื่องการแท็คเกิ้ลลงและระวังเรื่องการเสียฟรีคิกในระยะทำการของ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ที่มักจะทำแสบเป็นประจำถ้ามีโอกาสได้ซัดลูกนิ่ง

Manchester United v Liverpool - Premier League : News Photo

สกัดกั้นการสนับสนุนจากแดนกลาง  

สิ่งหนึ่งที่ ลิเวอร์พูลต้องยอมรับว่านอกจากจะเป็นรองเรื่องความเฉียบคมในการจบสกอร์แล้ว วันนี้เกมส์แดนกลางก็ยังเป็นรองกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยหมากของกุนซือชาวดัตช์ จะให้คู่เซนเตอร์ฮาร์ฟเข้าไปกดดัน ราฮีม สเตอร์ริง ที่ถูกมอบหมายให้เป็นคนเก็บบอลในแดนหน้าอย่างทันที ทำให้ต้องพลิกเล่นเอง หรือมักจะถูกรุมกินโต๊ะจนเสียบอลไป แม้จะมี เกรียนโอ้ลงมาช่วยก็ไม่ได้ดีขึ้น ซึ่งการครองบอลในแดนหน้าไม่ได้ และไม่มีกองกลางมาช่วยสนับสนุน ทำให้ขึงพรืดแนวรับผีแดงได้ไม่ถนัด แถมการยิงแถวสองที่หวังผลได้ก็แทบจะไม่มีให้เห็นเลย จากสถิติบอกว่าตัวสนับสนุนแบบ โจ อัลเลน, สตีเฟ่น เจอรราร์ด ,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มีโอกาสสับไกแค่คนละครั้ง หลายหลังแย่หน่อยที่ไม่มีโอกาสเลย

Manchester United v Liverpool - Premier League : News Photo

ความเด็ดขาดในการเข้าทำ

วันนี้ แนวรุกของ ยูไนเต็ดสร้างสรรค์โอกาสยิงตรงกกรอบได้เพียงแค่ 6 ครั้งเท่านั้น แต่ก็แปรเปลี่ยนมาเป็น 3 ประตูซึ่งแต่ละประตู แบรด โจนส์ ที่ถูกส่งลงมาแทน ซิมง มิโญเล่ต์ ที่ถูกมองว่าฟอร์มตก ก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรทีมได้เลย  จะติดก็ตรงประตูที่สอง ลูกโหม่งของ ฆวน มาต้า ที่อยู่ในตำแหน่งก้ำกึงว่าจะล้ำหน้า ถ้าโรบิน ฟานเพอร์ซี่ ตัวแรก โขกโดนบอลแต่จังหวะก็ไปเร็วมากจนดูไม่ทัน และผีแดงก็ได้ประโยชน์ไปทำให้เกมส์ครึ่งหลังเล่นง่ายขึ้น และกลับมาเน้นการตั้งรับและรอโต้กลับจนฉกฉวยความผิดพลาดเป็นประตูที่สามจาก RVP ที่รักษาฟอร์มได้คงเส้นคงวามากขึ้น จากประตูที่ 4 ในรอบ 4 นัดหลังสุด เพราะสภาพร่างกายที่ฟิตขึ้น เพราะยังมีแรงเหลือลงมาช่วยเกมส์รับ แต่อย่างไรก็ตามความเฉียบขาดของแนวรุกคือ ตัวตัดสินเกมส์นี้

Manchester United v Liverpool - Premier League : News Photo

ตัวผู้เล่นมีมากพอที่จะลุยบ็อกซิ่งเดย์

ถัดจากนั้นนี้ไปแล้ว เหลือการออกไปเยือน แอสตัน วิลล่าอีกหนึ่งนัดเท่านั้น ทีมของ หลุยส์ ฟานกัล ก็จะเข้าสู่ช่วงหฤโหดบ็อกซิ่งเดย์อย่างเต็มตัวแล้ว ถือเป็นข่าวดีก่อนเกมส์นัดนี้ที่ ผู้เล่นบาดเจ็บลดจำนวนน้อยลงเหลือเพียงแค่ ดาลี่ย์ บลินด์, ลุค ชอว์ คริส สมอลลิ่ง และ รายล่าสุดคือ มาร์กอส โรโฮ ที่เจ็บตอนซ้อมก่อนนัดนี้ นั้นหมายความว่า กุนซือชาวดัตช์จะมีตัวเลือกให้จัดลงสนามด้วยการโรเตชั่นมากพอสำหรับการเล่น 3 นัดในรอบ 7 วันและปิดท้ายด้วยโปรแกรมเอฟเอคัพที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะคว้ามาให้ได้ ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่นัดนี้ไม่มีใครเจ็บเพิ่ม คราวนี้ก็ต้องมาลุ้นกันว่า แมนฯยูไนเต็ด จะผ่านช่วงโหดโดยเก็บได้กี่แต้ม ถึงตอนนั้นอาจจะได้มองเป้าหมายใหม่ที่มากกว่าท็อปโฟร์ก็เป็นได้